สูงที่สุดแห่งย่านราชประสงค์ อัดแน่นด้วยงานศิลป์ทำมือ เรียบหรูผู้ดีใหม่สุดๆต้อง Waldorf Astoria Bangkok

วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทเป็นลักซ์ชัวรี่แบรนด์ที่โดดเด่นของฮิลตัน มีโรงแรมภายใต้แบรนด์นี้อยู่หลายแห่งในโลก สร้างความรู้สึกเฉพาะให้ผู้คนจดจำความเป็นแบรนด์ได้ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบบริการที่เป็นเลิศแบบเป็นส่วนตัว และประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารที่ยอดเยี่ยม ในจุดที่ตั้งสำคัญหลาย ๆ แห่งของโลก

พื้นที่โดยรวม: 39,867 ตารางเมตร

วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนชั้น 6-16 และ 55-57 ของอาคาร 60 ชั้น แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ออกแบบโครงสร้างตึกโดย บริษัท เดอะ โบว์มอนท์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด

ห้องพัก:  ห้องพักและสวีท จำนวน 171 ห้อง บนชั้น 6-15 ทุกห้องกว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหรา 

ราคาห้องพัก:  เริ่มต้นที่ 13,000 บาท (ไม่รวมภาษีและค่าบริการ ทั้งหมด17.7%)

ประเภทห้องพัก: 

  • ห้องดีลักซ์ เตียงเดี่ยว จำนวน 89 ห้อง ขนาด 50 ตารางเมตร 
  • ห้องดีลักซ์ เตียงคู่ จำนวน 3 ห้อง ขนาด 50 ตารางเมตร 
  • ห้องดีลักซ์ สำหรับผู้ใช้วีลแชร์ จำนวน 2 ห้อง ขนาด 50 ตารางเมตร 
  • ห้องดีลักซ์ เตียงเดี่ยว บนชั้นสูง จำนวน 33 ห้อง ขนาด 50 ตารางเมตร 
  • ห้องดีลักซ์ เตียงคู่ จำนวน 9 ห้อง ขนาด 50 ตารางเมตร 
  • ห้องดีลักซ์ สวีท เตียงเดี่ยว จำนวน 22 ห้อง ขนาด 75 ตารางเมตร 
  • ห้องแอสโทเรียสวีท หนึ่งห้องนอน จำนวน 10 ห้อง ขนาด 100 ตารางเมตร 
  • ห้องวอลดอร์ฟสวีท สองห้องนอน จำนวน 2 ห้อง ขนาด 150 ตารางเมตร 
  • ห้องรอยัลสวีท สองห้องนอน จำนวน 1 ห้อง ขนาด 300 ตารางเมตร 

สิ่งอำนวยความสะดวก: 

  • สระว่ายน้ำกลางแจ้ง มีระบบควบคุมอุณหภูมิ
  • วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย สปา
  • ฟิตเนส สตูดิโอ เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง
  • พนักงานคอนเซียร์จ
  • อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วทั้งโรงแรม ให้บริการฟรี
  • รถลิมูซีนรับส่งจากสนามบิน 

ผู้จัดการทั่วไป

มร. ซิมิยอง ออลลี่ (Simeon Olle) ผู้จัดการทั่วไป มีประสบการณ์ในการบริหารงานโรงแรมระดับหรูหรามากว่า 30 ปี รวมถึง โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย เซี่ยงไฮ้ ออน เดอะ บันด์ (Waldorf Astoria Shanghai on the Bund) 

ผู้ออกแบบตกแต่งภายใน

อังเดร ฟู (André Fu), AFSO

สถาปนิกชื่อดังระดับโลก อังเดร ฟู และดีไซน์สตูดิโอ AFSO ของเขา เป็นผู้ออกแบบตกแต่งภายในของโรงแรมฯ ตั้งแต่ชั้น Lower Lobby และที่ชั้น 6-16 โดยสอดแทรกการถ่ายทอดความหมายของความเป็น วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย สมัยใหม่เข้ากับตัวอาคารที่มีความร่วมสมัย สร้างความรู้สึกหรูหราและผ่อนคลายในขณะเดียวกัน จากชั้นล่างบริเวณทางเข้าโรงแรมซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร ฟร้อนท์ รูม (Front Room) สู่ พีค็อก อัลเลย์ (Peacock Alley) และ เดอะ บราซเซอรี่ (The Brasserie) ที่ตั้งอยู่ล็อบบี้ชั้นบน ทุกสถานที่ได้ถูกออกแบบและตกแต่งสื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนของตำนานแห่งแบรนด์วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ที่ถูกหลอมรวมกับวัฒนธรรมความหรูหราชั้นสูงที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดในทุกช่วงเวลาสำคัญ

อาฟโรโค่ (AvroKO)

บริษัทออกแบบชื่อดัง ที่มีสำนักใหญ่อยู่ที่มหานครนิวยอร์ค เป็นผู้ออกแบบตกแต่งพื้นที่ห้องอาหาร และบาร์บน 3 ชั้นสูงสุดของตึกวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ ประกอบด้วย บูล แอนด์ แบร์ (Bull & Bear), เดอะ ล็อฟท์ (The Loft) และ เดอะ แชมเปญ บาร์ (The Champagne Bar) แต่ละแห่งถูกดีไซน์อย่างโดดเด่น  หรูหรา และมีเอกลักษณ์แฝงไปด้วยเรื่องราว และตำนานของแบรนด์วอลดอร์ฟ แอสโทเรียชั้นสูงที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดในทุกช่วงเวลาสำคัญ

อาหารและเครื่องดื่ม

โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ ประกอบด้วยห้องอาหารรวม 3 ห้อง เลาจน์ 1 แห่ง และบาร์ 2 แห่ง  แต่ละร้านอาหาร เลาจน์ หรือบาร์ มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น หรูหราเฉพาะตัว 

บริเวณล็อบบี้ส่วนล่าง (Lower Lobby)

ฟร้อนท์ รูม | 80 ที่นั่ง – นำทีมโดยเชฟมากความสามารถ เชฟรุ่งทิวา ชุ่มมงคล หรือเชฟเฟ ผู้มีประสบการณ์การทำงานกว่า 10 ปี ในร้านอาหารระดับมิชลิน สตาร์ที่ประเทศเดนมาร์ก และประเทศอื่นๆในทวีปยุโรป  อาทิ ร้าน Frederikshoj และ The Bell Epoque ร้านอาหารชื่อดังที่ได้รับรางวัลมิชลิน สตาร์ 3 ดวง ในประเทศเยอรมันอีกด้วย

เชฟเฟ เป็นผู้นำในการรังสรรค์เมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากการปรุงอาหารไทยด้วยวิธีแบบนอร์ดิก เป็นอาหารรูปแบบใหม่ซึ่งเป็นการผสมผสานของรูปแบบอาหารที่ต่างกันหลายๆแนว ทั้งในแบบใหม่ และแบบดั้งเดิม  แบบตะวันตกและตะวันออกของเอเชีย วัตถุดิบและส่วนผสมจากท้องถิ่นของไทยถูกนำมาใช้ ปรุงด้วยสไตล์นอร์ดิก เสิร์ฟในแบบทั้งเซตเมนู และอา ลา คาร์ท (จานเดี่ยว) ฟร้อนท์ รูม ยังมีค๊อกเทลเก๋ๆ ไวน์จับคู่กับอาหาร ในบรรยากาศสบายๆ แต่ทันสมัย ให้คุณพบกับประสบการณ์ใหม่ของอาหารและรับประทานอย่างเพลิดเพลิน

ห้องอาหารฟร้อนท์ รูม ถูกออกแบบอย่างทันสมัย โดยมีกลิ่นอายของความเป็นไทยอยู่ด้วย โทนการตกแต่งสีเป็นสีเทาปนสีเขียวมะนาวอมมัสตาร์ด ทำให้นึกถึงสีของเครื่องปรุงหลายชนิดของไทย ไฮไลท์ของห้องอาหารนี้คือโคมไฟขนาดใหญ่กลางห้อง สร้างโดยได้แรงบันดาลใจจากการลอยโคม งานลอยกระทง เพิ่มเสน่ห์แห่งความเป็นไทยในห้องอาหารแห่งนี้

บริเวณล็อบบี้ส่วนบน (Upper Lobby)

เดอะ บราซเซอรี | 110 ที่นั่ง – ห้องอาหารที่เปิดให้บริการตลอดวัน ตั้งแต่มื้อเช้าจนถึงมื้อค่ำ ในบรรยากาศสบาย เมนูอาหารของเดอะ บราซเซอรี่ ได้แรงบันดาลใจและเทคนิคการปรุงจากอาหารฝรั่งเศสแบบต้นตำรับ หากแต่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลของท้องถิ่น พื้นที่ของเดอะ บราซเซอรี่ มีรูปร่างเหมือนเกือกม้า ประกอบด้วยครัวเวสเทิร์น และเอเชียอยู่คนละด้านกัน โดยมีซุ้มอาหารปรุงสดอยู่ระหว่างกลาง อาหารจานเด่นที่นี่ได้แก่ ผัดหอยแมลงภู่ (Sautéed Mussels), ชีสกามองแบร์อบ (Baked Camembert), สเต็กเนื้อเสิร์ฟคู่กับเฟรนช์ฟรายส์ (Steak Frites) และ เนื้อตุ๋นสไตล์ฝรั่งเศส (Beef Bourguignon) นอกจากนี้ยังมีเบียร์และไซเดอร์ให้คุณเลือกเลือกมากมาย พร้อมชมวิวอันงดงามของกรุงเทพฯ

พีค็อก อัลเลย์ | 70 ที่นั่งเป็นเลาจน์ที่เลื่องชื่อของวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย  ให้บริการชุดชายามบ่าย และอาหารว่าง มีเมนูขนมอบโฮมเมดและเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่นตลอดทั้งวัน พร้อมชมวิวสนามหญ้าที่เขียวขจีของราชกรีฑาสโมสร นอกจากนั้น ยังเสิร์ฟอาหารจานเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ซึ่งก็คือ วอลดอร์ฟสลัด (Waldorf Salad) และไข่เบเนดิกต์ (Eggs Benedict) อีกด้วย

ชื่อ “พีค็อก อัลเลย์” ถือกำเนิดขึ้นเพื่อสะท้อนภาพของทางเดินเชื่อมระหว่างโรงแรมวอลดอร์ฟและโรงแรมแอสโทเรีย ในมหานครนิวยอร์คสมัยก่อน ที่โดดเด่นสวยงามด้วยต้นไม้ร่มรื่นสองข้างทาง พีค็อก อัลเลย์ คือสถานที่ที่คุณจะได้มาพบปะสังสรรค์กับผู้คน การตกแต่งภายในนั้นงดงาม หรูหรา แต่ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด ดีไซน์การตกแต่งนั้นมีการใช้ทองแดง ไม้สีอ่อน และเฟอร์นิเจอร์สีสันสดใส

ชั้น 55

บูลแอนด์แบร์ | 80 ที่นั่งโดดเด่นเรื่องเนื้อย่าง และอาหารทะเล มีเคาน์เตอร์ปรุงสดที่คุณสามารถเลือกให้ปิ้ง ย่าง อบ หรือรมควันได้ตามใจ ด้านเมนูอาหารก็มีให้เลือกมากมาย อาทิ ปลาอบ, พอร์เตอร์เฮ้าส์สเต็ก (Porterhouse) ขนาด 1 กิโลกรัม หรือ สเต็ก ดราย เอจ 55 วัน (55-Day Dry Aged Steak) ด้วยการตกแต่งภายในสุดหรูหรา ในบรรยากาศ และทัศนียภาพของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้บูล แอนด์ แบร์ เป็นสถานที่สังสรรค์สุดสมบูรณ์แบบที่คุณจะเลือกเป็นสถานที่ในการดินเนอร์หลังเลิกงาน หรือพบปะสังสรรค์ ฉลองโอกาสพิเศษกับคนรัก ครอบครัวหรือเพื่อนฝูง

ด้วยสไตล์การจัดวางที่นั่งแบบ อาร์ต เดโค (Art Deco) ที่หรูหราและสง่างาม เฟอร์นิเจอร์ทำจากทองเหลืองออกแบบเป็นรูปทรงเรขาคณิต บูล แอนด์ แบร์ สะท้อนภาพความอลังการของวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ได้อย่างดีเยี่ยม รูปปั้นขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงบาร์ในร้าน เป็นแบบจำลองมาจากรูปปั้น บูล แอนด์ แบร์ ที่มีชื่อเสียง บนถนนวอลสตรีท นิวยอร์ค

ชั้น 56

เดอะ ล็อฟท์ | 70 ที่นั่งบาร์ที่ตกแต่งหรูหรา โรแมนติกไม่เหมือนใครในแนว อาร์ต นูโว (Art Nouveau) หรือศิลปะสมัยใหม่ มีทางขึ้นเป็นบันไดเกลียวอันวิจิตร โดยได้แรงบันดาลใจมาจากบาร์ในนิวยอร์ค ที่เดอะ ล็อฟท์ เรานำสูตรค็อกเทลสุดคลาสสิคจาก “วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย บาร์ บุค” (Waldorf Astoria Bar Book) ที่มีต้นกำเนิดในปี พ.ศ  2478 มาประยุกต์ และใช้ส่วนผสมสูตรของเราเอง รังสรรค์เป็นค็อกเทลสมัยใหม่ เสิร์ฟคู่กับอาหารคำเล็ก ๆ 

บาร์นี้ได้รับการตกแต่งในสไตล์โรแมนติกของอาร์ต นูโว จึงทำให้รู้สึกเสมือนเข้ามาในสตูดิโอของศิลปินในสมัยโบราณ เพื่อชมการทำงานของศิลปินตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในห้องอาหาร การออกแบบในสไตล์ โซโห ลอฟท์ ทำให้กับพื้นที่ดูราวกับเป็นสถานที่ที่ศิลปินอิสระใช้เพื่อปลีกวิเวกเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน บนชั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์วาดเขียนในสมัยโบราณ กล่องเหล็กใส่พู่กัน ที่เก็บอุปกรณ์ ดินสอสี ดินสอ สีน้ำ และขวดหมึก เลาจน์สำหรับสูบบุหรี่ที่อยู่ติดกัน ให้ความรู้สึกสบายและเป็นส่วนตัวสำหรับผู้สูบบุหรี่ 

ชั้น 57

เดอะ แชมเปญ บาร์ | 34 ที่นั่งยอดเพชรเม็ดงามบนชั้นสูงสุดของโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ  ตกแต่งอย่างพิถีพิถันและใส่ใจในรายละเอียด หรูหราด้วยโคมไฟแชนเดอเลียร์โบราณ รูปปั้นไม้ และเก้าอี้โยก ด้วยบรรยากาศและการตกแต่งสุดเอ็กคลูซีฟพร้อมแชมเปญ ค็อกเทลชั้นเลิศ ภายใต้การบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดสำคัญ และทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนที่โดดเด่น แน่นอนว่าจะทำให้ เดอะ แชมเปญ บาร์ เป็นสถานที่ดื่มยอดนิยมของกรุงเทพฯ อย่างปราศจากข้อสงสัย

สปา ชั้น 16 

วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย สปา เป็นสปาที่มอบความเป็นส่วนตัว เพื่อหลีกหนีจากความวุ่นวายภายนอก มีโปรแกรมที่ผสมผสานปรัชญาการบำบัดแบบไทยและเทคนิคร่วมสมัย และยังมีผลิตภัณฑ์สปาซึ่งผลิตจากวัตถุดิบในท้องถิ่นที่คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม

วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย สปา เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 . ให้บริการการบำบัดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ดูแลผิวหน้าและผิวกาย นวดผ่อนคลาย โดยเทอราปิสผู้เชี่ยวชาญ และยังมีโปรแกรมบำบัดสำหรับสุภาพบุรุษอีกด้วย

สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ที่ควบคุมอุณหภูมิน้ำ และพูลบาร์ ตั้งอยู่ติดกับสปา และยังมีฟิตเนสสตูดิโอ ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อให้ผู้เข้าพักได้ออกกำลังกายและผ่อนคลายตลอดทั้งวัน

พื้นที่จัดเลี้ยงและจัดการประชุม

โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ นำเสนอห้องประชุม พร้อมด้วยอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน เหมาะกับงานประชุม และงานจัดเลี้ยงทุกรูปแบบ เมนูอาหารและเครื่องดื่มจะถูกรังสรรค์ให้ตามที่คุณต้องการ โดยทีมงานมืออาชีพของทางโรงแรมฯ 

ห้องแมกโนเลีย บอลรูม ด้วยพื้นที่ 730 ตารางเมตร เพดานสูงถึง 8 เมตร ถูกออกแบบอย่างโดดเด่น หรูหรา และสวยงาม สามารถรับรองแขกได้ถึง 700 ท่านในงานสังสรรค์แบบค็อกเทล แมกโนเลีย บอลรูม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ และงานแต่งงานขนาดกลาง และขนาดใหญ่

ห้องประชุม โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ มีห้องประชุมอีก 8 ห้องที่มีขนาดตั้งแต่ 20 ตารางเมตรจนถึง 490 ตารางเมตร แต่ละห้องถูกสร้างให้ปรับเปลี่ยนให้มีขนาดกว้างขึ้น หรือเล็กลงตามความต้องการของผู้จัดงานพื้นที่หลายส่วนเปิดรับแสงธรรมชาติและสามารถมองเห็นสวนด้านนอก เหมาะสำหรับการจัดประชุม งานเลี้ยงส่วนตัว หรือ การประชุมทางธุรกิจ โรงแรมมีให้บริการอุปกรณ์เชื่อมต่อภาพและเสียง พร้อมด้วยบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง (Wi-Fi) ในทุกห้องประชุม

กรุณาติดต่อ: สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสำรองห้องพัก ที่ www.waldorfbangkok.waldorfastoria.com

 หรือโทร 02 846 8888

 

วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย แต่ละแห่ง มอบประสบการณ์สุดประทับใจที่คุณจะไม่มีวันลืม ด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจเมื่อเข้ามาถึงในโรงแรม และพื้นที่จัดเลี้ยงที่ควรค่ากับงานยิ่งใหญ่ระดับประวัติศาสตร์ แขกผู้มาพักจะได้รับการบริการที่เหนือระดับแบบ “ทรู วอลดอร์ฟ เซอร์วิส” ตั้งแต่เริ่มต้นการเข้าจองห้องพักจนถึงเช็คเอ้าท์

ความเป็นมา

ลักซ์ชั่วรี่แบรนด์ วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย, โรงแรมแรกเกิดขึ้นที่มหานครนิวยอร์คในปีพุทธศักราช 2436 ที่นายคอนราด ฮิลตัน (Conrad Hilton) ขนานนามว่าเป็น “โรงแรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” เติบโตอย่างรวดเร็วจนปัจจุบันมีโรงแรมภายใต้  แบรนด์วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย เปิดให้บริการในเมืองสำคัญของโลกกว่า 30 แห่ง และยังมีอีกกว่า 20 โรงแรมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง

ที่ วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย แขกทุกท่านจะถูกเชื้อเชิญให้ใช้ชีวิตอย่างไม่มีวันลืม “Live Unforgettable”  – ความโดดเด่นของแบรนด์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมด้านการบริการ ที่เอาใจใส่ในทุกรายละเอียด ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ อีกทั้งยังตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่โดดเด่นเหมาะสมรอบโลก สร้างความประทับใจอย่างไม่มีวันลืมให้กับแขกผู้มาพัก

 

เกี่ยวกับแบรนด์

  • ทรู วอลดอร์ฟ เซอร์วิส (TRUE WALDORF SERVICE)

ทรู วอลดอร์ฟ เซอร์วิส เป็นการมอบบริการแบบเป็นส่วนตัว ดีเลิศปราศจากคู่แข่ง ผ่านพนักงานคอนเซียจส่วนตัว และพนักงานทุกคนในโรงแรม ทรู วอลดอร์ฟ เซอร์วิส เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความทรงจำที่ไม่มีวันลืมให้กับแขกทุกคน ที่เขารู้ว่าบริการเช่นนี้จะได้จากวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ที่เปรียบเสมือนบ้านที่สองของพวกเขาเท่านั้น

  • ตำแหน่งที่ตั้งที่โดดเด่น (ICONIC ENVIRONMENTS)

ด้วยตำแหน่งที่ตั้ง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่หรูหราโดดเด่น ทำให้แขกต้องการจะเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญ หรือโอกาสพิเศษของพวกเขากับเรา จากนาทีแรกที่ก้าวเข้ามาให้โรงแรม พวกเขาจะเข้าใจได้ทันทีว่าโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย คือสถานที่ที่เป็นจุดกำเนิดแห่งประสบการณ์และความประทับใจของพวกเขาอย่างไม่มีวันลืม

  • ความเป็นเลิศและนวัตกรรมด้านอาหาร (CULINARY EXCELLENCE & INNOVATION)

จากเอ้กเบเนดิกต์สูตรเฉพาะ และ เรด เวลเว็ท คัพเค้ก (Red Velvet Cupcake) ต้นกำเนิดความเชี่ยวชาญด้านอาหารได้ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ณ วันนี้ มีเชฟชื่อดังระดับมิชลิน สตาร์หลายๆ ท่านทำงานอยู่กับโรงแรมของเรา อาทิ Jean-Georges Vongerichten, Michael Mina และเชฟเฟ(Fae)

 

  • การพักผ่อนที่ทันสมัย (MODERN LEISURES)

วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย มีสปาหรูในหลาย ๆ ประเทศ บริการแขกด้วยซิกเนเจอร์ทรีทเมนต์สูตรเฉพาะของแต่ละแห่ง การบำบัดที่หรูหรา สภาพแวดล้อมที่ชวนให้ผ่อนคลาย และการดูแลที่ให้ความสำคัญกับความพอใจแขกเป็นที่สุด สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จะสร้างประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมได้อย่างแท้จริง

  • ผู้นำด้านวัฒนธรรม (PIONEERS OF CULTURE)

วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นสถานที่ที่ผู้คนในสังคมชั้นสูง ผู้นำระดับโลก บุคคลระดับแนวหน้าของวงการมารวมตัวกัน นับตั้งแต่เปิดโรงแรมแห่งแรก ณ มหานครนิวยอร์คในปีพุทธศักราช 2436 วอลดอร์ฟ แอสโทเรียได้มีโอกาสต้อนรับประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกามาทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ ฮอร์เบิร์ต คลาร์ก ฮูเวอร์ มาจนถึง บารัค โอบาม่า เช่นเดียวกับศิลปินดารานักร้องระดับโลกอย่าง  แฟรงก์ ซินาตรา, เอลิซาเบธ เทย์เลอร์แคทารีน เฮปเบิร์น และ มูฮัมหมัด อาลี

 

จนถึงวันนี้ วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย ยังคงเป็นโรงแรมที่ได้ต้อนรับบุคคลที่มีความสามารถและเป็นตัวอย่างด้านวัฒนธรรมระดับโลกอีกหลายท่าน อาทิ แกเบรียล ยูเนี่ยน, โซเฟีย บุช และท่านอื่น ๆ

KinlakeStars.com


KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง kinlakestars.com – กินแหลกแจกดาว

รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง KinlakeStars.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

 

review, waldorf astoria, bangkok, review, grand opening

Comments

Comments are closed.