Staycation Bangkok Marriott Hotel The Surawongse

Story : Dr. Athiwat T. /Photo : Pol.Capt. Kittin A.

               หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าย่านเมืองเก่าอย่างสุรวงศ์ มีโรงแรมระดับห้าดาวที่อันแน่นไปด้วยคุณภาพ ทั้งบรรยากาศ ห้องพัก สปา และ อาหาร นั่นก็คือ Bangkok Marriott Hotel The Surawongse ซึ่งวันนี้เราจะขอแนะนำโปรแกรม Staycation ของโรงแรมให้ทุกท่านได้ลองพิจารณาครับ

โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ โรงแรมดีไซน์เก๋ที่มีแรงบันดาลใจมาจากศิลปะช่างสิบหมู่ เหมาะแก่การสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการมาพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศ เช็คอินถ่ายรูปสวย
ฟินไปกับสระว่ายน้ำลอยฟ้า พร้อมวิวกรุงเทพแบบ 180 องศา ทุกท่านสามารถอิ่มอร่อยกับอาหารไทยรสจัดจากพระยา คิทเช่น หรืออาหารจีนจากเย่า เรสเตอรองท์ แล้วปิดท้ายวันที่เย่า รูฟท็อป บาร์ บาร์เก๋สไตล์เซี่ยงไฮ้พร้อมวิวระยิบระยับของกรุงเทพยามค่ำคืน

Bangkok Marriott Hotel: The Surawongse

               ตัวโรงแรมตั้งอยู่บนถนนสุรวงศ์ใจกลางย่านเมืองเก่าแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เป็นแอเรียที่ใกล้กับสาทร สีลม สยาม แต่ยังคงไว้ซึ่งความเงียบสงบ เหมาะแก่การเดินเล่นชิว ๆ ในวันสบาย ๆ ครับ ตัวโรงแรมชั้นล่างจะล้อมด้วยกำแพงสูงทำให้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงชัดเจนเมื่อเดินเข้ามาครับ เป็นความผ่อนคลายและเงียบสงบ

ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรม ซึ่งจะถูกใช้ในทุกจุดของโรงแรม

ชั้นล่างสุดของโรงแรมมี Lobby 2 ฝั่ง โดยฝั่งที่ให้แขก check-in จะอยู่ฝั่งที่ติดกับถนนใหญ่ ด้านซ้ายมือหากหันเข้าโรงแรมคือเคาท์เตอร์เช็คอิน ตรงกลางเป็นพื่นที่นั่งพักคอย และด้านขวาเป็นร้ายขายของที่ระลึก


ส่วนล็อบบี้ก็ทำได้หรูหราครับ ซึ่งสีของโรงแรมนี่จะเน้นการตกแต่งแบบเรียบ โมเดิร์น โทนเทาดำ แต่ชูรายละเอียดของศิลปะไทยช่างสิบหมู่ ซ่อนไว้ในส่วนต่าง ๆ ของโรงแรม

ส่วน Lobby อีกฝั่งเป็นร้านเบเกอร์รี่ที่สามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้ พร้อมกับนั่งเล่นนั่งทำงานไปด้วย ซึ่งยังเป็นจุดที่เชื่อมไปยังอาคารสำหรับจัดเลี้ยง

ซึ่งเมื่อเชคอินและฝากกระเป๋าแล้ว ก็สามารถไปนั่งชมวิว และ พักผ่อนก่อนมื้ออาหารเย็นได้ที่ M Club ที่ชั้น 31 ของโรงแรมครับ

The M Club

M Club เป็น executive area ที่สามารถซึ่งรวมมากับ package staycation ตัวห้องจะตั้งอยู่ที่ชั้น 31 ของโรงแรม ทำให้เห็นวิวของย่านสุรวงศ์ข้อดีของวิวที่นี่คือ ไม่มีตึกสูงบังครับ ทำให้มองไปไกล ได้สุดลูกหูลูกตา ซึ่งเป็นอีกวิวหนึ่งที่ไม่ค่อยได้เห็น

เพราะโรงแรมห้าดาวสูง ๆ มักตั้งอยู่แถวฝั่ง เพลินจิต หรือ สาทรเป็นส่วนใหญ่ การมองได้ไกลนี่จะช่วยพักผ่อนกล้ามเนื้อตาจากความเหนื่อยล้าตลอดวันได้เป็นอย่างดี แถมวิวกลางคืนก็สวยไม่แพ้กันครับ

ไม่ว่าจะโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนถึงตึกระฟ้ากลางเมือง ณ ที่แห่งนี้ท่านจะเห็นได้ทั้งหมดเพียงขยับตัวไปตามมุมต่างๆ

อาหารที่ให้บริการใน M lounge นี่จะเป็นพวกชากาแฟของว่างที่เสิร์ฟตลอดวัน แต่จะมี Tapas อาหารร้อนมาเป็น รอบ ๆ

ซึ่ง รอบ Pre-dinner นี่เค้าจัดมาหนักทีเดียวครับ มีทั้งของว่างอย่าง ป๊อเปี๊ยะ หมูทอด สลัด เค้กและผลไม้ ไปจนถึงอาหารที่กินได้อิ่มอย่างขนมจีนแกงเขียวหวาน แกงเผ็ด ไข่ต้มที่ อร่อยมาก ๆ และเติมได้ไม่อั้น ในความเป็นจริงแล้วแทบไม่ต้องไปกินข้าวเย็นก็ได้ครับ แต่พวกผมต้องยั้ง ๆ ไว้เพราะมีโปรแกรมไปที่ Praya Kitchen ต่อครับ 😀

ท่านสามารถเลือกเครื่องดื่มได้อย่างมากมายเลือกอาหารได้อย่างมากมาย

มุมที่ทำอาหารร้อนๆแบบจานต่อจาน

มีห้องส่วนตัวสำหรับครอบครัวหรือมาแบบเป็นกลุ่ม

ขนมครก แกงเขียวหวาน ต้มยำน้ำข้นก็มีให้ครบ

สลัด ชีส โคลคัท เครื่องเคียง พร้อม

ของหวานมากมาย

อาหารร้อนที่หลากหลาย

มุมเครื่องดื่ม

ขนมปังหลากหลาย

นอกจากนั้น M Club นี้ยังทีให้บริการเครื่องดื่ม alcohol ทั้งเบียร์ และไวน์ด้วยครับ นับว่าจัดเต็มใจป้ำจริง ๆ สำหรับ club benefit อันนี้ ทั้งหมดนี้ ฟรี!

               ส่วนความพิเศษนั้นยังไม่หมด เพราะ สำหรับผู้ที่อาจจะจำเป็นต้องมีงานด่วน งานร้อน หรืออยากปริ้นอีเมลล์ เอกสารอะไรมาอ่านตัว

Club benefit นี่ก็ยังรวมไปถึงบริการ internet และ printer ที่สามารถพิมพ์เอกสารออกมาได้อีกด้วยครับ (ฟรีสิบห้าแผ่น) ซึ่งผมก็ได้ลองปริ้น paper จาก journal ที่เพิ่งออกล่าสุดออกมาอ่านครับ internet ลื่นปรื้ด ๆ บนโต๊ะก็มีแม็กเย็บพร้อมใช้ครับ

Dinner: Praya Kitchen

               เมื่อพักผ่อนนั่งชิวจนลืมเวลาทุ่มกว่า ๆ ก็ถึงเวลาอาหารค่ำครับ (อิ่มนิด ๆ แล้วแต่เค้าว่าอาหารเย็นพิเศษมาก ก็ต้องยอมครับ)  ซึ่งอาหารค่ำที่แนะนำครั้งนี้เราจะไปที่ พระยาฯ คิทเช่น ที่ชั้น 3 ของโรงแรม ซึ่งจัดเป็น dinner buffet สุดคุ้มค่าไว้ครับ

               เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้วันที่เราไป ตัวไลน์บุฟเฟ่ต์ยังเป็นแบบ order มาเป็น ala carte อยู่ แต่เร็ว ๆ นี้จะเปิดเป็นแบบปกติแล้วซึ่งรูปแบบสามารถ ดูจากริวิวก่อน ๆ ได้ ที่นี่ครับ


               ส่วนที่อัพเดตประจำช่วงนี้คือ Grill Station ช่วงนี้จะเสิร์ฟ Australian Wagyu Dry-aged Beef ที่มาให้เลือกแบบ Made to order ได้ทุกส่วนและความสุกครับ

กุ้งล็อบสเตอร์ซอสต้มยำ ที่จะเสริ์ฟมาแบบทีละครึ่งตัวเลยทีเดียว

Seafood Platter และหอยนางรมก็ยังมีมาแบบไม่อั้นเหมือนเดิมครับ

               ส่วนที่พลาดไม่ได้ถึงแม้จะอิ่มแค่ไหนของพระยาคิทเช่น คือ แกงคั่ว ครับซึ่งเชฟจะผลัดเปลี่ยนเมนูไปเรื่อย ๆ เป็นปู เป็นหอยบ้าง แต่ทุกครั้งที่พวกเรามากินที่พระยาคิทเช่น เมนูนี่คือพลาดไม่ได้ครับ ส่วนอาหารไทยอื่น ๆ ของที่นี่สั่งได้หมดครับ ไม่ว่าจะเป็นส้มตำ ต้มยำ ลาป ไส้กรอกอีสาน ปีกไก่ทอด ฯลฯ

               ซึ่งแน่นอนครับ เพราะเมนูที่นี่มีให้เลือกเยอะเกินไปครับ เราต้องเรียกกำลังเสริมมาเพื่อจัดการอาหารทั้งหมดนี้ครับ

และสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มของ ได้ที่นี่<คลิกเพื่ออ่านต่อ>

มาถึงส่วนของห้องพักกัน สวยงามตั้งแต่เปิดประตูลิฟท์เลยทีเดียวครับ

The Residential Suite

นับแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในห้อง ก็ต้องตกตะลึงถึงความใหญ่โตของพื้นที่ในห้อง และสุดประทับใจกับของหวานที่เชฟบรรจงทำใส่กล่องวางไว้บนโต๊ะอาหารในห้อง

ขนมทั้งสวยทั้งอร่อย ขอบคุณที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

หลังจากเราอิ่มอร่อยกับอาหารแล้ว ก็ถึงเวลาพักผ่อนอย่างจริงจังครับ ห้องพักที่เราจะพาทุกคนมาชมวันนี้คือห้อง 2-Bedroom Residential Suite ที่ปกติจะเต็มเกือบตลอดครับ ตัวห้องปกติจะรองรับคนที่มาอยู่ long stay

               ตัวห้องกว้างขนาด 95 ตารางเมตร ตกแต่งแบบเรียบหรูแบบโมเดิร์นโอเรียนทอลสไตล์ครับ สองห้องนอน สองห้องน้ำ และห้องรับแขกครับ

ส่วนห้องรับแขกส่วนแรกจะเป็นครัวเปิดที่มี โต๊ะอาหารขนาดใหญ่ที่สามารถนั่งได้ถึงหกคนครับ พร้อมครัว ที่มีทั้งเตา และ ตู้อบ !

จาน ชามแก้วไวน์พร้อมให้สามารถจัดปาร์ตี้ขนาดย่อม ๆ ได้สะดวกทีเดียวครับ ตู้ด้านหน้าจะมีช่องใส่รองเท้าไว้ให้หลายคู่ และมีตู้ซ่อนที่มีเครื่องซักผ้า และ เตารีด

               ส่วนของห้องนั่งเล่น เป็นโซฟาสองที่นั่งขนาดใหญ่ บวกโซฟาเบดครับ ห้องที่เราอยู่เป็นวิวชั้นสิบสองเป็นวิวเมืองครับ และมุมทำงานที่ดีเยี่ยม

day bed อ่านหนังสือชมวิวแบบพาโนราม่า ด้วยผนังกระจกที่สูงจากพื้นจนถึงเพดาน

               ส่วนของห้องน้ำสองห้องคล้าย กันคือเป็น shower และ อ่างอาบน้ำ ส่วนผลิตภัณฑ์เป็นของ THANN ครับ กลิ่นหอมมาก ๆ

พื้นที่ห้องแต่งตัว

ส่วนที่ชอบคือการวาง facility ในห้องน้ำครับเล่นแสงเงาได้สวยกับหินอ่อนแผ่นใหญ่ตัดเข้ามุมสวยงาม งานศิลปะที่มีอยู่ทุกมุมในห้องน้ำ

และการเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นขอบมุมยาแนวที่จะถมด้วยอะลูมิเนียมอบสีดำครับ ทำให้ไม่เป็นเชื้อรา ละดูหรูหราไปกับห้องดี

ใครที่กำลังแต่งคอนโด หรือ บ้านอยู่น่าจะอินครับ ที่ชอบอีกอย่างคือ Bathrobe ของที่นี่ทรงสวยดีครับ โดยในส่วนของห้องน้ำ Master มีกระจกเชื่อต่อระหว่างห้องนอน และสามารถชมวิวมุมสูงกรุงเทพได้จากกระจกหน้าต่างห้องน้ำอีกฝั่ง

               ส่วนห้องนอนตกแต่งได้อบอุ่นครับ ห้องนอนหลักเป็นเตียง king size นุ่มมาก ส่วนอีกห้องก็เลือกได้ว่าจะเป็น single (Master) หรือ twin ครับ

มีทีวีในห้องนอน ลำโพง bluetooth พร้อมอุปกรณ์พื้นฐานอื่น ๆ ครบครันตามมาตรฐานของโรงแรมห้าดาว สิ่งที่ชอบมาก ๆ สำหรับห้องน่าจะเป็นสเปซที่วางได้ดี กับ พื้นผิวหินอ่อนกับไม้ ที่สัมผัสแล้วให้ความรู้สึกดีครับ

Breakfast: M Club

               หลังจากพักผ่อนเต็มอิ่ม ก็เริ่มวันด้วยการออกกำลังกายเบา ๆ ที่ฟิตเนส หรือ ไปอาหารเช้าที่ M Club หรือ Praya kitchen ก็ได้ครับ แต่วันนี้เราเลือกกลับไปที่ M Club ครับ เพราะอยากเห็นวิวสวย ๆ ช่วงเช้าของชั้น 31นอกจากนี้ยังติดใจความโคโลเนียลและผนังน้ำเงินที่น่าจะเหมาะกับแสงเช้าครับ

               อาหารเข้าบนนี้จะจัดคล้ายช่วง Tapas เย็น ครับมี station อาหารอุ่นและเครื่องดื่มไม่ใหญ่มาก แต่เมนูที่สั่งเพิ่มได้เยอะมาก โดยเฉพาะสารพัดไข่ครับ ไข่เจียว ไข่กระทะ เบเนดิก ออมเลต หรือ ออมเลตขาว สำหรับคนที่ไม่ต้องการไข่แดงก็มีให้เลือกครับ ส่วนที่น่าลองคือไข่คนทรัฟเฟิลครับ ที่มาแบบหอม ๆ นอกจากนั้นก็ยังมีกลุ่มข้าว ที่ทำเป็น โจ๊ก ข้าวต้มปลา หรือ ข้าวหน้าแซลมอนเทริยากิ ก็มีให้เลือกครับ

Spa: Quan Spa

               หลังจากเสร็จอาหารเช้า ก็ถึงเวลาพักผ่อนสบาย ๆ ครับซึ่งก่อนกลับไปทำงานหนัก การนวด Spa น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีทางนึงครับ เพื่อให้เข้าถึงการผ่อนคลายอย่างเต็มที่ ซึ่ง Spa ของ Marriott Surawongse แห่งนี้ใช้ของ Quan Spa ครับ แต่ธีมการตกแต่งและทรีทเมนต์ ก็จะไม่ซ้ำกับ Quan Spa ที่อื่น ๆ ซึ่งต้องมาลองสัมผัสครับ

               ตัว Spa ของที่นี่ห้องด้านในก็จะตกแต่งคุมโทนเทา ขาว ดำครับ กลิ่น aroma เป็นแบบเอกลักษณ์เฉพาะของสปาเอง สิ่งที่ชอบเป็นอย่างแรกคือ ตรงส่วนเชคอินก็ใช้เวลาไม่นาน ไม่ซับซ้อนครับ ตัวแบบสอบถามก็ไม่ซับซ้อน เวิ่นเว้อจนเกินไป

               สำหรับโปรแกรมของเราวันนี้เน้นลดความปวดครับ เป็น Aroma Fusion 60 นาที ซึ่งเป็นโปรแกรมที่น่าจะประทับใจมากครับ เพราะ นวดได้ถึง คลายความปวดได้เยอะเลย โดยที่ไม่ต้องดึงดัดอะไรมากมาย สำหรับราคาและโปรแกรมนวดสามารถเช็คได้ ที่นี่ ครับ

และสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มของ Quan Spa Marriott Surawongse ได้ที่นี่<คลิกเพื่ออ่านต่อ>

Lunch: Yao Restaurant and Rooftop bar

              สำหรับอาหารกลางวันก่อนกลับ ก็ต้องไม่ลืมจะไปเชคอินที่ร้านอาหารจีน roof top ขวัญใจของเราครับ ถึงแม้จะรู้จักกันในความเป็น Rooftop มากกว่า แต่อาหารจีนของ Yao นั่นก็มีความดีงามและเอกลักษณ์ ที่โดดเด่นครับโดยอาหารของที่นี่จะเป็นแบบ Modern Shanghai Cuisine ซึ่งเชฟคิดขึ้นมาได้ลงตัวมาก ๆ ซึ่งมีตัวอย่างเมนูมากมายที่ต้องลองเช่น ซึ่งตัวที่เราอยากแนะนำ เช่น … สามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มของ ได้ที่นี่<คลิกเพื่ออ่านต่อ>

               นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่น ๆ อีกมากไม่ว่าจะเป็นหมูกรอบซอสออยชิน ซุปเสฉวน กุ้งซอสเอดามาเมะ ที่เลือกกุ้งทอดพร้อมที่มีมันกุ้งเยิ้ม ๆ หรือ ข้าวเหนียวห่อใบบัวที่อัดแน่นด้วยเนื้อปูเต็ม ๆ ให้กินได้อิ่มครับ

สำหรับคนที่คิดว่าอาหารกลางวันหนักไป หลังจากกินมื้อเย็นจากพระยา และ มื้อเช้าก็สามารถลองเป็น Chinese Afternoon Tea ชิลๆ ก่อนกลับได้ครับ ซึ่งรายละเอียดตามนี้เลยครับผม

และสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มของ YAO ได้ที่นี่<คลิกเพื่ออ่านต่อ>

The Pool

               สิ่งสุดท้ายที่ไม่อยากให้พลาดเลยคือ สระว่ายน้ำ ครับ สำหรับ Marriott The Surawongse นี่มีสระว่ายน้ำ infinity ซึ่งตัวสระเป็น outdoor สีฟ้าใส

มีซุ้มผ้าใบสีขาวให้นั่งริมสระ รวมถึงเตียงนอนริมสระที่วางยาวไปถึงในสระน้ำ

ถ้าคุณว่ายน้ำไม่เป็น อย่างน้อยหย่อยตัวและลงสระเดินไปชิมวิวก็ยังดี

pool ที่อยู่มุมวิวที่เรียกได้ว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งครับ ถ้ามีโอกาสมาพัก มี pool access ต่อให้ไม่ได้ว่ายก็ต้องอย่าลืมมาเก็บภาพก่อนกลับครับผม

นอกจากนี้ยังมีที่นั่งในร่มกึ่งนอกอาคารด้วย

ไม่ว่าจะมานั่งชิวหรือมาว่ายน้ำก็ฟินไปกับวิวอันสวยงามและทัศนียภาพมุมสูงและกว้าง

               สำหรับช่วงโอกาสพิเศษนี้ท่านที่สนใจสามารถจอง Residential Suite ได้ในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 6000 ++ ต่อคืน สามารถพักได้สูงสุดถึงสี่คน หรือ 5000 ++ สำหรับห้องสวีทสองคน รวม benefit คือ อาหารเช้า และ M Club ที่เสิร์ฟอาหารว่างและ tapas แทบตลอดวันแล้ว เรียกว่าแทบไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มแล้วครับ นอกจากจะสปาที่ตอนนี้มีส่วนลด ถ้าพักเต็มที่สี่คนก็จะตกราว ๆ 1500 บาท ต่อคนครับ ซี่งสามารถจัดงานปาร์ตี้เล็ก ๆ หรือ ดื่มที่ Yao Rooftop แล้วลงมาพักผ่อนอย่างเต็มที่ได้ในวันหยุดสุดสัปดาห์  

               หวังว่าทุกท่านจะเจอตัวเลือกที่ดีในการพักผ่อนสุดสัปดาห์นะครับ อย่าลืมติดตาม Kinlakestars.com หรือ Facebook page: kinlakestars, ko somewhere เพื่อไม่พลาดรีวิวและโปรโมชั่นเด็ด ๆ ที่เราจะอัพเดตให้ทุกท่านครับ แล้วพบกันใหม่ครับผม

รายละเอียดการจอง

สามารถสำรองห้องพักและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2563
สำรองห้องพัก www.bangkokmarriottsurawongse.com
โค้ดการจอง: YX1
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 088 5666

kinlakestars.com

รีวิว, เกาะกูด, ที่พัก, luxury, hotel review, Someva kiri, private plane, pool villa


KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง kinlakestars.com – กินแหลกแจกดาว

รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง KinlakeStars.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

Comments

Comments are closed.