Kinlakestars

จะมีอะไรดีไปกว่าการได้กินวนไปเรื่อยๆตั้งแต่เที่ยงครึ่งยันเย็นแบบไม่อั้น ทั้งซีฟู้ด อาหารคาวหวาน ไม่อั้น สั่งทำพรีเมียมได้เรื่อยๆ และ Champange สุดพรีเมียม Louis Roederer Brut Premier NV ไม่จำกัด !!!

สวัสดีครับทุกท่านวันนี้ KinlakeStars.com จะพาทุกท่านไปรับประทาน Sunday Brunch ที่โรงแรม Siam Kempinskiโดยจุดไคลแมกซ์ของที่นี่คือเป็น Longest Sunday Brunch ที่เปิดบริการตั้งแต่ 12:30-17:00 ซึ่งยาวนานถึง 5 ชั่วโมงกันครับ !!!

โรงแรม Siam Kempinski สามารถเดินมาจากทางเชื่อมห้างสรรพสินค้า Siam Paragon ทางด้านหลัง หรือจะขับรถเข้ามาทางเข้าลานจอดรถด้านหลัง Siam Paragon แต่ให้เลี้ยวเข้ามาที่โรงแรมแทนก็ได้เช่นกันครับ

เดินมาถึงด้านในจะเจอกับพนักงานที่พร้อมคอยต้อนรับ ให้บริการ และห้องโถงที่โอ่อ่าหรูหราประดับประดาไปด้วยดอกไม้ เพดานสูงโปร่งโล่งสบาย และมีน้ำพุตามจุดต่างๆ ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมาะกับวันอาทิตย์ชิลๆแบบนี้มากๆ ครับ

Sunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski Review

เดินมาทางขวามือเราจะเจอกับห้องอาหาร Brasserie Europa ครับ จากนั้นก็แจ้งชื่อเราที่จองไว้กับพนักงาน แล้วจะนำเราไปนั่งที่โต๊ะ

Sunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski Review

มองเข้าไปจะเห็นไลน์อาหารเรียงรายอยู่มากมาย นึกไว้แล้วครับว่า 5 ชั่วโมงต่อจากนี้จะไม่ไปไหน จะกินให้ครบทุกอย่าง ไหวไหมลองกัน

Sunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski Review

พนักงานพาเราเดินมาถึงโต๊ะแล้ว เราจะเห็นกับอุปกรณ์ต่างๆ เตรียมพร้อมสำหรับการรับประทานอาหารวางเอาไว้อยู่มากมายครับ โดย Sunday Brunch ของที่นี่จะมีทั้งหมด 3 ราคา โดยราคาสำหรับอาหารพร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะราคา 3,500++ ซึ่งถ้าใครดื่มแอลกอฮอล์แพคเกจราคานี้ผมว่าคุ้มที่สุด ส่วนจะคุ้มยังไงเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังครับ นอกจากนั้นก็จะมีราคาอาหารพร้อมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในราคา 2,400++ และ 1,200++ สำหรับเด็กอายุ 6-12 ปี โดยที่บนโต๊ะจะมีเมนู drink list และ entree หรืออาหารจานหลักพระเอกของงานนี้เลยครับ ที่เราสามารถสั่งได้จากพนักงานแล้วเค้าจะนำมาเสิร์ฟ

วันนี้ผมเลือกกิน Sunday Brunch แบบราคา 3,500++ ครับ ด้วยความที่หิวมากวันนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลย พอมาเจอ Longest Sunday Brunch บวกกับไลน์อาหารที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพมากๆ และเครื่องดื่มแบบ Free flow Alcohol ผมจึงต้องการชดเชยความหิวในบ่ายวันอาทิตย์นี้ครับ 🙂

ว่าแล้วก็สั่งเครื่องดื่มก่อนเลยครับ เป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากแชมเปญ Louis Roederer Brut Premier NV แก้วนี้แหละครับที่ผมบอกว่าคุ้มมากๆ คุ้มแบบกลัวว่าโรงแรมจะขาดทุน เพราะเราสั่งเดิมสักสองสามแก้วก็คุ้มราคาบุปเฟต์แล้วละครับ !!!

Sunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski Review

ดื่มแล้วสดชื่นมากๆ ครับ พร้อมไปตักอาหารแล้ว

ทีนี้เราไปดูไลน์อาหารกันบ้างดีกว่า ไลน์อหารที่นี่มีหลากหลายกำลังดีครับ แม้ไม่ได้เยอะมากแบบที่อื่นๆ แต่ผมการันตีเลยว่าครบ อร่อยและเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณไม่เหมือนหลายๆที่ ที่เน้นเยอะแต่ไม่อร่อยและคุณภาพวัตถุดิบไม่สมราคา ได้ใจผมไปเต็มๆ ครับ

 

Sunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski Review

โซนเบเกอร์รี่มีเบเกอร์รี่ต่างๆ ให้เลือกรับประทาน

ข้างๆ กันจะมี Cheese ต่างๆ มีให้เลือกตั้งแต่ใครที่ชอบรสชาติ lite เบาๆ ไปจนถึงแบบ Strong พร้อมเครื่องเคียงพวก แอพลิคอต และ Cold cuts ต่างๆ ครับ

Sunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski ReviewSunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski Review

ต่อมาครับจะเป็นไลน์อาหารปรุงสดและเมนูคอกเทลกินเล่นแบบ Cold Appetizer

ตรงนี้จะมีทั้งตับห่านบดเนื้อเนียนๆ หอมๆ และแซลมอนปรุงรส มีทั้งจัดจ้านสไตล์ไทยๆ และแซลมอนสดแบบซาซิมิครับ

Sunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski Review

Sunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski Review

หรือใครจะชอบอาหารสไตล์ไทยๆ ทางห้องอาหารก็มีไว้บริการครับ ไม่ว่าจะเป็นปอเปี๊ยะ ถุงทอดทอดกรอบๆ ยำกุ้งสด และลาบหมู

Sunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski Review

ถัดมาอีกก็จะเป็นในส่วนของผักสดและสลัดครับด้านล่างนี้จะเป็น ทูน่าสลัด

ผักสดมีความสดกรอบมากครับ

ส่วนน้ำสลัดก็มีให้เลือกมากมายเกือบ 10 ชนิดเลยครับ

สลัดมันฝรั่งคลุกเคล้าน้ำสลัดหอมๆ

ถัดไปเรามาดูอีกหนึ่งพระเอกของงานกันบ้างครับ นั่นคือ โซนที่เป็น Seafood on Ice

ในส่วนนี้จะมีอาหารทะเลสดๆ ให้เราได้เลือกหยิบเต็มอิ่มมากๆครับ ไม่ว่าจะเป็นปู กุ้ง กั้ง หอยนางรมและหอยแมลงภู่หวานๆ

ได้มาแล้วครับฟินสุดๆ กินได้เรื่อยๆ จนกลัวว่าสัตว์ทะเลจะสูญพันธุ์

ก้ามปูใหญ่มากครับ เกือบๆฝ่ามือผมเลย ที่สำคัญสดและหวานมาก

ในส่วนของอาหารทะเลต้องยอมรับเลยครับว่าประทับใจมาก เพราะห้องอาหารใช้วัตถุดิบที่สดจริง จะกินแบบไม่จิ้มน้ำจิ้มก็หวานอร่อย หรือเพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้มซีฟู๊ด และน้ำจิ้มแบบน้ำส้มสายชูก็ได้ครับ

สเตชั่นถัดไปจะเป็นสเตชั่นอาหารปรุงสุกครับตรงนี้เชฟจะยืนทำอาหารให้เราตามออเดอร์เลย

ใครอยากสั่งฟัวกราส์ก็ให้มาสั่งตรงนี้เช่นกันครับ ปกติผมลองสังเกตหลายๆ ที่ เชฟจะเสิร์ฟฟัวกราส์มาแบบชิ้นสองชิ้น แต่ที่นี่เสิร์ฟมาแบบไม่หวงเลยครับจะขอทีละสามสี่ชิ้นก็ได้ครับ จัดไป!!!

ที่สำคัญที่นี่ใช้ฟัวกราส์คุณภาพดีครับ เนื้อเนียนนุ่ม ฉ่ำ และหอมมาก นี่ผมยังไม่รวมถึงซอสเบอร์รี่กับขนมปังที่เสิร์ฟมาพร้อมกันนะครับ ดีงามมากจริงๆ ส่วนตัวจัดไปคนเดียวเกือบ 8 ชิ้น จังหวะนี้กินก่อน ค่อยไปวิ่งชดใช้กรรมทีหลังก็ยอมครับ

ใกล้ๆ กันจะมี Lamb บาร์บีคิวหอมๆ ด้วยครับ รสชาติใช้ได้เชฟย่างไม่แห้งมาก ยังคงมีความ juicy อยู่ และกลิ่นไม่แรงเกินไป

เดินถัดมาอีกนิดจะมีโซนแฮมและชอริโซ่สไลด์กันใหม่ๆ ให้ลองกัน ครับ

ด้านในสุดจะเป็นสเตชั่นปลาดิบ ซูชิและซาซิมิ ครับ เชฟจะทำให้ตามรีเควสเลย ส่วนความสดก็อยู่ในเกณฑ์ดี

ซูชิก็มีกุ้งหวาน แซลมอน ทูน่า ไข่หวาน

ถัดมาเป็นพระเอกตัวหลักของงานนี้เลยครับนั่นคือสเตชั่นอาหารตามสั่ง ที่เป็นเมนูพิเศษครับ  หากจำได้ตอนที่เราเดินมานั่งโต๊ะจะมีเมนูพิเศษที่เชฟจะทำใหม่ๆ ให้เราสั่ง เราสามารถบอกพนักงานแล้วเค้าจะนำไปเสิร์ฟให้เราถึงที่โต๊ะครับ มีเมนูอะไรบ้างไปดูกันดีกว่า

เมนูแรกจะเป็น Pumpkin ซุปฟักทองรสชาติกลมกล่อม โฟมด้านบนนุ่มละมุนลิ้นสุดๆ ครับ ส่วนตัวเป็นคนชอบฟักทองอยู่แล้ว เมนูนี้เลยชอบมากและให้สามผ่านเลยครับ

เมนูถัดไป New Zealand Lamb เนื้อแกะทอดชิ้นพอดีคำ เสิร์ฟคู่กับครีมถั่วขาว และมะกอกบด รสชาติดี อิ่มกำลังพอดีครับ เชฟจะเสิร์ฟมาเป็นพอชั่นเล็กๆ เพื่อให้เราได้สั่งได้หลากหลายมากขึ้นครับ

Australian Beef Tenderloin เทนเดอลอยด์ความสุกสั่งได้ เสิร์ฟพร้อมมัสตาร์ดฟักทอง และเมล็ดฟักทองอบ รสชาติดีมาก เนื้อนุ่มหอม Juicy กินพร้อมมัสตาร์ดรสชาติหวานมัน ได้รสชาติแปลกใหม่ ชอบเลยสั่งมา 2 จานเลยครับ

Maine Lobster Tail ล็อบสเตอร์กรอบๆ เสิร์ฟพร้อมกระเทียมหอม มันฝรั่ง และทรัฟเฟิลเคี่ยวจนเนื้อเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน กลิ่นทรัฟเฟิลหอมเตะจมูก มันฝรั่งบดเนื้อละเอียดช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสให้ล็อบสเตอร์อร่อยยิ่งขึ้น

ต่อกันอีกครับ ยังมีอีกหลานเมนูรอให้เราชิมอยู่

Seafood angel Hairs แองเจิลแฮร์นุ่มหนึบ และซีฟู๊ดหลากหลายชนิดตามฤดูกาล ท็อปปิ้งด้วย เคเปิร์และคาร์เวียร์ กลิ่นหอมจากกระเทียมและรสเผ็ดนิดๆ ของพริก ทำให้เมนูจานนี้สามารถกินเพลินๆ ได้ไม่เลี่ยน

Tom Kha Scallop สแกลล็อบฮอกไกโดเซียบนกระทะให้พอหอม นำมาราดซอสต้มข่าได้รสเปรี้ยว หอมจากมะนาว และมันนิดๆจากกะทิ เสิร์ฟพร้อมข้าวพองอบกรอบได้รสชาติต้มข่าเข้าเนื้อ แปลกใหม่ดี

Kurobuta Pork Loin ใครชอบคุโรบุตะเชฟก็มีเมนูนี้มาให้ลองครับ หมูคุโรบุตะราดแอปเปิลซอส โรยปิดท้ายด้วยชอริโซ่และวอลนัทรมควันอบกรอบเนื้อหมูแห้งไปนิดแต่กินเพลินๆ ได้เพราะชิ้นขนาดใหญ่พอดีคำเคี้ยวกรุบๆ ได้สัมผัสใหม่ๆ ครับ

Poached Snow Fish ปลาหิมะชิ้นพอดีคำเชียบนกระทะหอมๆ เสิร์ฟมาพร้อมซอสถั่วขาวและขิง เคี่ยวจนข้น ให้รสชาติหอมมัน ดึงรสชาติปลาหิมะออกมาได้ดีทีเดียว

อีกสิ่งที่ผมชอบของอาหารปรุงสดที่นี่คือ เชฟจะเสิร์ฟอาหารแต่ละเมนูมาในจานที่เป็นพอชั่นเล็กๆ ซึ่งวางอยู่บนเตาที่คอยอุ่นอาหารให้ร้อนอยู่ตลอดเวลา ตรงนี้ผมมองว่าเป็นความใส่ใจในความสดใหม่ของอาหารที่เชฟมอบให้ สุดยอดจริงๆ ครับ

กินของคาวกันมาแล้วตามธรรมเนียมของ KinlakeStars ถ้าหากไม่มีของหวานก็จะไม่ใช่มื้อที่สมบูรณ์ใช่ไหมครับ ว่าแล้วเราไปเดินดูของหวานกันดีกว่าว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

ของหวานที่นี่จะเป็นไอศกรีมโฮมเมดครับจะมีให้เลือกทั้งเป็นสกู๊ปและซอฟท์ครีมครับ ส่วนที่เห็นในรูปด้านบนคือเหล่าท็อปปิ้งอลังการงานสร้างซึ่งเราสามารถเลือกใส่เพิ่มได้ตามใจ

อันนี้เป็นโฮมเมดไอศกรีมมีให้เลือกทั้งวนิลลา สตรอวว์เบอร์รี่ ช็อคโกแลต

ส่วนนี่เป็นแบบซอฟท์ครีมครับสำหรับคนชอบความนุ่มเบาของเนื้อไอศกรีมมีทั้งวนิลา และสตรอวว์เบอร์รี่

สุดท้ายเป็นคิวของเครื่องดื่มกันบ้าง ในส่วนของน้ำผลไม้สดก็มีให้เลือกทั้งน้ำแอปเปิล และน้ำแตงโม ส่วนใครต้องการน้ำผลไม้ชนิดอื่นๆ สามารถสอบถามที่พนักงานได้เลยครับ

เครื่องดื่มสำหรับคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็มีทั้งม็อคเทล ซอฟต์ดริ้งค์ น้ำผลไม้ สติล และสปาร์คกิ้ง

เราลองมาสรุปเครื่องดื่มแบบมีแอลกอฮอล์ที่มีในแพคเกจ 3,500++ กันหน่อยครับว่ามีอะไรบ้าง ต้องบอกเลยว่าดีงามมากจริงๆ

แก้วแรก Louis Roederer Brut Premier NV แชมเปญพระเอกของงานนี้ ย้ำครับสั่งสามแก้วก็คุ้มค่าบุปเฟ่ต์แล้ว

Kir Royal, Bellini และ Mimosa แก้วนี้หอม รสชาติดี เป็นครั้งแรกที่ผมลองชิม ชอบมากครับ

Martini แก้วนี้เข้มมากครับที่สำคัญ มะกอกอร่อยจัง

Mojito คอโมฮีโตต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง ชงเข้มและสดชื่นมากครับ

ปิดท้ายด้วยชาดีๆ จาก Ronnefeldt ทุกๆ ครั้งหลังมื้ออาหารผมจะเลือก Mint หรือ Peppermint เพื่อความสดชื่นและสบายท้อง ส่วนใครชอบความเปรี้ยวและหอมแนะนำ Berry แก้เลี่ยนครับ

ส่วนตัวผมเป็นคนที่ชอบ Sunday Brunch มากครับแต่จะมีไม่กี่ที่ที่ประทับใจผม ห้องอาหาร Brasserie Europa ที่โรงแรม Siam Kempinski ถือว่าสามารถชนะใจผมได้เลยครับไม่ว่าจะเป็นเรื่องรสชาติอาหาร คุณภาพของวัตถุดิบ ความหลากหลาย และความสวยงามของแต่ละเมนูที่เชฟบรรจงทำออกมาทีละจาน ทั้งหมดสามารถทำให้ผมรู้สึกว่าการมารับประทานอาหารครั้งนี้คุ้มค่ากับราคามาก นี่ยังไม่ได้พูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบ free flow ที่เติมได้เรื่อยๆ กับระยะเวลาที่สามารถนั่งได้ยาวนานถึง  5 ชั่วโมงนะครับ

ผู้อ่านท่านใดสนใจรับประทาน Sunday Brunch คุณภาพที่แทบหาที่ติไม่ได้ในวันอาทิตย์แบบผมละก็ ผมและ KinlakeStars.com ขอแนะนำให้มาที่ Brasserie Europa โรงแรม Siam Kempinski โทร 02-162-9000 หรือเว็บไซท์ https://www.kempinski.com

เรื่อง / ภาพ Khanenpan C.

Sunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski Review

 


KinlakeStars.com

KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีว และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง kinlakestars.com – กินแหลกแจกดาว

รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง KinlakeStars.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

 

Sunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski Review, Sunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski Review, Sunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski Review, Sunday Brunch Brasserie Europa Siam Kempinski Review

 

Comments

Comments are closed.