ครั้งนี้ Kinlakestars.com จะพาทุกท่านไปพบกับประสบการณ์แห่งความอร่อยเหนือระดับ “The Peak” เหมือนได้ดื่มด่ำบรรยากาศบนเทือกเขาสวิส นำเสนอหลากเมนูอาหารเลิศรส จากห้องอาหารหรูระดับมิชลินสตาร์ 3 ดาว Schloss Schauenstein จากยอดเขาประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ตั้งอยู่ในปราสาทที่มีประวัติอันยาวนานในเมือง Fürstenau โดยได้แรงบันดาลใจจากเชฟเจ้าของห้องอาหาร แอนเดรียส คามินาดาซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 50 ห้องอาหารที่ดีที่สุดในโลก ถ่ายทอดฝีมือโดยเชฟเดวิด ฮาร์ดวิก (Chef David Hartwig) เชฟที่มีฝีมือโดดเด่นที่สุดในทีมของเชฟแอนเดรียส บินตรงสู่กรุงเทพฯเพื่อรังสรรค์มื้อค่ำอันน่าจดจำภายใต้บรรยากาศที่หรูหรา ณ ห้องอาหารโจโจ ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 ถึง 2 มกราคม 2563

ร่วมชมฝีมือการปรุงอาหารชั้นสูงจากเชฟเดวิดอย่างใกล้ชิด แบบติดขอบเคาน์เตอร์ พร้อมสัมผัสความมหัศจรรย์แห่งรสชาติผ่าน 6 คอร์สเมนูมื้อค่ำแสนอร่อย ที่พร้อมมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับเหล่านักชิม จำกัดเพียง 12 ที่นั่งต่อคืนเท่านั้น โดยอาหารในแต่ละเมนูผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน คัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลที่สดใหม่และผ่านการเลือกสรรจากแหล่งกำเนิดวัตถุดิบทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์

Small Bites

Duck Liver – Almonds – Red Beet

Red Beet Sorbet – Red Beet Conetto

เริ่มต้นกันด้วยการผสมผสานระหว่างตับเป็ดที่มีรสมันกลมกล่อมนุ่มเสริมสัมผัสกรุบกรอบด้วยอัลมอนด์จากนั้นคลุมผิวด้วย ผงที่มาจากการบดของเมล็ดพืชสีแดงจนออกมามีลักษณะคล้ายเหมือนมีกำมะหยี่ปกคลุม จะว่าไปแล้วหน้าตานั้นตรงบริเวณพื้นผิว เหมือนพื้นผิวของช็อกโกแลตนามะ

Fennel – Tuna Tartare – Dill

สำหรับชิ้นนี้ ตรงฐานทำเป็นรูปสามเหลี่ยมมาจากฟีเนล จากนั้นนำเนื้อปลาทูน่าสดมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ก็คือทาทานั่นเองและเสริมกลิ่นหอมประดุจพรมน้ำหอมด้วยดิล

Air Bread – Charcoal – Sorrel Mousse

ชิ้นนี้มีลักษณะดูน่ารักแปลกตาดีเป็นการนำผงชาโคลมาผสมกับเนื้อขนมปัง จากนั้นเป็นการขึ้นรูปขนมปังให้เป็นรูปหมอน ข้างในกลวง อบจนกรอบด้านใน เป็นมูส soil ซึ่งมีความมันครีมมี่ โดยรวมแล้วเป็นสัมผัสที่สนุกสนานเมื่อเข้าไปอยู่ในปาก​ นั่นคือความครีมมี่ความมันและความกรอบ

Yogurt Espuma – Corn Ice Cream – Corn Bouillon

สำหรับอาหารในหมวดหมู่คำเล็กๆ ตัวสุดท้ายจะเป็นการนำโยเกิร์ต ทำเป็น espuma ตรงบริเวณฐาน ส่วน bolid ในจานจะเป็นไอศกรีมที่ทำจากข้าวโพดซึ่งมีรสหวานและหอมกลิ่นเฉพาะตัวของข้าวโพด แนะนำให้ตักกินพร้อมกับซุปข้าวโพด ซึ่งเป็นซุปร้อนๆ มาจากการต้มข้าวโพด กับซุปไก่ซึ่งมีกลิ่นหอมและหวานของข้าวโพดอย่างชัดเจน

Amuse Bouche

Red Snapper – Ceviche – Saffron – Celery

จานนี้เป็นการนำปลากระพงแดงไปทำการหมักหรือมารีเนตนั่นเอง ซึ่งจะทำให้เนื้อปลามีสัมผัสที่มีความหนึบๆ​ เสริมรสชาติด้วยทั้งมะนาวเหลืองมะนาวเขียวและขิง นำไปเคี่ยวรวมกันถึง 2 ชั่วโมง จากนั้นเพิ่มความหอมด้วยหญ้าแซฟฟรอนจากตะวันออกกลาง และเพิ่มความสดชื่นให้กับจานนี้ด้วยซาลาลี

Ice Red Cabbage Ball – Mustard Mousse

จานนี้หน้าตาดูสีสดใสแปลกตา ด้วยสีม่วงอมแดง ตัวเอกของจานนี้มีรสชาติที่เปรี้ยวนำและเย็นมาก ใช้ผักกาดม่วงหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ อยู่ด้านใน จึงได้สัมผัสกรุบกรอบตามสไตล์ผักดอง ด้านบนเป็นใบไม้ที่เกิดจากการแช่แข็ง ทำให้บางเฉียบกรอบมาก แทบจะละลายในปาก และยังมีกลิ่นมัสตาร์ดผสมผสานอยู่ด้วยซึ่งมาจากมัสตาร์ดมูส

Langoustine – Nago – Lemon

ตัวสุดท้ายของ amuse bouche จะเป็นการนำเนื้อกุ้ง langoustine หั่นเป็นท่อนนำไปทอดในกระทะกับเนยโดยเชฟจะทำการทอดต่อหน้านักชิมทุกท่าน ซึ่งทำให้กลิ่นหอมของเนยเตะจมูกยั่วน้ำลายสอผสมผสานกับ Isuzu เครื่องเทศจากโมร็อกโกที่ชื่อว่าโมโรรากุ​ จึงได้กลิ่นหอมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวส้มยูสุและมีรสหวานอมเปรี้ยวบวกกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่อาจจะแปลกจมูกออกไปไม่เหมือนใครและมีความเปรี้ยวเล็กน้อยจากมะนาวเหลือง

เนยและขนมปัง

จบกันไปแล้วกับอาหารเปิดเพดานปากรับรส ก่อนจะเริ่ม Starters เราขอพาทุกท่านมาชิมขนมปังและเนยที่แปลกต่างออกไปกัน

สำหรับเนยนั้น นอกจากจะหน้าตาที่ดูแปลกออกไป ส่วนผสมยังแปลกออกไปด้วย เป็นการใช้โยเกิร์ตซึ่งก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากนม นำมาตีผสมกับเกลือ ส่วนตัวขนมปังข้างนอกมีผิวสัมผัสที่กรอบและข้างในนุ่ม ส่วนอุณหภูมินั้นอุ่นๆจึงให้กลิ่นที่หอมกรุ่นชวนชิมมาก

Starters

ปลาแมคเคอเรลอะโวคาโดกับวาซาบิหัวไชเท้าญี่ปุ่น (Mackerel Avocado Daikon Wasabi) 

Pork Neck – Onion – Dried Pear

Mains

ปลาแบล็คคอตเสิร์ฟควบคู่กับฟักทองและกะหล่ำม่วง (Black Cod Pumpkin Cicorino Rosso) 

ในที่สุดเราก็เดินทางและดำเนินเรื่องการมาจนถึงอาหารจานหลัก เรามาเริ่มกันที่อาหารจานแรกของมื้อนี้ซึ่งทำมาจากปลาคอดสีดำมีการให้ความร้อน 80 องศาและเป็นการซูวีในน้ำเกลือเป็นเวลานานพอสมควรจนมีความ juicy มากไม่แห้งเลยแต่ค่อนข้างจะมีความเค็มอยู่พอสมควรสำหรับปากคนเอเชีย แต่ก็ตัดกับความหวานหอมเฉพาะตัวจากพิวเร่ที่ทำจากฟักทอง

เนื้อแกะรสนุ่มชุ่มลิ้นกับซอสฮาริซาและซีบัคธอร์น  (Lamb Loin Lamb Belly Harissa Sea Buckthorn) 

และอาหารจานหลักจานสุดท้ายในครั้งนี้เชฟเลือกวัสดุตัวชูโรงเป็นแกะโดยเป็นแกะ 2 ส่วนนั้นคือส่วนท้องและส่วนตัวโดยมีการแบ่งการปรุงออกเป็น 2 รูปแบบ คือ การทอดเซียในกระทะซึ่งเชฟจะทำการทอดและเซียในกระทะต่อหน้านักชิมทั้งหลาย จึงให้กลิ่นที่หอมชวนทุกท่านอยากชิมขึ้นมาทันที เสน่ห์ของการทอดและเซียในกระทะนั้นนอกจากรสที่อร่อยหลังจากได้ชิมแล้ว แต่ถ้าเกิดทุกท่านได้กลิ่นระหว่างการทำท่านจะรู้ อยากทานอาหารจานนี้ขึ้นมาอีกหลายเท่าตัว นอกจากนี้อาหารจานหลักตัวนี้มีน้ําเกรวี่ที่มีการใช้ราดต่างออกไปจากหลายๆที่ คือไม่ได้มีแค่เพียงรสเค็มหรือความกลมกล่อมดีมีรสของเครื่องเทศอยู่เล็กน้อยที่เชฟจงใจจะทำออกมาให้มีความแตกต่างจากที่อื่นๆ และนอกจากนี้กลิ่นเครื่องเทศยังช่วยลดกลิ่นของแกะแต่ก็ไม่ได้กลบไปเสียทั้งหมด ซึ่งเป็นเสน่ห์ของตัวเนื้อแกะเอง

Sweets

Red Wine Creme – Basil Sorbet – Longkong – Papper

Yogurt Lemon – Lemon Cake – Herb Salad

เชฟเดวิดใช้เทคนิคการปรุงอาหารแบบดั้งเดิมเพื่อสร้างสรรค์ความสมบูรณ์แบบหากแต่เสริมด้วยกรรมวิธีที่ทันสมัยไว้ได้อย่างไร้ที่ติ

The Chef

เชฟเดวิด ฮาร์ดวิก หัวหน้าเชฟวัย 29 ปี ผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ด้านอาหารและถือเป็นหนึ่งในขุนพลสำคัญของทีมเชฟแอนเดรียส สั่งสมประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์มาแล้วอย่างมากมาย อาทิ ร้านอาหาร Schloss Schauenstein 

ร้าน IGNIV by Andreas Caminada ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงทำงานอยู่ที่นิวยอร์กเป็นเวลาหลายปี ด้วยสไตล์การปรุงอาหารอันเป็นเอกลักษณ์อีกทั้งความใส่ใจในทุกรายละเอียด ส่งผลให้อาหารทุกจานของเชฟเดวิดได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามรวมถึงยกย่องให้เขาเป็นหัวหน้าเชฟฝีมือคุณภาพอีกด้วย

ลิ้มรส 6 คอร์สเมนูมื้อค่ำรสเลิศไปกับ “The Peak” ณ ห้องอาหารโจโจ รังสรรค์พิเศษโดยเชฟเดวิด ฮาร์ดวิก ได้ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 ถึง 2 มกราคม 2563 ในราคา 3,200 บาท++ ต่อท่าน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อที่ เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ โทร 022077777 อีเมล์ fb.bangkok@stregis.com เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.stregisbangkok.com

The Peak, st.regis bangkok, michelin star, jojo, review, รีวิว

Kin Review

Kinlakestars.com

KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง kinlakestars.com – กินแหลกแจกดาว

รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง KinlakeStars.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด


Comments

Comments are closed.