Le_normandie_Review_Lunch_06117

le_normandie_review_Lunch_3576

 

 

 

 

Le_Normandie_review_Lunch_6124ร้าน เลอ นอร์มังดี (Le Normandie) หลังจากที่ปิดปรับปรุงร้านใหม่เป็นเวลาหลายเดือน จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศภายในร้านใหม่ จากเดิมจะเป็นโทนสีทอง ปัจจุบันจะเน้นเป็นโทนสีขาวสว่าง แม้ฝ้าผ้าไหมสีทองอัดจีบจะหายไป แต่ยังคงความหรูหรา คลาสสิค ทำให้บรรยากาศภายในร้านดูปลอดโปร่ง สะอาดตาและอบอุ่นยิ่งขึ้น บางส่วนยังอนุรักษ์โทนสีเดิมอยู่บ้างเช่นเก้าอี้และเบาะ ขนาดของร้านไม่ใหญ่มาก ซึ่งเป็นสัดส่วนและขนาดของร้าน Fine Dining ที่จะไม่จุแขกจำนวนมากเกินไป เพื่อความเป็นส่วนตัวและการบริการที่ทั่วถึง

le_normandie_review_Lunch_06094Le_normandie_Review_Lunch_3532

Le_normandie_Review_Lunch_3594Le_normandie_Lunch_Review_3547ในร้านจะมีโซนที่ติดกระจกซึ่งสามารถมองเห็นวิวที่สวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยาได้ แต่ถ้านั่งทานตอนกลางวันทางด้านติดแม่น้ำเจ้าพระยาอาจจะแสบตา เพราะแดดจะสะท้อนจากแม่น้ำเข้าตาเล็กน้อย แขกบางท่านอาจเลือกใส่แว่นกันแดด

Le_normandie_Review_Lunch_pano1d

แต่ละโต๊ะจะมีแจกันดอกไม้สดวางอยู่ซึ่งดอกไม้แต่ละโต๊ะนั้นแตกต่างกัน เพื่อเพิ่มสีสัน ความหลายหลาย ไม่จำเจ บริเวณกลางร้านจะมีรถเข็นขนมหวาน Trolley วางอยู่ซึ่งสามารถเคลื่อนที่ไปยังโต๊ะต่างๆให้ลูกค้าเลือกขนมหวานทานได้ตามต้องการ

สำหรับอาหารฝรั่งเศส Fine Dining สิ่งสำคัญที่สุดคือวัตถุดิบ ทั้งคุณภาพ ความสด และแหล่งที่มา ที่นี้ใช้วัตถุดิบที่มาจากแหล่งที่มาดั้งเดิมทั้งหมด ที่ดีที่สุด ไม่ว่าจากฝรั่งเศส สเปน นอร์เวย์ อิตาลี หรือแม้แต่ผักทั่วไปก็ใช้ผักจากโครงการหลวง

 

le_normandie_review_06144

le_normandie_review_0089

le_normandie_review_06148อีกอย่างที่เสิร์ฟมาคู่กันจะเป็นแป้งกรอบด้านในสอดไส้ Goat Cheese ซึ่งมีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้านบนท๊อปด้วยไข่ปลาแซลมอน ทานคู่กันแล้วเข้ากันมาก เสิร์ฟเหมือนอยู่บนดินในกระถางต้นไม้ ซึ่งเป็นการนำเสนอที่สร้างสรรค์ แปลกตา ทั้งหมดสามารถทานอะไรก่อนหรือหลังก็ได้ครับ

le_normandie_review_06156จานที่สองของ Amuse-Bouche จะเสิร์ฟมาบนช้อน 3 คันซึ่งวิธีทานต้องเริ่มทานจากช้อนขวามือไปทางซ้ายมือ ช้อนขวา [Chou fleur/Saumon : Cauliflower/Salmon] สุดเป็นเหมือนโยเกิร์ตเหลวท๊อปด้วยแซลมอนรมควัน ให้ทานคำเดียวหมด มิฉะนั้นของเหลวด้านในอาจจะแตกเลอะได้ ต่อมา ช้อนกลาง [Asperge/Thon/Alinoir : Asparagus/Tuna/Black Garlic] จะเป็นปลาทูน่าจี่ให้สุกเฉพาะขอบนอก ด้านในยังสีแดงสดเพื่อรักษาความหวานของปลาทานคู่กับครีมที่ทำจากหน่อไม้ฝรั่งและแผ่นแป้งกระเทียมดำ และสุดท้ายของจานนี้ ช้อนซ้ายมือ [Margarita] เป็นข้าวพองกับฟองนุ่มๆ ละมุนลิ้น ที่ทำจากมะนาวและ Tequila หอมๆ เปรี้ยวๆเหมือน Sherbet ไว้ล้างปากก่อนเริ่มทานอาหารจานหลัก

le_normandie_review_06160le_normandie_review_06158ก่อนอาหารในเมนูจานแรกจะเริ่ม พนักงานจะนำขนมปังอบร้อนๆมาให้เลือก มีหลากหลายชนิดทั้ง Baguette, whole wheat ฯลฯ เลือกทานได้ตามใจชอบ เสิร์ฟพร้อมเนยสองแบบ ทั้งธรรมดาและแบบที่มีสาหร่าย ส่วนตัวจะชอบแบบที่มีสาหร่าย มีรสเค็มนิดๆ หอมกลิ่นสาหร่าย มัน กินคู่กับขนมปังลงตัวมาก

le_normandie_review_0115le_normandie_review_0119จานแรกเริ่มด้วย Crevettes Carabineros / crabe (Carabineros prawns / crab) สลัดควินัวซึ่งเป็นเมล็ดธัญพืชที่มีสารอาหารสูง ทั้งไฟเบอร์และกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด เหมาะกับคนรักสุขภาพ ด้านบนเป็นผักขึ้นฉ่ายฝรั่ง สด กรอบ ตามด้วยเนื้อกุ้งสไลด์บางๆ ตรงกลางเป็นซอสที่ทำจากเนื้อปูกลิ่นโดดเด่น ชัดเจน มีซอสเลมอนด้านข้างทานคู่กันแล้วเข้ากันดี จานนี้ Pairing กับไวน์ที่ Sommelier ของร้านจัดให้ทานคู่กันคือ

le_normandie_review_06166le_normandie_review_06183le_normandie_review_06187จานที่สองเป็น Asperges vertes de Pertuis / agrumes / sauce Hollandaise (Pertuis green asparagus / citrus / Hollandaise sauce) หน่อไม้ผรั่งต้นยักษ์นำเข้าจาก Provence ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เป็นผักตามฤดูกาล ก้านยาวและใหญ่ กัดแล้วกรอบ หวาน ทานคู่กับซอส Hollandaise สีครีมเนื้อเนียน เปรี้ยว เค็มนิดๆ หอม มัน แต่ไม่เลี่ยน ทานกับส้มซิตรัส        ฝานบางๆ กับ ซอสส้มอมเปรี้ยว โรยด้วยไข่แดงป่น

le_normandie_review_06179 le_normandie_review_06205le_normandie_review_06206

le_normandie_review_06207le_normandie_review_06218

le_normandie_review_06221

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Pairing กับไวน์แดง WYNNS ปี 2013 จาก South Australia องุ่นแดงพันธุ์ Cabernet Sauvignon น้ำหนักไวน์ตัวนี้เป็น Full body, unoaked และกลิ่นออก Fruity

le_normandie_review_06193

le_normandie_review_06227อีกเมนูนึงที่ห้ามพลาดของทางร้านเลย คือ Wagyu Beef Cheek (1,850++ บาท) เป็น Signature dish ของร้าน Le Normandie ใช้แก้มวัวไปตุ๋นอย่างช้าๆ 24 ชั่วโมงจนคล้ายกับสตู หั่นเต๋าเป็นชิ้นเล็กๆ เนื้อนุ่ม เคี้ยวง่าย แทบละลายในปาก ราดด้วยมันฝรั่งที่นำไปเคี่ยวจนเนียน ละเอียด ท๊อปด้วยเห็ดทรัฟเฟิลดำ พร้อมกลิ่นหอมของน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล จานนี้ดูเรียบง่ายแต่รสชาติดี สมบูรณ์แบบ และลงตัวอย่างที่สุด ก่อนที่เป็นของหวานพนักงานจะมาเคลียร์โต๊ะ เก็บจาน เศษอาหารให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมสำหรับคอร์สของหวานต่อไป พร้อมทั้งเปลี่ยนผ้ากันเปื้อนผืนใหม่จากสีเทาเป็นสีขาว

le_normandie_review_06238le_normandie_review_06241le_normandie_review_06236le_normandie_review_06245คอร์สสุดท้ายเป็นของหวาน Chocolat Araguani / menthe (Araguani chocolate / mint) มีช็อกโกแลตหลากหลายทั้งช็อกโกแลตสด รสเข้มข้น หวานน้อยและช็อกโกแลตฝาน รังสรรค์ออกมาได้สวยงาม ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม มีโยเกิร์ตเหลวที่เป็นก้อนกลมสีขาวทานกับช็อกโกแลตพร้อมมิ้นท์สีเขียวที่ทำเหมือนฟองน้ำแล้วกลิ่นมิ้นท์ หอม เย็น สดชื่น เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมและเจลลี่

le_normandie_review_06254le_normandie_review-06279

le_normandie_review_06277le_normandie_review_06265le_normandie_review_06266ขนมหวานจะสามารถเลือกเค้กได้สองชิ้นบนรถเข็นขนมหวาน Trolley พนักงานจะนำช็อกโกแลตที่ละลายจนเหลวแล้วใช้ไม้จิ้มมาเพ้นท์เป็นรูปต่างๆอย่างพิถีพิถัน สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นรูปดอกกุหลาบ ทิวลิป ลิลลี่ คาร์เนชั่น ฯลฯ ตกแต่งบนจานเสิร์ฟพร้อมเค้กที่เลือก 2 ชิ้น โดยในครั้งนี้ขอนำเสนอเป็น  Mont Blanc Cake ผิวด้านบนเหมือนขนมปังกรอบ ด้านล่างเป็นไส้ช็อกโกแลต รสไม่หวานมาก และ Coffee Chocolate Cake ด้านบนเป็นช็อกโกแลตเข้มข้น สลับชั้นกับครีมรสกาแฟ หอม เข้ม ไม่หวาน สลับกันเป็น layer 3 ชั้น เนื้อเค้กเนียน นุ่ม

le_normandie_review_3757le_normandie_review_3758

หลังจากนั้นมีการโชว์ทำ Crêpe Suzette เป็นขนมหวานดั้งเดิมของฝรั่งเศส ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุครั้นเจ้าชายแห่งอังกฤษเสด็จไปยังฝรั่งเศส [ประวัติ Crêpe Suzette อ่านต่อ] ใช้กระทะอย่างเดียวก็ทำได้ ทำโชว์สดๆข้างโต๊ะอาหาร

le_normandie_review_3783le_normandie_review_3791สำหรับ Crêpe Suzette ที่นี่นั้นเป็นหนึ่งในสิ่งที่ไม่ควรพลาด นอกจากกระบวนการทำที่สวยงามเหมือนดูการแสดงแล้ว รสชาติก็ยังจัดว่าดีเยี่ยมเลยทีเดียว แป้งของเครป บาง นุ่ม มีความหวานมันในตัว ทานคู่กับไอศกรีมวนิลาหวานหอมเย็น ส้มรสหวานอมเปรี้ยวนิดๆและซอสส้มรสเปรี้ยวหวาน แล้วเข้ากันดี รสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ตัดเลี่ยนได้ดี และยังมีกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆแซม เหมือนดั่งหญิงสาวพรมน้ำหอมอ่อนๆ ชวนให้น่าค้นหา

le_normandie_review_3800le_normandie_review_06267ในเซตจะมีชาหรือกาแฟเสิร์ฟ พร้อมกับกล่องใส่ขนมที่ด้านในมีช็อกโกแลตและขนมต่างๆเป็นคำเล็กๆ ให้ทานคู่กันเป็นการปิดท้ายครับ

สำหรับราคานั้นช่วงนี้ถือว่าคุ้มค่ามากๆครับ  Set Lunch จะมีให้เลือก 2 ราคา

1)            ราคา 1,450 บาท Net  ประกอบด้วย

–              Appetizer ,Fish or Meat and Dessert

2)            ราคา 1,850 บาท Net  ประกอบด้วย

–              Appetizer 2 อย่าง. Fish or Meat and Dessert

ถ้ามี Wine Pairing ด้วย

–              2 Glass = 650++ บาท / 3 Glass = 950++ บาท

ร้าน เลอ นอร์มังดี (Le Normandie) โรงแรมโอเรียนเต็ลตั้งอยู่บนชั้น 5 มื้อกลางวันเปิด 12.00 – 14.30 ช่วงเย็น 19.00 – 22.00 ปิดวันอาทิตย์ โทร 02-6599000

เรื่อง : Kittin A. / Chetrat M.

ภาพ : Kittin A. / Chetrat M. / Nopmanee P.

Comments

Comments are closed.