เรามักได้ยินประเภทร้านอาหารของ Fine dining ที่คุ้นชินไม่ว่าอิตาเลียน ฝรั่งเศส ไทย จีน ญี่ปุ่น แต่ครั้งนี้ Kinlakestars.com ขอนำเสนอสิ่งที่แตกต่างไม่เหมือนใครไปกับร้านอาหารนอร์ดิก-ไทยชื่อดังอย่าง Front Room ประจำโรงแรม Waldorf Astoria ซึ่งไม่เหมือนเดิมกับทุกครั้งที่ผ่านมาเพราะเชฟเฟ ได้เพิ่มเมนูใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกตอบสนองความต้องการของลูกค้า ให้สามารถดื่มด่ำกับอาหารสุดสร้างสรรค์ของเชฟ เฟ-รุ่งทิวา ชุ่มมงคลได้ง่ายขึ้น และตอบสนองวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนไทย เป็น Table Sharing แทนฟูลคอร์สเมนู 

Dr. Athiwat T. , Writer

ร้านอาหาร Front Room ตั้งอยู่บนชั้นล็อบบี้ของโรงแรมหกดาวอย่าง Waldorf Astoria ซึ่งรับประกันความประทับใจตั้งแต่แรกเดินเข้าด้วยตัวล็อบบี้อันสวยงามทันสมัย และการต้อนรับชั้นเลิศของพนักงาน

นอกจากนี้ถ้าท่านมาถึงก่อนเวลา อาจจะแบ่งเวลาไปชมพระอาทิตย์ตกดิน และ เส้นขอบฟ้าของกรุงเทพมหานครได้บน  The Loft บาร์หรูสไตล์นิวยอร์ก ที่ชั้น 56 ของโรงแรม 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ The Loft

เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น ที่ร้านอาหาร Front room ซึ่งตกแต่งด้วยสไตล์นอร์ดิกอันอบอุ่น เน้นโทนสีหม่นเทา เงิน เขียวอมฟ้า และวัสดุไม้โอ๊ค ผสมผสานความเป็นไทยด้วยรายละเอียด การตกแต่งต่างๆ

เช่น การใช้ประตูบานเกล็ดไทยมาเป็นส่วนประกอบของห้องครัวเปิด ภาชนะกระเบื้องเคลือบปั้นด้วยมือจากตอนเหนือของไทย และ ที่พิเศษสุดและเป็นไฮไลท์หนึ่งคือ โคมไฟขนาดใหญ่กลางร้านที่ให้แสงอบอุ่นและสะท้อนเงาหน้าต่างเป็นโคมยี่เป็ง เสริมบรรยากาศสุดโรแมนติกในอาหารค่ำมื้อพิเศษ 

การจัดอาหารเป็น Table sharing ได้คัดเลือกอาหารจานยอดนิยมของร้านมาจาก Tasting menu ของตัวอาหาร Full Course ทำให้สามารถเลือกอาหารจานโปรด มาเพื่อแบ่งปันความสุขร่วมกันได้หลากหลายโอกาสมากขึ้น ซึ่งแต่ละเมนูท่านสามารถขอคำแนะนำได้จากพนักงานที่ให้ข้อมูล และช่วยแนะนำได้เป็นอย่างดี 

Amuse bouche: โครเกตต์สมองหมู/ลาบและทาโก้มันม่วงมะเฟือง 

ตัวโครเกรตต์สมองหมูดัดแปลงมาจากอาหารทางเหนือคือ แอ๊บอองอ่อ ซึ่งเป็นการนำสมองหมูมาผสมกับสมุนไพรและย่างสุก ซึ่งได้ทำเป็นลักษณะของโครเกตต์ช่วยให้รับประทานง่ายขึ้น มีรสชาติที่นุ่มนวลและหอมสมุนไพร ซึ่งเชฟจะแนะนำให้รับประทานเป็นคำแรกต่อด้วย ลาบที่มาคู่กับทาโก้มันม่วงและมะเฟืองช่วยเพิ่มรสชาติและให้ความสดชื่น 

Welcome drink

เริ่มกันด้วย Welcome Drink ซึ่งเสิร์ฟมาแบบ On the Rock ในแก้วทรงสูงโดยเชฟจะนำฟักเขียวไปย่างจนส่งกลิ่นไหม้หอมๆ Infuse กับน้ำตาลมะพร้าวและใบเตยจนออกมาเป็นสีเหลืองทอง เมื่อจิบจะได้กลิ่นควันของฟักเขียวย่างและกลิ่นใบเตยอ่อนๆ ช่วยเพิ่มความสดชื่นก่อนเริ่มมื้ออาหารได้เป็นอย่างดีครับ 

ขนมปัง: ขนมปังข้าวเหนียวดำ และ เนยซอสถั่วเหลืองกระเทียม

ขนมปังสูตรพิเศษของร้านที่ควรแก่การกล่าวถึง ตัวแป้งข้าวเหนียวดำสูตรพิเศษอบจนแป้งกรอบนอกนุ่มใน และยังให้กลิ่นหอมของข้าวเหนียวดำ รับประทานคู่กับเนยสูตรพิเศษ ที่ให้รสเค็มอ่อนๆ และความนุ่มลื่น พร้อมกลิ่นของซอสถั่วเหลืองและกระเทียม เหมาะกับการกินแกล้มอาหารพวกเนื้อเป็นอย่างดี 

Mælk 

อาหารจานที่สองชื่อว่า Mælk หรือ นม ในภาษาเดนมาร์ก จานนี้ผู้ชื่นชอบ Scallop จะต้องน้ำลายสอเมื่อนำมาเสิร์ฟด้วย Scallop เซียร์ตัวโตฝานแบ่งเป็นชิ้นหนา รับประทานคู่กับ นมแผ่น ที่ caramelized ออกมาเป็นลักษณะแป้งทาโก้ กับสลัดราดซอสที่ทำจากสมุนไพรไทยหลายชนิด มีท๊อปเป็นผักชีลาวที่มีกลิ่นหอมและเสริมรสชาติของ Scallop ที่สดใหม่ให้หวานยิ่งขึ้น

Blue of the sea 

จานซิกเนเจอร์ประจำห้องอาหาร Front Room เป็นเมนูที่ไม่เคยหลุดโผจานท๊อปฮิต ขึ้นมาในรูปของโรลอันแน่นด้วยเนื้อปูในซอสฮอลแลนเดซกับ ปรุงรสพิเศษด้วย Celery และผงกระหรี่ เมื่อรับประทานพร้อมกันทั้งหมดจะได้รสชาติของปูผัดผงกระหรี่ที่นุ่มนวลและหอม มีรสเปรี้ยวอ่อนๆจากฮอลแลนเดซและความสดชื่น สดใหม่ของซอส  และ Celery สด ตัดรสเลี่ยน  น่าจะเป็นจานโปรดบนโต๊ะอาหารที่ต้องสั่งซ้ำ

Asia Pacific

ปลากะพงเนื้อสดหวานปรุงเสิร์ฟแบบคล้าย carpaccio กับกระเทียมดำ แก่นตะวัน ตกแต่งอย่างสวยงาม รับประทานคู่กับกะทิที่ทำให้แข็งเป็นโฟมโดยใช้ไนโตรเจนเหลว บล็อกคอลี่ และ เบอร์กาม็อตเจล ซึ่งเนื้อปลาหวานเข้ากับกระเทียมดำเป็นอย่างดี รู้สึกคลีน และทิ้งรสชาติสดชื่นไว้ในปาก

Mulberry Silk 

จานนี้มาในรูปของ Flat bread ซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารหลักของชาวแสกนดิเนเวียน เสิร์ฟคู่กับซุป แต่ปรุงแบบไทย

ด้วยตัววัตถุดิบ Flat bread จะทำจากข้าวเม่าไทย มีรากผักชี และ ลูกหม่อนดอง ที่มีเอกลักษณ์พิเศษคือ หนอนไหม ที่ทำเป็น Emulsion นำเสนอความคิดสร้างสรรค์ในการนำวัตถุดิบในท้องถิ่น ตัวซุปเป็นซุปผักสกัดจากสมุนไพรไทยหลายชนิด พร้อมใบไทม์และโรสแมร์รี่ ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเป็นอย่างดี และตัวสมุนไพรหอมช่วยให้กระตุ้นความอยากอาหาร

Sukhothai Duck

อกเป็ดเนื้อแน่น ราดซอสลูกหม่อน (Mulberry) รสเปรี้ยวหวาน มาพร้อมกับ Pearl barley หรือข้าวพองที่ทำจากมันแกว เห็ดทรัฟเฟิล  เป็นจานที่ปรุงอย่างดี ให้รสชาติที่ซับซ้อน เข้มข้น แต่พิเศษด้วยตัววัตถุดิบทดแทนที่ดีต่อสุขภาพ 

To the Sea 

ขนมาทั้งทะเลสมชื่อประกอบด้วย ปลา Toothfish ซึ่งเป็นปลาเขตหนาวราคาสูง ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อที่เนียนแน่น พร้อมด้วยกุ้ง และหอย โดดเด่นด้วย presentation ที่มีเป็นลักษณะตัวปลาเป็นเกาะ และมี edible foam แทนหาดทราย ราดด้วยซอสทะเลที่อันแน่นด้วยรสเนื้อปลารมควันและสาหร่ายคอมบุ 

Born in Chiang Rai, Braised in Bangkok

เนื้อซี่โครงหมู ปรุงจนหนังกรอบมีกลิ่นหอม แต่เนื้อด้านในนุ่มมีรสอูมามิแน่น และยังคงความชุ่มฉ่ำ มีระดับสัดส่วนของไขมันกำลังพอดีละลายในปากได้ รับประทานคู่กับสลัดควินัว ราดซอสสมุนไพร และคริสปี้ควินัวที่ช่วยเพิ่มรสสัมผัสได้เป็นอย่างดี 

Desserts

Rosella Hibiscus

ตัวไวท์ช็อคโกแลตและคาราเมลเนื้อเนียน มาในรูปของขึ้นรูป turine สีเหลี่ยมผืนผ้าขนาดกำลังเหมาะ ราดซอสกระเจี๊ยบแดง และชมพู่ ให้ทั้งรสชาติที่สดชื่น และ สีที่สวยงาม มีผีเสื้อที่ทำจากกระเจี้ยบที่ทำมาเป็นแผ่นคล้ายผลไม้แห้งหนุบหนึบ เพิ่มความสวยงามและมีชีวิตชีวาดูน่ากินยิ่งขึ้น เป็นของหวานอีกจานที่มีเอกลักษณ์ ใช้วัตถุดิบหลักเป็นผลไม้ไทย แทนที่จะเป็นตระกูลเบอร์รี่ในของหวานทั่วไป

Green on Ice 

ไอศกรีมโหระพาสีเขียวมิ้นที่ใช้ทั้งThai และ Italian Basil ให้รสสดชื่นคล้ายมิ้นแต่มีรสสมุนไพรมากกว่า รับประทานคู่กับ มะม่วงหลากหลายชนิดทั้ง ดิบ สุก มาทั้งแบบสด  gel และ jelly 

Sweet Bites

Petite fours ที่อาจจะเรียกไม่ถูกนักเพราะทาง Front room ได้จัดให้ลูกค้าเลือกขนมได้ถึง 8 ชนิดจากกล่องไม้ ซึงมีทั้ง Durian cone kiss ที่อัดแน่นด้วยรสชาติทุเรียนหวานหอม ช็อคโกแลคข้าวเหนียวดำ ที่ texture เยี่ยมมาก Jelly bear หน้าตาน่ารัก ที่ทำจาก herb liquid jelly สูตรเหล้าดองม้ากระทืบโรง นอกจากนี้ยังมี ไวท์ช็อคโกแลตงาดำ มาการองมะพร้าว พิทาชิโตนูกัส แตงโมปลาแห้ง และลูกอมมะพร้าวงา

นอกจากอาหารและไวน์ชั้นเลิศแล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างของห้องอาหาร Front room แห่งนี้คือน้ำผลไม้ ซึ่งที่นี่จะเสิร์ฟน้ำผลไม้สูตรพิเศษ ตัวอย่างน้ำผลไม้ของที่นี่ เช่น น้ำองุ่น ที่นอกจากองุ่นแล้วจะผสมมะเฟือง กานพลู อบเชย และนำไป infuse กับเปลือกมะนาว ให้กลิ่นหอมของอบเชย เข้ากันได้อย่างดีกับกลิ่นหวานหอมของน้ำองุ่น มีรสเปรี้ยวสดชื่น ซึ่งน้ำผลไม้นี้สามารถสั่งเป็น Juice Pairing คู่กับฟูลคอร์สเมนูได้เป็น Juice pairing full course menu 

อ่านเพิ่มเติมสำหรับมื้อ full course

ท่านสามารถดื่มด่ำกับอาหารสุดพิเศษนี้กับเพื่อนพ้องและคนพิเศษ ในลักษณะ Table Sharing ท่ามกลางบรรยากาศสุดพิเศษและการบริการชั้นเลิศ ได้ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 400 ++ บาท
เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ ถึงวันเสาร์ ระหว่างเวลา 17.30 น. – 22.00 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ 02 846 8888 หรือ [email protected] 

Story Dr. Athiwat T.
Photo Pol.Capt. Kittin A.

Front Room, Waldorf Astoria Bangkok, thai nordic cuisine, fine dining, review, รีวิว, ราชประสงค์

Kin Review

Kinlakestars.com


KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง kinlakestars.com – กินแหลกแจกดาว

รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง KinlakeStars.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

Comments

Comments are closed.