โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ เปิดตัวรูปโฉมใหม่ของ 4 ห้องอาหารบนชั้น 3 ของโรงแรมฯ, หลังปิดปรับปรุงเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา, เพื่อให้เป็นศูนย์รวมห้องอาหารระดับพรีเมียมของกรุงเทพฯ ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศสแนวใหม่

“เราเชื่อว่าการที่โรงแรมฯ มีบริการห้องอาหารระดับพรีเมี่ยมหลากหลายประเภท ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศสแนวใหม่ อยู่ในแห่งเดียว จะสามารถดึงดูดใจนักชิมทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ชื่นชอบความหลากหลาย และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปต่างสถานที่” คุณชูเลง โก ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม ดิ แอทธินี กล่าว

 “เราทุ่มทุนมหาศาล ในการปิดห้องอาหารทั้งหมดบนชั้น 3 เพื่อปรับโฉมครั้งยิ่งใหญ่เป็นเวลาถึง 6 เดือนเต็ม อีกทั้งการได้พันธมิตรอย่างเจฟ แรมซีย์ มาร่วมงาน เรามั่นใจว่าจะเป็นที่กล่าวขวัญ และได้รับการตอบรับที่ดีเลิศจากลูกค้าผู้มีโอกาสมาเยือน ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ”

คุณชูเลง โก ยังกล่าวต่อไปว่า นอกเหนือไปกว่าอาหารที่มีคุณภาพและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่แล้ว โรงแรมยังคงมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับขั้นตอนการผลิตอาหารเพื่อการอนุรักษ์และความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นนโยบายหลักของโรงแรมมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โรงแรม ดิ แอทธินี จึงเป็นโรงแรมแรกในโลก ที่ได้รับใบประกาศ ISO 20121 ในด้านมาตรฐานการจัดงานนิทรรศการและการประชุม เพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม จนถึงปัจจุบัน ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 แล้ว

บริเวณชั้น 3 ของโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ ประกอบด้วยห้องอาหาร 4 ห้อง

ดิ อัลเลียม แบงค็อก (The Allium Bangkok) – ห้องอาหารหลักมี 74 ที่นั่ง บริเวณบาร์ 8 ที่นั่ง และบริเวณชั้นบน ที่สามารถจัดเป็นกรุ๊ปส่วนตัวได้ 38 ที่นั่ง

ร็อกซาน แลงจ์ เชฟสาวจากเนเธอร์แลนด์ ได้เตรียมเมนูอาหารยุโรปชั้นสูง โดยนำเข้าวัตถุดิบคุณภาพดีที่สุด และผลิตผลเกษตรอินทรีย์ที่เพาะปลูกในประเทศ  เมนูเครี่องดื่มค็อกเทลยอดนิยม ใช้เครื่องเทศและสมุนไพรที่ปลูกเองในสวนสมุนไพรของโรงแรมมาเป็นส่วนผสม และ ยังมีไวน์กว่า 200 ชนิด ซึ่งเน้นไวน์โลกเก่า อย่างไวน์จากฝรั่งเศสและอิตาลี พร้อมตัวเลือกที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ไวน์ชีวภาพ และไวน์ออร์แกนิก

เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ (The House of Smooth Curry) – ห้องอาหารหลักมี 38 ที่นั่ง ห้องส่วนตัวมี 12 ที่นั่ง และบริเวณระเบียงด้านนอกรับลม 24 ที่นั่ง

เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ ให้บริการอาหารไทยแท้ ๆ จากสี่ภาคของประเทศไทย โดยเชฟมนตรี จิรฐิติกาลกิจ ใช้สูตรอาหารที่เป็นต้นตำรับชาววัง มีจุดเด่นที่ตัวเลือกอันหลากหลายของแกงไทยประเภทต่าง ๆ ที่เป็นรสชาติดั้งเดิมจากทั่วประเทศ ดังนั้น ผัก ข้าว ผลไม้ เครื่องเทศ และสมุนไพร ที่นำมาปรุงอาหารนั้น จึงคัดเลือกมาจากสวนของเกษตรกรไทยที่ทำการเพาะปลูกโดยวิถีเกษตรอินทรีย์ และห้องอาหารเองนั้น ก็มีพืชผักสวนครัวที่ปลูกเอง ในบริเวณโรงแรมฯ อีกด้วย

เดอะ ซิลค์โร้ด (The Silk Road) – ห้องอาหารหลักมี 42 ที่นั่ง และห้องส่วนตัว 5 ห้องสามารถรับรองได้รวม 48 ที่นั่ง

เดอะ ซิลค์โร้ด นำโดย เชฟ เช็ง กัม ซิง ให้บริการอาหารจีนกวางตุ้งสไตล์คลาสสิก แต่แทรกความทันสมัยเข้าไปในขั้นตอนการปรุงอาหาร อาหารแต่ละจานจึงคงความเป็นต้นตำรับ หากแต่ได้รับการปรุงแต่งด้วยเทคนิคสมัยใหม่ อีกทั้งการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม กลิ่นและรสชาติที่คงความเป็นธรรมชาติ และการนำเสนออาหารทุกจานนั้น จะทำให้ผู้ที่มาลิ้มลองได้ดื่มด่ำประสบการณ์การรับประทานอาหารที่พิเศษสุด

คินสุกิ บาย เจฟ แรมซีย์ (Kintsugi by Jeff Ramsey) – 60 ที่นั่ง แบ่งเป็นในส่วนห้องอาหารหลัก 28 ที่นั่ง บริเวณเคาน์เตอร์ 12 ที่นั่ง และห้องส่วนตัว 2 ห้อง 20 ที่นั่ง

เจฟ แรมซีย์ เชฟหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน นำเสนออาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิ (ต้นตำรับอาหารชุด) ในรูปแบบใหม่ หากแต่ยังคงรักษาแก่นแท้ดั้งเดิมของอาหารได้อย่างชาญฉลาด  เชฟแรมซีย์และภริยาชาวญี่ปุ่นของเขาอาศัยอยู่ทางฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น เมนูของคินสุกิจึงเน้นวัตถุดิบที่มาจากแถบนี้โดยเฉพาะ และนำมาผสมผสานกับวัตถุดิบในประเทศไทย ปรัชญาของคินสุกิ เป็นที่มาของแนวคิดหลักของห้องอาหาร โดยเน้นความสำคัญของการเชื่อมโยงวัฒนธรรมผ่านทางอาหาร

*********

โรงแรม ดิ แอทธินี เป็นหนึ่งในแบรนด์ เดอะ ลักซ์ชูรี่ คอลเล็คชั่น ในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นแบรนด์โรงแรมและรีสอร์ทสุดหรู รวมทั้งสถานที่อันทรงคุณค่าหลายแห่งของโลก

โรงแรมตั้งอยู่บนถนนวิทยุอันร่มรื่น ใกล้แหล่งช้อปปิ้งอันเลื่องชื่อของกรุงเทพมหานคร และห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิตเพียง 3 นาที

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02 650 8800 อีเมล [email protected] หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.theatheneehotel.com

The Silk Road, Kintsugi by Jeff Ramsey, The House of Smooth Curry, The Allium Bangkok

Comments

Comments are closed.