สำหรับเดือนธันวาคมนี้ ก็ทำให้เรานึกถึง เทศกาลวันคริสต์มาส หรือ วันแห่งการฉลองวันประสูติของพระเยซู ศาสดาของชาวคริสต์ทั่วโลก นั่นเอง ซึ่งในวันแห่งการเฉลิมฉลองครั้งนี้ ก็ต้องคู่กับอาหาร หรือ ขนมต่างๆ ที่มีพิเศษเฉพาะวันคริสต์มาส เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น Fruit cake, Bûche de Noël หรือ เค้กขอนไม้, Panettone, Christmas Pudding, Galette des Rois หรือ King Cake ของชาวฝรั่งเศส หรือ แม้กระทั่ง Stollen   ซึ่งเป็นขนมปังหวานของชาวเยอรมัน ซึ่งถือกำเนิดมายาวนาน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 แต่เจ้า Stollen สมัยนั้น จะมีความแตกต่างกับสโตเลนสมัยนี้อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากสมัยก่อนนั้น สโตเลนถูกทำขึ้นด้วยวัตถุดิบง่ายๆ อย่าง แป้งสาลี ยีสต์ น้ำ และ น้ำมัน เท่านั้น ต่อมาได้มีคนไปเรียกร้องกับสมเด็จพระสันตะปาปานิโคลัสที่ 5 เพื่อขอใช้เนย แทนน้ำมันพืช ในการทำขนม ต้องบอกก่อนว่าสมัยนั้น เขามีการสั่งห้าม ไม่ให้ใช้เนย ซึ่งเวลาผ่านไป จนถึงสมัยของสมเด็จพระสันตะปาปาอินโนเซนส์ ที่ 8 ก็ได้ทำการส่งจดหมายไปยังเมื่อง Dresden ให้สามารถใช้ เนย ในการทำขนมได้ แต่ต้องแลกกับการส่งทองมา เพื่อสร้างโบสถ์ 500 ปี ผ่านไป เจ้าสโตเลน นี้มีรสชาติที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยจะใช้เนยคุณภาพดี รวมไปถึง เครื่องเทศ และ ผลไม้ต่างๆ ที่ใส่เข้าไปในสโตเลน

วันนี้เลยขอนำเสนอการทำ Stollen กัน พอดีที่บ้านไม่มียีสต์ ติดบ้านไว้เลย ก็เลยลองหาสูตรที่ไม่ได้ใส่ยีสต์แล้วกันนะครับ
มาดูวัตถุดิบกันเลยดีกว่า

Stollen

Dark Rum                 100 ml.
Orange Peel               60 g.
Dried Cranberry         80 g.
Black Raisin               80 g.Dried Fig                    80 g.
Mixed Fruit                  80 g.
Marzipan                    150 g.
Egg                            2  ea
Butter                         200 g.
Sugar                        180 g.
Yoghurt                      400 g.
All purpose flour        600 g.
Baking powder           15 g.
Salt                             pinch
Cinnamon powder
Nutmeg powder          เครื่องเทศต่างๆ ให้ใส่เอาตามชอบได้เลยครับ
Clove powder
Almond                       200 g.

เริ่มแรกสิ่งที่ต้องเตรียม คือ นำผลไม้แห้งทุกอย่างมาแช่ในเหล้ารัมข้ามคืน และ ทำ Marzipan เตรียมไว้

Homemade Marzipan

Almond powder      145 g.
Icing sugar             185 g.
Egg white                1 ea.Amaretto                 2 teaspoons

ผสม อัลมอนด์บด และ น้ำตาลไอซิ่ง เข้าด้วยกัน

จากนั้นนำทุกอย่างลงเครื่อง Food Processor แล้วปั่นรวมกัน ได้เป็นแบบนี้ นำพลาสติกห่อ แล้วนำไปพักในตู้เย็น

ผ่านมาวันถัดไป ผลไม้พร้อม มาร์ซิแพนพร้อม งั้นเรามาเริ่มทำ สโตเลนกันเลย อุ่นเตาที่ 160 C (เปิดพัดลงในเตา) หรือ ถ้าไม่มีพัดลม อุ่นเตาที่ 175 C จากนั้นก็มาเตรียมของแห้ง โดยร่อนรวมกันไว้

ขูดมาร์ซิแพนเป็นฝอยๆ เพื่อให้เวลาตีจะได้เข้ากันง่ายๆ

นำเนย มาร์ซิแพน และ น้ำตาลมาตีเข้าด้วยกัน พอเข้ากันแล้วดีแล้ว ก็ค่อยๆทยอยใส่ไข่ จนหมด จากนั้นแบ่งส่วนผสมของแป้งใส่ลงไป ซัก 3 ครั้ง

และก็ตามด้วยผลไม้ที่เราแช่ในเหล้า และ อัลมอนด์ลงไป

แบ่งใส่ถาด ผมแบ่งก้อนละ 350 กรัม

แนะนำให้ขึ้นรูปแป้งให้สวยนิดหนึ่ง โดยโรยแป้งเล็กน้อยบนโต๊ะ แล้วคลึงแป้งให้เป็นทรงเล็กน้อย ของผมไม่ได้คลึงนะครับ
แล้วอบประมาณ 1 ชั่วโมง – 1 ชั่วโมง 20 นาที หรือ จนเหลืองทอง

ในภาพเพิ่งทาเนยบนตัวขนม คือ พออบเสร็จ ออกมาพักข้างนอกซักพัก ก็ทาเนยละลาย ขณะขนมยังอุ่นอยู่ จากนั้นโรยน้ำตาลไอซิ่งให้ทั่ว พอเย็นสนิท ก็นำพลาสติกห่อเก็บไว้

 

 

ลองสไลด์ซักหน่อย สูตรนี้เนื้อจะออกไปทางเค้ก มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ และ เหล้ารัม

 

เรื่อง / ภาพ : Chef Krangkrai T.
christmas, Christstollen, Christstollen, Pastry, Stollen, Xmas, สโตเลน 

KinlakeStars.com


KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง kinlakestars.com – กินแหลกแจกดาว


รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง KinlakeStars.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาติจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

Comments

Comments are closed.