สวัสดีครับทุกท่านวันนี้ผมและ KinlakeStars.com จะพาไปชิมอาหารสุดสร้างสรรค์กับหนึ่งในร้านอาหารดีที่สุดในเอเชีย อันมีประสบการณ์กว่า 20 ปี Eat Me Restaurant

Eat Me เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2541 โดยมีสองพี่น้อง ดาเรน และเชอร์รี ฮอยสเลอร์เป็นผู้บุกเบิก และสร้าง Eat Me ให้เป็นห้องอาหารแถวหน้าของกรุงเทพฯ โดย Eat Me ติดอันดับ 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดของเอเชีย (Asia’s 50 Best Restaurants) มาตั้งแต่ปี 2556 โดยมีอันดับที่ 33 ของ Asia’s 50 Best Restaurantsในปี 2561

อีกทั้ง Eat Me ยังได้รับเลือกให้อยู่ในลิสต์ของ The Plate ของมิชลิน ไกด์บุ๊ค ที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปลายปี 2017 และได้รับรางวัล Best Restaurant and Bar 2018 จาก Bar Awards Bangkok อีกด้วยครับ

เดินเข้าร้านมาจะเห็นบริเวณชั้นล่างถูกจัดเป็นค็อกเทลบาร์และเลาจน์ มีทั้งบริเวณห้องแอร์ และด้านนอกเป็นมุมเอาท์ดอร์บนสวนเล็ก ๆ ส่วนบริเวณชั้น 1 และ 2 เป็นส่วนของห้องอาหาร ซึ่งแต่ละโต๊ะถูกออกแบบจัดวางอย่างเหมาะสม การออกแบบเน้นวัสดุเปลือยโดยใช้สีโทนขาวดำ ตัดกับไม้ประดับสีเขียว ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน เป็นกันเอง อีกทั้งพนักงานทุกคนก็ผ่านการอบรมมาอย่างดี จะให้บริการด้วยความเป็นกันเอง เหมาะสำหรับลูกค้าทุกเพศทุกวัยมากๆ ครับ

ห้องอาหาร Eat Me อยู่ในตัวอาคารทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น ในซอยคอนแวนต์ ห่างจากถนนสีลมเพียงไม่กี่นาที ออกแบบตกแต่งใหม่โดยดีไซน์เนอร์ชาวอเมริกัน เคลลี่ วีทท์ลี (Kelly Wheatly) ให้มีบริเวณนั่งทั้งด้านในและด้านนอกบริเวณระเบียง ภายในบริเวณร้านยังถูกตกแต่งด้วยผลงานศิลปะมากมายจาก H Gallery

อาหารทุกเมนูของ Eat Me อยู่ภายใต้แนวคิดและการดำเนินการของเชฟ ทิม บัทเลอร์ ผู้รังสรรค์เมนูหลากหลาย ในสไตล์นานาชาติ แต่สอดแทรกความเป็นเอเชียเข้าไปด้วย โดยเฉพาะจากอาหารญี่ปุ่นและไทย โดยเชฟ ทิม จะเลือกวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากทั่วโลก และต้องจากผู้ค้าที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย

เชฟทิม จะเคร่งครัดกับการเลือกวัตถุดิบมาก ต้องคุณภาพเยี่ยมเท่านั้น เขาจะใช้เวลาหลายอาทิตย์ในการสร้างเมนูแต่ละอย่างขึ้นมา โดยจะทดลองชิมจนมั่นใจที่สุด ถึงจะนำมาเสิร์ฟให้ลูกค้า จึงทำให้มีแฟนประจำร้านมากมายทั้งไทยและต่างชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไม อีท มี จึงมีชื่ออยู่ใน 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดของเอเชียมายาวนานตั้งแต่ปี 2556 นั่นเองครับ

และที่ Eat Me นี่เองจะมีค็อกเทลในชุด “Sip Some Thai” ที่ใช้ส่วนผสมจากเมนูอาหารดัง ๆ จาก 4 ภูมิภาคของประเทศไทย มาทำเป็นค็อกเทลสัญชาติไทยแสนอร่อยอีกด้วยครับ

LAAB-MOO (390฿+) ค็อกเทลแก้วแรกได้แรงบันดาลใจมากจาก “ลาบหมู” แก้วนี้ถือเป็นแก้วที่ Must try มากครับ เพราะมิกโซโลจิสต์นั้นเอาอาหารไทยมาตีความใหม่เป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติเปรี้ยวหวานโดยได้ Vodka มาเป็นเบสผสมเพิ่มความหอมแบบลาบโดยใช้หอมแดง สะระแหน่ และผักชี ขอบแก้วแต่งด้วยข้าวคั่วหอมๆ เวลาจิบจะให้ความรู้สึกกรุบๆ เคี้ยวสนุก สลับกับการกัดแฮมกรอบๆ ที่แล่มาเป็นแผ่นบางหวานเค็ม ผลลัพธ์ที่ได้คือลาบหมูที่ดื่มได้โดยแท้จริง



FEATHERWEIGHT (420฿+) ค็อกเทลแก้วที่สองแก้วนี้ได้รางวัลจาก REMY & COINTREAU THAILAND 2017 ครับ ครองทรูต์ หรือ กวงโทร คือเหล้าไร้สีที่บ่มมาจากส้มถูกนำมาใช้เป็นเบสหลักของแก้วนี้ ผสมเพิ่มความหอมขึ้นด้วยส้มยูสึโฮมเมดและผักชีลาว ให้ความเปรี้ยวหวานสดชื่น ท็อปปิ้งด้วยโฟมไข่ขาวและโรสแมรี่ ความเบาสบายของแก้วนี้คือความรู้สึกที่ไม่ได้คิดไปเอง เหมาะสมแล้วครับที่ชื่อว่า Featherweight

ทุกเมนูที่เชฟทิม รังสรรค์ขึ้น ผสมผสานความโดดเด่นของวัตถุดิบของเอเชียได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะจากญี่ปุ่น ทำให้อาหารของที่นี่มีความโดดเด่นเปี่ยมด้วยคุณภาพ สมกับเป็นเมนูของเชฟทิม บัทเลอร์ ส่วนวันนี้จะมีเมนูอะไรที่น่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลยครับ

เริ่มด้วยขนมปังโฮมเมดผิวกรอบเหนียวเสิร์ฟมาพร้อมกับ Olive Oil และถั่วป่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนถั่วป่นคั่วแต่หอมกว่าเพราะจริงๆ แล้วประกอบด้วยถั่วถึง 3 ชนิดนั่นคือเฮเซลนัท อัลมอนด์ และมะม่วงหิมพานต์ ป่นพอละเอียดคลุกเคล้าเครื่องเทศของอินเดียเพิ่มความหอม

Mixed Clams (750฿+) จาน Starter ของวันนี้เป็นหอยชนิดต่างๆ อย่างเช่นหอยตลับ หอยหลอด นำมานึ่งในซุปมะนาวและผักชี ความเปรี้ยวของมะนาวจะช่วยลดคาวและดึงให้เนื้อหอยมีความเด้งและคงความหนึบไว้เป็นอย่างดี อีกทั้งเชฟยังใส่ลูกเล่นเพิ่มเข้าไปโดยการใช้แหนมหั่นเป็นชิ้นพอประมาณคลุกเคล้าเพิ่มความเปรี้ยวและหอมลงไปอีกด้วย

SPICY WAGYU TARTARE “LAAB” (890฿+) Starter จานที่สองนี่เป็นจากที่ผมถูกใจมากที่สุด “ทาร์ทาร์ลาบเนื้อวากิว” ที่รสชาติวากิวคุณภาพที่ถูกสับเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกเคล้ากับหอมแดงและผักชีตัดความคาว เมื่อคลุกเคล้ากับไข่นกกระทาแกงแล้วยิ่งเพิ่มความโดดเด่นให้กับจานนี้ หากจะให้อธิบายคงต้องบอกว่า ผมรู้สึกถึงความละมุนหอมแผ่ซ่านไปทั่วลิ้นครับ บรรยายแบบที่กล่าวมาก็จะไม่ผิดไปซะทีเดียว คนรักเนื้อแบบผมต้องขอแนะนำครับ

WHITE ASPARAGUS + CAVIAR (790฿+) Starter จานที่สาม โดยปกติแล้วเรามักจะเจอหน่อไม้ฝรั่งเขียวกันใช่ไหมครับแต่จานนี้ทำมาจากหน่อไม้ฝรั่งขาวซึ่งมีกรรมวิธีการปลูกที่ต่างออกไปคือเวลาปลูกนั้นจะต้องพยายามไม่ให้หน่อโดนแสงแดด เนื้อสัมผัสจึงมีความนุ่มละมุนและอ่อนกว่าหน่อไม้ฝรั่งปกติ เชฟจะนำไปต้มจนนิ่มแต่ไม่เละเสิร์ฟพร้อมกับ Manchego Cheese, Jamon Ham (ฮามอนแฮม) แฮมที่ได้ชื่อว่าแพงที่สุดในโลก โรยเพิ่มความหอมด้วยหญ้าฝรั่น หอม มัน เค็ม ครบในจานเดียว

GRILLED ABALONE + PLANKTON RICE (50g / 950฿+) หอยเป๋าฮื้อขนาดตามสั่ง (50/100/200 กรัม) ถูกนำมาย่างด้วยไฟอ่อนให้พอเหลืองสุกกำลังดีปรุงรสด้วยเกลือพริกไทยเท่านั้นเพื่อเน้นเป๋าฮื้อหวาน เค็ม มัน ให้ยังโดดเด่นและคงคุณค่า เสิร์ฟพร้อมริซอตโต้ผัดกับแพลงตอนและเนยเพิ่มความหอมแบบอัลเดนเต้ นุ่มนอกกรุบใน ตัดเลี่ยนด้วยเลมอนเพิ่มความเปรี้ยวเล็กน้อย

CARABINERO PRAWN RISOTTO (1,790฿+) จานหลักจานแรกเป็นรีซอตโต้เช่นกันครับแต่จานนี้จะให้ความรู้สึกหอมเค็มมัน คล้ายต้มข่าอยู่เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะกลิ่นครีมที่ผัดเข้าไปเจอกับเครื่องเทศนั่นเอง เสิร์ฟพร้อมกุ้งตัวโตจากอิตาลี หอยตลับ Chorizo หรือไส้กรอกสเปน ทั้งหมดคลุกเคล้ากับพริกหยวกหั่นชิ้นที่ให้ความเผ็ดเล็กๆ

RED CURRY OXTAIL + BONE MARROW (1,050฿+) ใครชื่นชอบไขกระดูกต้องจานนี้ครับ เชฟนำเนื้อติดกระดูกไปตุ๋นกับแกงแดงที่มีรสชาติหวานและเผ็ดจนเปื่อย ท็อปปิ้งมาบนไขกระดูกผ่ากลางร้อนๆ โรยเพิ่มความหอมด้วยมะกรูดฝอยและผักชี เวลารับประทานจะเสิร์ฟมาพร้อมกับขนมปังกรอบๆ แนะนำให้รับประทานตอนยังร้อนนะครับ เพื่อที่ไขกระดูกจะยังนุ่มและละลายในปากอยู่

SMOKED HEN OF THE WOODS MUSHROOM (650฿+) จานหลักจานสุดท้ายแนะนำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ชื่นชอบเห็ดครับ หากจะพูดชื่อ Hen of the Woods หลายท่านอาจจะไม่เคยได้ยินหรือไม่รู้จักว่าเป็นเห็ดชนิดใด แต่หากบอกว่าเห็ดชนิดนี้มีอีกชื่อเรียกว่า เห็ดไมตาเกะ ก็คงพอจะเคยได้ยินกันใช่ไหมครับ โดยเห็ดไมตาเกะนี้มีคุณสมบัติในการลดน้ำตาลในเลือดและปรับสมดุลร่างกายเป็นต้น เชฟจะนำมารมควันให้สุกจนมีผิวด้านนอกเกรียมพอประมาณ เสิร์ฟพร้อม พูเรร์ถั่วขาวรสชาติหอมมันหวานเล็กๆ ตัดกับความเค็มของเห็ด โรยด้านบนด้วยชีสฮาลูมี

PAVLOVA (380฿+) ของหวานจานแรกพัฟโลว่ารสชาติหวานนำ เนื้อเบาละลายในปากคล้ายเมอร์แรง ราดด้วยวิปครีมเนื้อนุ่มฟู เสิร์ฟพร้อมกล้วยสุกและเสาวรสตัดเลี่ยน จานนี้รสชาติค่อนข้างหวานแม้จะตัดด้วยเสาวรสก็ตามแนะนำให้แบ่งกันรับประทานนะครับ

STICKY DATE PUDDING (390฿+) ของหวานจานที่สองไม่ใช่ช็อคโกแลตลาวาแต่อย่างใด แต่เป็นเค้กอินทผลัมเนื้อไม่หนักมากซึ่งมีความหนึบเคี้ยวสนุก ราดซอสบัตเตอร์สก็อตร้อนๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับไอศครีมวนิลาโฮมเมดไม่หวานมากเพื่อตัดเลี่ยน

FLOURLESS DARK CHOCOLATE CAKE (380฿+) จานสุดท้ายของวันนี้เค้กดาร์คช็อกโกแลตเนื้อแน่น และนุ่ม ความรู้สึกแรกเมื่อได้ลองชิมจะรู้สึกว่า Rich มากเพราะเชฟเสิร์ฟมาพร้อมซอสช็อคโกแลต จานนี้ใครรักดาร์คช็อคโกแลตพลาดไม่ได้ครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับผู้อ่านทุกท่านที่วันนี้ผมและ KinlakeStars.com นำเมนูต่างๆ ที่โดดเด่นมาแนะนำกัน หลังจากมื้อนี้ก็ต้องบอกว่าพอผมมานั่งคิดดูแล้วสิ่งที่ประทับใจมากๆ ของมื้อนี้ที่ปฏิเสธไม่ได้คือความคิดสร้างสรรค์ของเชฟทิมนั่นเอง เซฟเลือกเจาะจงใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพมารังสรรค์ กับความกล้าที่จะนำเอกลักษณ์ของชาติต่างๆ เข้ามาไว้ด้วยกันโดยรสชาติออกมาแล้วไม่ต้องตีความไม่ซับซ้อน แต่กลับให้รสชาติที่ดีเยี่ยมมากๆ ครับ บวกกับบรรยากาศร้านที่เป็นกันเองไม่ต้องแต่ง Dress Code วันไหนพร้อมหรืออยากมาก็นัดเพื่อนหรือคนรู้ใจมาได้เลย หากคราวหน้ามีโอกาสมาที่นี่อีกครั้งผมสัญญาว่าจะพาทุกท่านไปชิมเมนูอื่นๆ อีกเช่นเคยครับ


Eat Me สามารถรับรองลูกค้าได้ 120 ท่าน โดยท่านสามารถสำรองโต๊ะที่ได้ที่เบอร์ 02-2380931 เว็บไซต์ www.eatmerestaurant.com/reservations 
เวลาทำการ : ทุกวันตั้งแต่ 15.00 – 01.00 นาฬิกา หรือเดินทางมาที่ร้านได้ที่ ซอยพิพัฒน์ 2  ถนนคอนแวนต์ สีลมครับ

เรื่อง : Khanenpan C.
ภาพ : Pol.Cap. Kittin A

KinlakeStars.com

eat me, Silom, fine dining, casual dining, international cuisine, review


KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง kinlakestars.com – กินแหลกแจกดาว

รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง KinlakeStars.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด




Comments

Comments are closed.