Kinlakestars.com ขอพาทุกท่านไปพบกับชุดจิบชายามบ่ายสุดสวยแสนอร่อยที่เกิดจากการผสานความร่วมมือของสองแบรนด์ชั้นนำสร้างสรรค์ความสวยความอร่อยให้ท่านได้ดำดิ่งสู่ท้องทะเลกัน

เป็นโอกาสอันดีที่ครั้งนี้ทางโรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ได้จับมือร่วมกับแบรนด์เครื่องประดับสุดประณีตสัญชาติอิตาเลียน อย่าง มิสซิส (MISIS) ซึ่งเคยสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบเครื่องประดับมากว่า 40 ปี โดยเครื่องประดับแต่ละคอลเลกชั่นบอกเล่าถึงเรื่องราวต่างๆ ซึ่งสำหรับคอลเลกชั่นนี้ ได้บอกเล่าเรื่องราวถึงความสวยงามของท้องทะเล

เชฟคริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ และ เชฟอนุพงษ์ นวลฉวี ได้รังสรรค์เมนูคาวหวานที่มีความโดดเด่น จากชิ้นงานเครื่องประดับต่างๆ ของ MISIS โดยขนมแต่ละชิ้นถูกจัดวางบนชั้นวางสุดอลังการ รูปทรงปะการังสีแดงตั้งตระหง่านขึ้นมาจากหาดทราย และ ท้องทะเล

เรามาเริ่มกันที่ของคาวชั้นบนกันก่อนเลยครับ ด้วยความที่คอนเซปท์เกี่ยวกับท้องทะเล ดังนั้นสำหรับของคาวนั้น ก็จะใช้เป็นอาหารทะเลทั้งหมด ชิ้นแรก นั่นก็คือ หอยนางรม

ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคอลเลกชั่นแอมา (AMA – Woman of the Sea) ซึ่งตัวเปลือกทำจากตอติญาชิป กรอบๆ หอมๆกลิ่นข้าวโพด ภายในมีครีมอโวคาโด รสออกเค็มๆเปรี้ยวๆ โรยหน้าด้วยไข่ปลาแซลมอน มันให้ความรู้สึกเหมือนเราได้กินกัวกาโมเลในอีกอารมณ์หนึ่ง

ต่อมาเป็น ปลาทูน่าที่นำไปทำให้สุกโดยรอบ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เสิร์ฟลงบนกรูตองกรอบๆหอมๆ โรยหน้าด้วยคาเวียร์

สำหรับชิ้นนี้เป็น ปลาแซลมอนสด เนื้อนุ่ม รสธรรมชาติ คลุกลงบนสมุนไพรนานาชนิด ซึ่งหนึ่งกลิ่นหอมที่โดดเด่นฟุ้งขึ้นมาเลย นั่นก็คือ ผักชีลาว หรือ ดิล (Dill) ส่วนฐานข้างล่างเป็นบิสกิตกรอบร่วนสีเหลือง มีความหวานนิดๆ

เขยิบลงมาข้างล่างเป็น ขนมปังบาแก็ตเหนียวนุ่ม สอดไส้ด้วยสลัดปลาหมึกยักษ์หั่นเต๋า เนื้อหนึบ แต่ไม่เหนียว ได้ความกรุบกรอบของหอมแดง และ เซลารี่ นอกจากนี้ได้รสชาติเปรี้ยวอมหวานจากมะเขือเทศอีกด้วย

สำหรับของคาวจะมีที่อยู่ข้างนอกชั้น จะเป็นพัฟ สอดไส้เนื้อสัตว์ปรุงรส รสชาติกลมกล่อม มีความเผ็ดปลายๆเล็กน้อย ตัวแป้งพัฟกรอบ ชั้นเรียงตัวสวยงามมากๆ

ก่อนจะมาชิมของหวาน ขอคั่นด้วยสโคน สำหรับตัวสโคน จะมี 2 รสชาติด้วยกัน

นั่นก็คือ สโคนผสมใบไธม์ และ สโคนบีทรูท เนื้อของสโคนเวลาทานไม่ร่วนแตก มีความกรอบเล็กน้อยบริเวณขอบ และด้านในรู้สึกถึงความชุ่มชื้นบ้าง เสิร์ฟมาพร้อมกับ คาราเมล เลมอนเคิร์ด และ Clotted cream สำหรับคาราเมล จะไม่ได้เหนียวเกินไป มีความครบรสดี ทั้ง หวาน เค็ม และ ขม ซึ่งอยู่ในสัดส่วนที่กำลังดี และ เลมอนเคิร์ด หอมกลิ่นเลมอน รสชาติหวานอมเปรี้ยวกำลังดีเช่นกัน

มาเริ่มของหวานกันต่อ ขอเริ่มชิ้นที่รู้สึกมีความอลังการที่สุดก่อนเลย สำหรับชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคอลเลกชั่นโปซีตาโน (Positano)

มนต์เสน่ห์แห่งโลกใต้ทะเลที่เต็มไปด้วยสีสันของปะการัง และ ดอกไม้ทะเล ซึ่งขนมชิ้นนี้เลยนำไวท์ช็อกโกแลตสีฟ้า คลุกด้วยมะพร้าวป่น มาจำลองเป็นปะการัง ปักอยู่บนขนม ซึ่งมีลักษณะคล้ายก้อนหิน แต่แท้ที่จริงแล้ว มันคือเค้กแบล็คฟอเรสท์นั่นเอง โดยเนื้อขนมส่วนใหญ่จะเป็นมูสดาร์กช็อกโกแลต นุ่มละมุน เบา แต่รสชาติเข้มข้นดี ข้างบนมีชิ้นเค้กสปันจ์นุ่มๆ ให้เราพอได้เคี้ยว ข้างในเนื้อมูสสอดไส้ด้วยแยมเชอรี่ และ ผลเชอรี่ด้วย คือ กลิ่นหอมเชอรี่มีความชัดดี เคล้าผสมกับกลิ่นของช็อกโกแลต มันเข้ากันมากๆ ด้านล่างเคลือบด้วยดาร์กช็อกโลแลตขมๆอีกที

ต่อมาเป็น มาการองหอยมุก

แป้งมีความกรอบที่ผิวเล็กน้อย เนื้อข้างในมีความนุ่ม สอดไส้ด้วยครีมมะนาวเปรี้ยวๆ และ เม็ดไข่มุกที่ทำมาจากถั่วแมคคาเดเมียกรุบกรอบเคลือบไวท์ช็อกโกแลต

ชิ้นนี้ที่ต้องบอกว่าได้ทานแล้วจะสดชื่น ลูกทรงกลมสีฟ้าบนแผ่นซาเบล่สีเหลืองทอง

พอผ่าออกมามันทำให้เรารู้สึกอารมณ์เปลี่ยนไป ด้วยความที่ไม่คิดว่าสีมันจะโดดออกจากกัน แต่อันนี้ไม่เกี่ยวกับรสชาติใดๆ ตัวมูสเป็นไวท์ช็อกโกแลตมูส หวานกำลังดี เนื้อมูส นุ่มละลายหายไปในปาก สอดไส้ด้วยเจลลี่ส้ม และ เนื้อส้ม เปรี้ยวๆหวานๆ มันทำให้เวลาเราทานมันสดชื่นดีจริงๆ นอกจากนี้ได้สัมผัสกรอบๆ หอมเนย ของซาเบล่อีกด้วย

ต่อมาเป็นขนมทรงรักบี้ ติดด้วยแผ่นตุอีลปะการังสีแดง

ต้องบอกว่าขนมชิ้นนี้มีความซับซ้อนที่สุดในบรรดาทุกชิ้น ตัวเกอแนลล์เป็นมูสคาราเมลมีกลิ่นหอมคาราเมลอ่อนๆ เคลือบด้วยดาร์กช็อกโกแลตขมๆ มีความกรอบๆของถั่วป่น ภายในเนื้อมูส เป็นแยมบลูเบอรี่รสชาติเข้มข้น ฐานของขนมเป็นบิสคอตติ คุกกี้สัญชาติอิตาเลียน มันจะมีกลิ่นออกถั่วๆ และ มีสัมผัสกรุบกรอบให้เราได้เคี้ยว ยังไม่หมดเท่านี้ แผ่นตุอีลสีแดงๆ นอกจากความกรอบแล้ว เราจะได้ความหอมจากงาด้วย

สำหรับม้าน้ำตัวนี้ เป็นช็อกโกแลตสอดไส้พราลีน

มีความกรุบกรอบของถั่ว และ หอมกลิ่นเฮเซลนัท

สุดท้ายเป็นขนมสัญชาติฝรั่งเศสดั้งเดิม นั่นก็คือ มัดเดอแลน ขนมอบรูปทรงเปลือกหอย สำหรับชิ้นนี้จะเป็นรสชาติดั้งเดิมเลยครับ

สำหรับชุดน้ำ ’Gems of the Sea’ สามารถมาลิ้มลองกันได้ ตลอดเดือนสิงหาคม และ เดือนกันยายน 2562 ณ เดอะเซนต์ รีจิส บาร์ และ เดอะดรอว์อิ้งรูม ให้บริการทุกวัน เวลา 14.00น. ถึง 17.00น. โดยสนนราคาที่ชุดละ 1,650++ บาท สามารถทานได้ 2 ท่าน

สนใจสำรองที่นั่ง หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ เดอะเซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ โทร 02 207 7777 หรือ อีเมลล์ [email protected] หรือ เยี่ยมชมเว็ปไซต์ที่ www.stregisbangkok.com

Misis, afternoon tea, review, st.regis bangkok

Story Kriangkrai T

Photo Pol.Capt. Kittin A.

Kin Review


KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง kinlakestars.com – กินแหลกแจกดาว

รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง KinlakeStars.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

Comments

Comments are closed.