PMG_0584

PMG_0536PMG_0532PMG_0527

บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์น หรู ไม่ซ้ำใคร โดยใช้เขียงไม้โทนสีน้ำตาลเข้มสลับอ่อนหลากหลายขนาดมาประดับส่วนต่างๆของร้าน โต๊ะและเก้าอี้ทำจากไม้และหนังสีดำซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่น ภายในร้านจะแบ่งเป็น 2 โซน คือ โซน Dining Area สำหรับรับประทานอาหาร

PMG_0543PMG_0572PMG_0559

และโซน Tapas Bar ที่เรียกว่า CAVA by Islero สำหรับดื่ม ผ่อนคลายหลังเลิกงานซึ่งใช้โต๊ะและเก้าอี้ไม้ทรงสูงใช้โทนสีธีมเดียวกันกับโซน Dining Area

 

เมนูอาหารของ อิสเลโร่ (Islero) จะคงรสชาติอาหารสเปนสไตล์โมเดิร์นที่เน้นรสชาติแบบดั้งเดิม แต่มอบประสบการณ์ใหม่แก่นักชิมด้วยเทคนิคการทำอาหารแบบโมเดิร์น และการจัดวางองค์ประกอบบนจานอย่างมีศิลปะ รังสรรค์โดย หัวหน้าเชฟเปโดร (Head Chef Pedro) และเชฟชื่อดังระดับโลกเชฟเอ็ดดวร์ด (Chef Eduard Bosch) ทั้งสองมีประสบการณ์ทำงานในร้านมิชลินสตาร์มาแล้วหลายแห่งแม้กระทั่งร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์สามดาว

WMG_0641WMG_0611WMG_0599

เริ่มด้วยเมนูทาปาสที่เป็นเอกลักษณ์ของสเปนก่อน Mixed Iberico Cold Cuts ที่รวมแฮมชั้นเลิศจากสเปนไว้ด้วยกัน อาทิเช่น Jamon Iberico, Jamon Serrano, Chorizo, Prosciutto แต่ละอย่างจะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สาวกที่หลงใหลแฮมจึงไม่ควรพลาดครับ

Spanish Pure Iberico on Bread with Tomato Catalan Style ใช้แฮมที่ทำจากหมูขาดำ ซึ่งถือว่าเป็นแฮมคุณภาพที่ดีที่สุดวางบนขนมปังที่หั่นเป็นแผ่นกรอบนอกแต่นุ่มในราดด้วยซอสมะเขือเทศสไตล์สเปน ทานแล้วเพลินดี

WMG_0612

WMG_0655WMG_0655WMG_0664WMG_0656Idiazabal Cheese Cream with Olive Oil (220++ บาท) รูปลักษณ์สะดุดตาน่าลิ้มลอง เป็นชีสครีมทำเป็นก้อนสีเหลี่ยมไม่แข็ง ไม่เหลว นิ่มพอดีทานกับขนมปังสไลด์เป็นแผ่นบางมากๆขนาดมิลลิเมตร ทั้งบางทั้งกรอบอย่างหน้าทึ่ง เพราะใช้เครื่องสไลด์พิเศษ ที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน 4 แผ่น ถ้าขนมปังไม่พอสามารถสั่งเพิ่มได้ราคา 50++ บาท จานนี้สามารถทานคู่กับไวน์แดงหรือไวน์ขาวก็ได้ครับ

WMG_0673WMG_0684

“Rostit Catala” Cannelloni เป็นเครปบางๆเหนียว นุ่มสีขาวห่อเหมือนก๋วยเตี๋ยวหลอด ไส้ข้างในเป็นเนื้อหมูและเนื้อวัวที่นำไปปรุงอย่างช้าๆจนมีรสชาติที่เข้มข้นแต่นุ่มลิ้น เพิ่มรสชาติด้วยชีสสเปนและซอส Demi-glace ที่ทำจากน้ำสต๊อกเนื้อวัวเคี่ยวจนรสชาติเข้มข้นพร้อมด้วยกลิ่นหอมของเห็ดทรัฟเฟิลดำ เป็นอีกจานหนึ่งที่ห้ามพลาดครับ

WMG_0705WMG_0697WMG_0688WMG_0692

Grilled Octopus หนวดปลาหมึกยักษ์นำเข้าจากสเปนเหนียว นุ่ม หั่นขนาดพอดีคำในน้ำสตูว์แบบ Castilian เวลาทานต้องทานพร้อมกับเม็ดถั่ว Giant Bean ไซด์ใหญ่และนุ่มเข้ากันได้ดี ในขณะที่ Spanish lardo เป็นมันชิ้นบางๆเพิ่มรสชาติให้กับน้ำสตูว์ เป็นอีกหนึ่งจานที่เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี

WMG_0732WMG_0719

ต่อมาเป็น Main Course คือ Red Snapper Fillet Cooked in Sea Salt Bed with Vegetable จานนี้สามารถใช้ได้ทั้งปลา Red Snapper / Sea Bass แต่ในรูปใช้ปลากระพงแดง (Red Snapper) ราดด้วยน้ำมันมะกอกทานคู่กับมะเขือเทศ มันฝรั่งสไลด์และหอมเจียวกลิ่นโดดเด่น ชูโรงมาก รสชาติอร่อย มันดีครับ

WMG_0744WMG_0752WMG_0774WMG_0761

Suckling Pig “Segovia” Style (3990++ บาท) เป็น Signature Dish ของร้าน สามารถพูดได้ว่าถ้าไม่ได้ทานเมนูนี้เหมือนมาไม่ถึงอิสเลโร่เลยทีเดียว ทางร้านเลือกใช้ลูกหมูที่นำเข้าจากสเปนจะแตกต่างของบ้านเราตรงที่ลูกหมูที่นั่นจะเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ให้กินอาหารที่มีประโยชน์อย่างธัญพืชทำให้ไม่มีกลิ่นสาบและชั้นไขมันน้อย เลือกใช้ลูกหมูอายุประมาณ 2 – 3 เดือน น้ำหนักตัว 3 กก. นำไปย่างในเตา Josper ที่นำเข้าจากสเปนที่มีเทคโนโลยีย่างเนื้อต่างๆให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสชั้นเลิศ ทำให้หนังกรอบแต่เนื้อนุ่ม จนสามารถใช้จานสับหมูทั้งตัวเป็นชิ้นได้ เวลาทานจะราดด้วยน้ำซอสที่ได้จากการย่างตัวหมู เวลาเสิร์ฟจะมาเป็นครึ่งตัว ทานคู่กับไวน์แดงแล้วเยี่ยมเลยครับ

 

Desserts

WMG_0785ขนมหวานทานร้านราคาจะเริ่มต้นที่ 180 บาท – 250 บาท++ ของหวานแนะนำของทางร้านมี 3 เมนูคือ

 

Tocinillo de Cielo ขนมหวานก้อนลูกบาศก์สีส้มหอมหวานละมุนทำจากไข่แดง กลิ่นคล้ายทองหยิบขนมไทยบ้านเราตัดรสอย่างลงตัวด้วยหยดเยลลี่ที่ทำจากบลูเบอร์รี่และเชอร์รี่รสเปรี้ยวอมหวานแตกในปาก ทานคู่กับวิปครีมนุ่ม ละมุนลิ้น

WMG_0795WMG_0797

Torrijas เป็นขนมหวานที่ทานในช่วง Holy Week ของสเปน เป็นขนมปังก้อนสี่เหลี่ยนผืนผ้าที่ซึมซับรสชาติของนมอย่างชุ่มฉ่ำ นำมาทอดบนกระทะจนกรอบนอก นุ่มใน คล้ายๆกับ Honey toast พร้อมโรยผงอบเชยเพิ่มกลิ่นหอม หวาน เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมเสาวรสออกเปรี้ยวนิดๆทานตัดหวานกับขนมปัง เข้ากันดีครับ

 

WMG_0800Fresh Cheese Pudding ขนมหวานเสิร์ฟในโถแยมใสโชว์ชั้นเนื้อขนมหวาน ด้านบนเป็นมะม่วงตามด้วยชั้นคาราเมล ส่วนด้านล่างเป็นชีสครีมคล้ายชีสเค้กแต่ตีให้เนียนละเอียด เวลาทานต้องตักให้ได้ครบทุกส่วนเพื่อลิ้มรสของความหวาน มัน นุ่มละมุน หอมหวานมะม่วงและละมุนไปกับเนื้อครีมชีสที่เนียนละเอีดรสมันละมุน

 

ร้านอิสเลโร (Islero) ตั้งอยู่บนชั้น G อาคาร Athenee Tower หลังโรงแรม  Plaza Athenee Bangkok ซึ่งเชื่อมต่อกันตรงบริเวณ Lobby บนถนนวิทยุ เปิดบริการทุกวัน เวลา 17.00 – 24.00 (Last Order 23.00) โทร. 02-168-8100  

การเดินทางสามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีเพลินจิตและเดินต่อมาประมาณ 500 เมตร ไม่ไกลนัก เข้าจากทางด้านหน้าโรงแรม Plaza Athenee Bangkok

ซึ่งหากนำรถยนต์ส่วนตัวมา สามารถจอดได้ที่อาคารจอดรถของ Athenee Tower  เมื่อประทับบัตรจอดรถแล้วจะสามารถจอดได้ 3 ชั่วโมง เกินกว่านั้นจะคิดค่าบริการรับฝากรถ ชั่วโมงละ 100 บาท โดยไม่สามารถนำไปประทับตราได้กับทางโรงแรม Plaza Athenee Bangkok หากไป อาจเจอพนักงานเคาเตอร์ทางโรงแรมบางคน ปฎิเสธตามกฎแต่แสดงอาการไม่เป็นมิตร

4/5 Stars Islero  $$$$$  ประเภทคะแนนเต็มคะแนนที่ได้
1. อาหาร40/36
รสชาติ กลิ่น สัมผัส20/18
วัตถุดิบ10/9
การจัดวางตกแต่ง5/5
เครื่องดื่ม5/4
2. บรรยากาศ20/17
บรรยากาศภายนอก5/4
บรรยกาศภายใน – แสง สี กลิ่น10/8.5
บรรยกาศภายใน – วัสดุ โต๊ะ ช้อน5/4.5
3. การบริการ20/18
การเข้าถึง ที่จอดรถ ขนส่งมวลชน5/4
ความสะอาด10/10
ความสุภาพและการดูแลแนะนำ5/4
4. ราคาและความคุ้มค่า20/18
รวม100/89

เรื่อง/ภาพ : Chetrat M., Kittin A.

——————————————————————————————————————————————

 

Comments

Comments are closed.