อาหารรสเยี่ยมและดีต่อสุขภาพสามารถไปด้วยกันได้ พบเมนูสุขภาพมากมายที่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อสุขภาพและปรุงด้วยเชฟฝีมือดี ออกมาเป็นอาหารที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน หลังจากที่เราได้พาทุกท่านไปพักผ่อนที่โรงแรม Well Hotel โรงแรมแห่งสุขภาพในรีวิว นอนโรงแรมยังไงให้มีกล้าม!!! ที่ Well Hotel Bangkok : Well being : life balance กันไปแล้ว วันนี้เราจะพาทุกท่านไปสัมผัสกับอาหารกลางวัน และดินเนอร์จากห้องอาหาร Well Cafe ของโรงแรม Well Hotel กันบ้างครับ

Well Cafe เป็นห้องอาหารคุณภาพ ของโรงแรม Well Hotel ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 20 ครับ ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านมาชิมทั้งอาหารกลางวัน และดินเนอร์ในรีวิวนี้รีวิวเดียวเลยครับ

เริ่มแรกหลังจากมานั่งที่โต๊ะ พนักงานจะเสิร์ฟด้วยขนมปังเพื่อสุขภาพที่มีให้เลือกมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็น โฮลวีท ชาร์โคล ธัญพืช ฯลฯ

ก่อนเริ่มเมนูอาหารเราก็ได้รับการแนะนำว่าให้ลองสั่งเมนูสมูทตี้ 100% ที่ทางห้องอาหารเรียกว่า Juice Therapy ที่แต่ละเมนูล้วนมีประโยชน์และช่วยบำรุงร่างกายในด้านต่างๆ มากินก่อนมื้ออาหารครับ

ผมจึงลองสั่งมาดื่ม 3 ตัวรวดเลยครับ นั่นคือ

Inner Peace (De-Stress) สมูทตี้ที่ผสมผักโขม บร็อคโคลี่ ผักชีฝรั่งและแครอท ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องลดความเครียด ความกังวล จากการทำงานหนักและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ครับ

Jet Lag Remedy (Refresh) สมูทตี้ที่มีส่วนผสมของบีทรูท ก้านผักชีฝรั่ง คะน้าจีน แตงกวา แอปเปิล แครอท และขิง ช่วยในเรื่องเพิ่มความสดชื่น สดใส มอบพลังงานให้พร้อมรับกับวันใหม่ ลดความเหนื่อยล้า

Release Emotional (Relax) สมูทตี้ที่มีส่วนผสมของแครอท แอปเปิล เลมอน ขิง พาสเล่ย์ และมะพร้าว ช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล และปลดปล่อยอารมณ์ครับ

ส่วนด้านล่างนี้เป็นน้ำทับทิมรสเปรี้ยวหวานที่ทางห้องอาหารนำมาต้อนรับ สดชื่นมากๆ

มาเริ่มมื้ออาหารกลางวันกันเลยครับ เป็น Special Set Lunch Food Therapy Menu ซึ่งจะมีให้เลือกทั้ง Western Remedy 350.- ++ และ Thai Remedy 250.- ++ โดยวันนี้ผมเลือกชุด Western Remedy ครับ

เรามาเริ่มกับจากแรก Sweet Patato & Banana Salad สลัดจานนี้พิเศษกว่าทั่วไปเนื่องจากใส่กล้วยสุกที่กริลมาหอมๆ ราดด้วยน้ำผึ้งแท้ ให้ความหนึบและสัมผัสกรุบเวลาเคี้ยว ตัดรสแก้เลี่ยนด้วยมันฝรั่งสุก โดยส่วนตัวชอบมากๆ และต้องกลับไปกินอีกครั้งแน่นอนครับ

จานที่สองในเซ็ท Sesame & Almonds Crusted Salmon Burger with Yogurt Sauce เบอร์เกอร์อัลมอนแซลม่อนย่างไฟหอมๆ ไม่แห้งไม่เละเกินไป เสิร์ฟมาพร้อมซอสโยเกิร์ตรสชาติเปรี้ยวมันกำลังดี กินคู่กันได้สุขภาพดีครับ ส่วนใครที่กลับจะกินแป้งมากไปก็ลองกินเบอร์เกอร์แค่แผ่นเดียวก็ถือว่าอิ่มเหมือนกัน เพราะแซลมอนที่ให้มาชิ้นใหญ่เต็มอิ่มเลย

นอกจากเมนู Set Lunch แล้วทางห้องอาหารก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจและดีต่อสุขภาพมาแนะนำกันด้วยครับ ลองไปดูกัน

จานที่สามนี้เป็น ยำส้มโอกุ้งสด รสชาติถึงเครื่อง กุ้งสดกรอบๆ ตัวโตๆ ยำคลุกเคล้ากับส้มโอหวานเนื้อดีคลุกด้วยสมุนไพรและน้ำยำรสชาติถึงเครื่อง โรยด้วยทับทิมกินเข้ากันมาก ซึ่งที่นี่ถือว่าเป็นต้นตำรับยำส้มโอกุ้งสดเลยนะครับ

ปูนิ่มทอดงาซอสซีฟู๊ด ปูนิ่มเนื้อแน่นตัวโตทอดงาดำกรอบๆ ที่สำคัญไม่อมน้ำมันเลยแม้ผมจะทิ้งไว้นานเพราะมัวแต่ถ่ายรูปเนื่องจากถ้าทอดแบบอมน้ำมันหากทิ้งไว้นานของที่ทอดจะไม่กรอบ ซึ่งถือว่าดีต่อสุขภาพมากครับ กินคู่กับผักสลัดและน้ำจิ้มซีฟู๊ด อร่อยอย่าบอกใคร

ซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดง หมูตุ๋นน้ำแดงแบบเนื้อนุ่มแทบละลายในปากโรยด้วยงาดำขาวหอมๆ เสิร์ฟคู่กับ Potato ship ชิ้นพอดีคำและผักสลัดสดกรอบ จะกินเปล่าๆ หรือกินคู่กับข้าวสวยก็ดีงามครับ

ปิดท้ายมื้อกลางวันนี้ด้วย เนื้อโคขุนย่างจิ้มแจ่วและส้มตำ เนื้อโคขุนคัดมาอย่างดี ย่างไฟเกรียมๆ หอมๆ จิ้มน้ำจิ้มแจ่วรสชาติเข้มข้น กินพร้อมส้มตำไทยที่สามารถสั่งรสชาติได้ตามใจชอบครับ เห็นหน้าตาแบบนี้แต่เชฟตำได้รสชาติค่อนข้างดี เมนูนี้ติดตรงที่เนื้อเกรียมไปหน่อยครับ ทำให้อาจมีรสขมนิดๆ เวลากิน

โดยรวมถือว่ามื้อกลางวันมื้อนี้นอกจากรสชาติอาหารจะอร่อยแล้ว ผมยังมองว่าทางห้องอาหารเลือกที่จะใส่ใจในวัตถุดิบรวมถึงส่วนผสมเล็กๆ น้อยๆ แต่มีประโยชน์ใส่เพิ่มเข้าไปเพื่อคุณค่าทางอาหารให้กับแต่ละจานด้วย อีกทั้งการปรุงยังเลือกที่จะใส่ใจมากกว่าที่อื่นๆ เช่นการทอดโดยอาหารไม่อมน้ำมันและการที่พยายามใส่อาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ในแต่ละเมนูอีกด้วยครับ

ต่อไปเราไปดูเมนูมื้อค่ำของที่นี่กันต่อเลยครับ  แต่แอบบอกก่อนว่าเมนูของที่นี่เน้นที่รสชาติอาหารที่ดีและสุขภาพไปพร้อมกัน มากกว่าที่จะเน้นแค่สุขภาพ หรือรสชาติเพียงอย่างเดียว บางเมนูเราต้องรู้จักควบคุมปริมาณและกินอย่างพอดีด้วยนะครับ

มาเริ่มค่ำคืนนี้ด้วย Cocktail แปลกใหม่ที่เป็นเมนูพิเศษ ไม่มีที่ไหนแน่นอนด้วย Tom Yum on The Rock เมนู Cocktail ที่รังสรรค์เอาความเป็นไทยมาผสมกับสไตล์ตะวันตกเอาใจคนชอบความแปลกใหม่และร้อนแรง

โดยวันนี้เราได้รับเกียรติจากทางห้องอาหารมาปรุง cocktail แก้วนี้ถึงโต๊ะกันเลยครับ ซึ่งส่วนผสมก็มีว็อดก้า และเครื่องต้มยำ

นำส่วนผสมทุกอย่างรวมเข้าด้วยกันแล้วเทใส่แก้วที่แต่งขอบด้วยพริกป่นเพิ่มความร้อนแรงแทนน้ำตาล เวลาดื่มให้งับพริกป่นเข้าไปด้วย ได้ความรู้สึกเหมือนดื่มต้มยำแต่รสบางกว่า ดื่มเพิ่มรสชาติให้กับมื้ออาหารได้แปลกใหม่ดีครับ

หรือใครที่อยากดื่ม cocktail แบบดั้งเดิมและคุ้นเคย ทางบาร์ก็มี Mojito รสชาติเข้มข้นให้ลิ้มลองครับ

เมนูที่เราจะสั่งค่ำวันนี้ก็ถือว่าสั่งตามใจพวกเราล้วนๆ เลยครับ อันไหนน่ากินจัดมาเลย ^^

เมนูแรก Computer Vision Syndrome Set (Beef and leafy green salad/ Goji berry, tomato & carrot soup) เป็นเซ็ทอาหารเพื่อสุขภาพเช่นเดียวกัน มีสรรพคุณช่วยบำรุงประสาทตาและสมองจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยจะเป็นผักสลัดสดกรอบ เสิร์ฟพร้อมเนื้อย่างหอมๆ ชิ้นพอดีคำ และไข่นกกระทา รสชาติดีซึ่งโดยปกติแล้วไม่ค่อยได้กินเนื้อที่เสิร์ฟพร้อมสลัดเท่าไหร่ ทำให้จานนี้ได้รสชาติที่อร่อยไปอีกแบบ

โดยสลัดจานนี้จะเสิร์ฟมาเคียงกับ ขนมปังกริลหอมๆ กรอบกำลังดี พร้อมซุปโกจิเบอร์รี่ มะเขือเทศ และแครอท รสชาตินุ่ม หวาน หอม ไม่เลี่ยน

จานที่สองขอหลุดคอนเซ็พสุขภาพนิดนึงครับ เพราะเป็นเมนูที่อยากจะนำเสนอผู้อ่านมาก นั่นคือ  Spice Roasted Crispy Pork หรือคะน้าหมูกรอบนั่นเอง หมูกรอบที่นี่ไม่อมน้ำมัน ชิ้นใหญ่เนื้อนุ่ม หนังกรอบ กินคู่กับคะน้าผัดที่กรอบไม่เหนียว รสชาติเผ็ดนิดๆ คู่กับข้าวสวยฟฟินถึงใจครับ

เมนูที่สาม Penne Tom Yum เพ็นเน่ต้มยำกุ้งแม่น้ำรสชาติดี เส้นเพ็นเน่เนื้อหนึบไม่อ่อนจนเกินไป คลุกเคล้าซอสต้มยำรสชาติหวานมันเค็มและเผ็ดกำลังดี เนื้อซอสเข้าเส้นกินคู่กับกุ้งแม่น้ำย่างตัวโตและหมึกชิ้นแน่น เข้ากันดีมากครับ

เมนูสุดท้ายปิดมื้อของคาวนี้ครับ Blue Crab & Betel yellow curry แกงเหลืองปูม้าใบชะพลูและหมี่กะทิ เมนูเบาๆ ที่รสชาติถึงเครื่องแกงเหลืองแท้ๆ เนื้อปูม้าเต็มๆ กินคู่กับหมี่และใบชะพลูหอมๆ กรอบๆ คนรักแกงเหลืองเข้มข้นพลาดไม่ได้ครับ

ผมสั่งเมนูข้างบนมากินกับข้าวกล้องและข้าวไรซ์เบอร์รี่ร้อนๆ หอมๆ เข้ากันดีอย่าบอกใครเลยครับ

มื้ออาหารจะจบลงไม่ได้ถ้าไม่ได้กินของหวานครับ ขอเอาใจตัวเองหน่อยละกันเลยสั่ง Crepe Suzette เครปเย็นซอสส้มเสิร์ฟพร้อมไอศครีมวนิลามาปิดท้ายมื้อนี้ครับ เนื้อเครปนุ่มละมุนมาก ซอสส้มเปรี้ยวๆ หอมๆ ที่ราดมาตัดรสชาติกับไอศครีมวนิลาหวานมันได้เป็นอย่างดี จบจานของหวานจานนี้สัญญาว่าจะไปวิ่งชดใช้นะครับ ^^

ต้องยอมรับเลยครับว่า Well Hotel นอกจากจะเป็นโรงแรมที่ดี ใส่ใจรายละเอียดเรื่องสุขภาพ มีคอร์สเพื่อสุขภาพมากมายไม่ว่าจะเป็น ต่อยมวย ว่ายน้ำ ฟิตเนส รวมถึง สปาดีๆ ที่เราสามารถปรุงน้ำมันนวดเองดังรีวิวก่อนได้แล้ว  ยังมีห้องอาหาร Well Cafe และ The Twist Bar & Bistro ที่นำเสนออาหารเพื่อสุขภาพต่างๆ ซึ่งฉีกกฏที่ว่าอาหารอร่อยมักไม่มีประโยชน์ไปอย่างสิ้นเชิงครับ

สุดท้ายนี้อยากฝากผู้อ่านทุกท่านไว้นะครับว่าถ้าอยากมีสุขภาพที่ดี ถึงเราจะรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบอันเป็นประโยชน์หรืออร่อยเพียงใด แต่เราต้องเลือกที่จะกินแต่พอดี และออกกำลังกายไปควบคู่กันด้วยนะครับ ด้วยความปรารถนาดีจาก KinlakeStars.com

หากทุกท่านสนใจอาหารรสเลิศและดีต่อสุขภาพคุณ KinlakeStars ขอเชิญทุกท่านมาที่ Well Cafe โรงแรม Well Hotel โดยสามารถเดินทางมาได้ที่ โรงแรม Well Hotel Bangkok สุขุมวิท 20 โทร 02-127-5995 เว็บไต์ www.WellHotelBangkok.com ครับ

เรื่อง / ภาพ Khanenpan C.

Comments

Comments are closed.