Festive afternoon tea set @ Peacock alley 

เนื่องในโอกาสพิเศษที่กำลังจะมาถึง สิ้นปีนี้ kinlakestars.com อยากขอแนะนำ Festive Afternoon tea ชุดพิเศษที่จะช่วยเติมเต็มบรรยากาศการเฉลิมฉลองให้พิเศษกว่าทุกๆปี ในโลเคชั่นของห้องอาหารที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพ Peacock Alley ประจำโรงแรม Waldorf Astoria ซึ่งจะจัดเฉพาะช่วงเดือน ธ.ค.นี้ จนถึง 5 มกราคม 2563 เท่านั้น

Peacock Alley – เลาจน์สุดหรูกลางกรุง ตั้งอยู่บนชั้น Upper Lobby แห่งโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ ซึ่งจริงๆแล้ว Peacock Alley นั้น ถูกตั้งขึ้นตามชื่อร้านอาหารในโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย นิวยอร์ก

ซึ่งสถานที่แห่งนี้ รู้กันดีว่าเป็นจุดนัดพบรวมตัวพบปะสังสรรค์ของชาวนครนิวยอร์กในสมัยนั้น เพียงแค่เอ่ยวลีที่ว่า “Meet me at the clock” เท่านี้ก็จะรู้กันว่าเจอกันที่ Waldorf Astoria

ตัวเลาจน์ตกแต่งได้มีความหรูหรา และพื้นที่โดยรอบเป็นกระจก ให้ทุกท่านได้สามารถดื่มด่ำชมวิวในมุมกว้าง อีกหนึ่งสิ่งที่ยังคงให้ความรู้สึกว่า ที่นี่คือ Waldorf Astoria นั่นก็คือ นาฬิกาใจกลางของชั้นนี้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาเรือนดั้งเดิมที่อยู่ ณ ชั้นล็อบบี้ของโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย นิวยอร์ก นั่นเอง

Festive Afternoon tea นี้ถูกรังสรรค์ด้วยฝีมือของ Head pastry chef แอนเดรอา โนลิ (Andrea Noli) เชฟชาวอิตาเลียน ผู้มากความสามารถและมาพร้อมกับรอยยิ้ม เชฟได้ใส่ใจในทุกรายละเอียด ที่ทำให้อาหารในเซ็ตมีความโดดเด่นทั้งในแง่ของรสชาติ และ องค์ประกอบที่สวยงาม  

อาหารในเซ็ตมาครบตามแบบฉบับของ afternoon คือ แบ่งเป็นสำรับคาว และ หวานถูกจัดมาบนจานกระเบื้องที่บอกได้เลยว่าน้อยแต่มาก มีสีสันที่สวยงาม แต่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบหรู เข้ากับเครื่องดื่มได้ดีไม่ว่าจะจับคู่กับชามาคิยาจ แฟรส์ (Mariage Freres) หรือกาแฟ 

สำรับอาหารคาว (Savory Bites) 

เมนูเต็มไปด้วยวัตถุดิบพรีเมี่ยมที่เป็นของโปรดของหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็น แซลมอน ล็อบสเตอร์ ฟัวกราส์ ถูกนำมาจัดแสดงหลากหลายแบบ เช่น Cone, Wrap หรือ Tart เน้นโทนสีส้มดูสดใส 

Lobster Salad, Savory Cone 

เชฟนำเมนูเด่นประจำห้องอาหาร The Brasserie ที่ตั้งอยู่บนชั้นเดียวกัน คือ Lobster Salad มาจัดลงในโคนกรอบ รสชาติความหวานมันของล็อบสเตอร์เข้ากันเป็นอย่างดีกับโคนกรอบที่ทำจากมันฝรั่ง ทั้งอร่อยและสดชื่น  

Foie Gras Tart, Raspberry & Yuzu Gel 

ทาร์ตที่อัดแน่นไปด้วยรสชาติของฟัวกราส์และมีเจลราสเบอร์รี่และส้มยูสุ ช่วยดับกลิ่นคาวของตัวฟัวกราส์ อาจจะกินยากสำหรับคนที่ไม่ได้ชอบรสชาติของฟัวกราส์ แต่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการกินเพื่อตัดรสชาติหวานหลังจากกินขนม  

Carabineros Prawn Caesar Wrap 

สลัดซีซาร์ที่มาคู่กับกุ้งทะเลจากสเปน Carabineros Prawn เนื้อกุ้งกรุบเด้งกับสลัดซีซาร์กรอบหอม เป็นอีกชิ้นที่ให้ความสดชื่นได้ในพริบตา  

Bagel, Salmon Gravlax, Dill, Cream cheese 

เมนูสุด classic คือ bagel รับประทานคู่กับ salmon gravlax ที่หมักกับเกลือและผักชีลาวตามสูตรของชาวสแกนดิเนเวียน ตัวแป้ง bagel นุ่มหอมและลื่นคอ เหมาะกับ portion ที่มาแบบพอดีคำ คลุกเคล้ากันเป็นอย่างดีกับผักชีลาวและครีมชีส  

Tung Thong 

เมนูคลาสสิคประจำโต๊ะอาหารประเภทค็อกเทล ถึงจะเป็นเมนูไทย แต่เชฟก็ทำออกมาได้รสชาติเข้าถึงไส้ผักปรุงกลิ่นหอมกำลังดี ถุงทอง ของว่างที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากัน ข้างในจะเป็นไส้ผัก รสชาติของไส้กลมกล่อมดีทีเดียว มันมีความหวานของผักนานาชนิดข้างใน นอกจากนั้นตัวแป้งเอง ทำได้ดีมากๆเช่นกัน คือ มันมีความบางกรอบ และทอดออกมาได้สีเหลืองทองสวยเสมอทั่วกัน

Fresh Fig, Creamy brie, Balsamic Pearls

  ชิ้นนี้เป็นชิ้นที่โปรดปรานสำหรับคนหลายคน ผลมะเดื่อที่เชฟเลือกมาอย่างดี สีสวยรับประทานคู่กับบรีชีส ตัดรสเปรี้ยวซ่าด้วย balsamic pears สร้างความน่าสนในรสชาติ ได้ความหวานและสดชื่น ยอมรับว่าตัวผู้เขียนเองไม่ค่อยชอบมะเดื่อ แต่สำหรับชิ้นนี้นั้นมีการ mix กันได้อย่างลงตัว ทำให้รับประทานได้ง่ายมาก

สำหรับขนมหวาน (Pastry Delights)

มาต่อกันที่ของหวาน ต้องเล่าว่า ก่อนหน้านี้เชฟได้มาเอเชียเป็นครั้งแรก ณ กรุงจากาต้า ซึ่งเชฟได้รับรู้ถึงอากาศที่ร้อนมากๆ ในขณะเดียวกันเชฟก็ได้ลิ้มลองรสชาติผลไม้เขตร้อนชนิดต่างๆ ทำให้เชฟรู้สึกว่านี่แหละ มันเหมาะมากๆที่จะนำผลไม้เหล่านี้มาเป็นวัถตุดิบในการทำขนมของเชฟ เพราะรสชาติที่ทำให้รู้สึกสดชื่นเวลาได้ทาน มาครั้งนี้เชฟได้มาที่ไทย จึงได้นำประสบการณ์เหล่านั้นมาทำขนมหวานในชุดน้ำชา

สำหรับช่วง Festive นี้แน่นอน ธีมมาเป็นเรื่องราวในวันคริสมาสต์โดยเชฟตั้งใจทำให้ขนมหวานดู simple เพื่อลดการใช้น้ำตาลปั้น คุมไม่ให้มีรสชาติหวานเกินไป แต่ยังมีรูปร่าง สีสันที่เป็นสำหรับคริสมาสต์ครบถ้วน

Santa Claus Blueberry Choux

ชิ้นแรกที่สะดุดตา คือซานต้าครอสที่มาเป็นแบบชูว์ ข้างในสอดไส้บลูเบอร์รี่กลิ่นหอม รสชาติแป้งชูว์ทำออกมาร่วนกำลังดี ชิ้นถัดมา ชูบลูเบอร์รี่ แป้งชูพองสวยงาม สอดไส้ด้วยแยมบลูเบอร์รี่ ด้านบนเป็นมูสบลูเบอร์รี่นุ่มลิ้นละลายในปาก โดยมีแผ่นไวท์ช็อคโกแลตบางๆ กั้นระหว่างกัน ปิดท้ายด้วยผลบลูเบอร์รี่สดที่ตรงยอด พอทานเข้าไป มันมีสัมผัสกรุบกรอบของอะไรบางอย่างด้วย ที่แท้แล้ว เขาใส่ไวท์ช็อคโกแลตเพิร์ล(ข้าวพองที่เคลือบด้วยไวท์ช็อคโกแลต)ไว้ข้างในด้วย

Coconut Mousse, Pineapple & Lime Cake

ขนมหวาน signature ชิ้นหนึ่งประจำ afternoon tea ของ Peacock Alley เป็นเค้กที่ทำเป็นรูปมะพร้าว สอดไส้ด้วยแยมสัปปะรดและมะนาว ตัวมะพร้าวสับปะรด ให้ความรู้สึกถึงผลไม้เขตร้อนสุดๆ อันนี้จินตนาการคิดว่า เชฟน่าจะต้องการทำขนมออกมาให้รูปร่างคล้ายมะพร้าว สอดไส้ด้วยผลสับปะรด และวางอยู่บนหาดทราย ฐานล่างสุด เป็นแผ่นแป้งบางกรอบ ถัดมาที่เปลือกของมะพร้าวทำจากดาร์กช็อคโกแลต ส่วนของเนื้อมะพร้าวสีขาวนั้น จะเป็นมูสมะพร้าว หวานๆนุ่มๆ ตรงกลางเป็นแยมสับปะรด มีชิ้นสับปะรดเล็กๆ แทรกอยู่ในแยม พอให้เราได้เคี้ยวอีกด้วย ส่วนของใบสับปะรดข้างบนทำจากไวท์ช็อคโกแลต อัพเกรดให้มีสีสันของคริสมาสต์มากขึ้น ด้วยช๊อคโกแลตทำเป็นรูปใบไม้เล็กๆสีเขียวและแต่งแต้มจุดสีแดงๆคล้ายเบอรี่ทำให้สวยงามเหมือนสัญลักษณ์ที่พบเห็นบ่อยในเทศกาลคริสมาสต์

Grand Manier Macaron

มาการองสุดพรีเมี่ยมทำจากเหล้า กรองต์ มานิเย ที่โดดเด่นในเรื่องความหอมหวานเจือกลิ่นผิวส้ม นิยมตื่มตอนช่วงเทศกาลคริสมาสต์ ทำเป็นมาการองรสสัมผัสนุ่มนวล พร้อมประดับด้วยน้ำตาลปั้นเป็นเกร็ดฟรอสต์และช็อคโกแลตรูปลักษณ์ที่ออกมาเหมือนออนาเม้นที่ใช้ห้อยประดับบนต้นคริสมาสต์

Dark Chocolate Crunch Fudge

ชิ้นนี้เป็นชิ้นที่ผู้เขียนประทับใจเป็นพิเศษ เนื่องจากหน้าตาที่ธรรมดา แต่แตกต่างด้วยวัตถุดิบ และรสชาติ เป็นดาร์กชอคโกแลตพรีเมี่ยมที่เห็นได้ตั้งแต่จาก texture สีสม่ำเสมอ มันเงา ตกแต่งด้วยชอคโกแลตมูสและวิปปิ้งครีมพร้อมดาวสีทอง ตัวเนื้อชอคโกแลต ปิดท้ายด้วยมูสช็อคโกแลตนุ่มๆเบาๆด้านบน เมื่อรับประทานเข้าไป จะรับรู้ได้ถึงความเข้มข้นของช็อคโกแลต ตัดกับอัลมอนด์กรุบกรอบที่ซ่อนในตัวช็อคโกแลตให้เคี้ยวเพลิน ถ้าเลือกได้จะเป็นชิ้นที่ต้องขอเติม สำหรับคนที่ชอบช็อคโกแลต บอกเลย ต้องชิ้นนี้

New York Cheese Cake, Strawberry Glace

ชีสเค้กไวท์ช็อคโกแลตตกแต่งด้วยเกลซ สตรอเบอร์รี่และชอคโกแลตเขากวางเรนเดียร์ รสชาติออกหวานเล็กน้อย แต่มีแยมเชอรี่รสเปรี่ยวช่วยตัดรส อาจจะเหมาะที่จะกินคู่กับชาตอนที่ยังร้อนๆ นิวยอร์กชีสเค้ก รูปร่างหน้าตาอาจจะไม่ค่อยคุ้นตาตามแบบต้นฉบับซักเท่าไร แต่ขอบอกว่ารสชาติข้างในภายใต้ไวท์ช็อคโกแลตที่ห่อหุ้มอยู่นั้น รสชาติมันอร่อยดั้งเดิมสุดๆ ฐานมีความกรึบบางส่วน แต่ที่สำคัญคือ กลิ่นแป้งหอมมาก ปนกับกลิ่นคาราเมล ถัดมาเป็นชั้นของชีสเค้ก เนื้อนุ่มแน่น หอมกลิ่นครีมชีส ด้านบนเป็นเกลซสตรอเบอร์รี่หวาน หอมกลิ่นสตรอเบอร์รี่อ่อนๆ

Green Tea Christmas Tree

ต้นคริสมาสตร์สีเขียวสวย ด้านในเป็นเนื้อครีมจากชาเขียวที่ตอนแรกเหมือนจะเป็นมูสบางเบา แต่ไม่ใช่เชฟใส่เป็นมูสที่ผสมชีสลงไปให้ความหนืดแน่นขึ้น เพิ่มความกลมกล่อม และขับกลิ่นของชาเขียวออกมากำลังดี เหมือนกำลังกินชาใส่นม

Christmas Stollen

ตัว Hilight อีกชิ้นของชุด afternoon tea นี้ และเป็นชิ้นหนึ่งที่เชฟภูมิใจนำเสนอ เค้ก Stollen ที่อบได้ texture แน่นแต่ไม่แข็งด้วยสูตรพิเศษ มาพร้อมกลิ่น Cinnamon ลูกเกดและถั่ว waltnut พร้อมเนยถั่วที่คลุกเคล้ากันอย่างลงตัว แนะนำให้อุ่นร้อนก่อนให้รับประทานเพื่อให้เนยด้านในละลาย เป็น Stollen เค้กที่อร่อยและหากินได้ยาก

Scones with Clotted cream, Lemon curd and Mulberry Jams

ต่อมาที่สโคนในชุดนี้จะมีการเสิร์ฟเป็นรสดั้งเดิมคู่กับอีกหนึ่งรสชาติ คือ รสชาติ พิเศษประจำ season คือ Walnut & Cinnamon scones สีสวย โดยสโคนจะถูกเสิร์ฟให้ทานคู่กับ แยมสตรอเบอร์รี่ คล็อตเตดครีม(Clotted cream) และ เลมอนเคิร์ด(Lemon curd) และ แยมจากโครงการหลวงซึ่งมีให้เลือกทั้ง mulberry, plum และ strawberry

เนื้อสโคนของที่นี่จะไม่ร่วน เนื้อขนมเกาะเป็นก้อน ให้ความรู้สึกกึ่งขนมปังกึ่งเค้กได้ดีทีเดียว พอทานคู่กับ คล็อตเตดครีมและแยม หรือ จะเป็นเลมอนเคิร์ด ก็เข้ากันๆ ส่วนตัวชอบเลมอนเคิร์ดของที่นี่ ด้วยเนื้อสัมผัสเนื้อครีมที่นุ่มเบา หอมกลิ่นเลมอน แต่อาจจะติดตรงรสหวาน ถ้าหวานน้อยกว่านี้อีกนิด มันจะดีสุดๆไปเลย ลืมบอกไปว่า สโคนอบเชย ข้างในมีใส่ถั่ววอลนัทกรุบๆ แทรกอยู่ในเนื้อสโคนด้วย สำหรับกลิ่นอบเชยออกมา ไม่ฉุน ได้กลิ่นกำลังดี

Tea: Mariage Frères

ชาที่ให้มาพร้อมกับ set นี้คือชาจากมาริยาจแฟร์ ซึ่งที่นี่มี selection ของมาริยาจแฟร์ให้เลือกทุกชนิดทั้ง ตัว Classics, White tea, Black tea, Green tea, Herbal tea, Blue tea ซึ่งจะสามารถเลือกได้สองชนิด ซึ่งขนมชุด Festive นี้วัตถุดิบเด่นเรื่องของอบเชยน่าจะเหมาะกับชากลุ่ม black Tea อย่าง NOËL TEA เป็นชา Gourmet black tea ให้รสหวานสดใสเข้าถึงช่วงเวลา festive และหอมเครื่องเทศประจำเทศกาล Christmas อย่างอบเชย

NOËLTEA เป็นชาดำรสเลิศที่มีรสชาติแหลมคมประดุจเข็มเงินหรูหราและเป็นประกาย -การผสมผสานที่ไม่อาจห้ามใจได้ของส้มแมนดาริน, อบเชย,อัลมอนด์, สีส้มและวานิลลา Bourbon ดื่มเข้าไปแล้วเหมือนมีดาวสีทองพุ่งพวยออกมาได้ ชานี้เป็นชาที่สวยที่สุดน่ารื่นรมย์และเข้ากันกับแสงสว่างจากไฟที่ประดับประดาของช่วงคริสต์มาส

นอกจากนี้เนื่องจากห้อง Peacock alley นี้ตั้งอยู่ที่ชั้น Upper lobby ของ Waldorf Astoria ท่านสามารถนั่งรอชมบรรยากาศยามเย็นจากมุมสูงของกรุงเทพฯได้จากตัวร้าน ซึ่งภายในตัวร้านได้ตกแต่งไว้รับกับแสงอาทิตย์ยามเย็นได้เป็นอย่างดี

ความพิเศษทั้งหมดนี้จะมาให้ท่านลิ้มลองเพียงช่วงเดือน ธ.ค. จนถึง 5 ม.ค. เท่านั้น ท่านที่สนใจสามารถจับจองวันและที่นั่งที่นั่งได้ก่อนใครที่ เบอร์โทรศัพท์ 02 846 8888 หรือ [email protected] 
website: https://waldorfastoria3.hilton.com/en/hotels/thailand/waldorf-astoria-bangkok-BKKWAWA/amenities/restaurants.html

Story : Dr.Athiwat T.
Photo : Pol.Capt. Kittin A.

Afternoon tea, waldorf astoria, review, festive, รีวิว, จิบชา

Kin Review

Kinlakestars.com


KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง kinlakestars.com – กินแหลกแจกดาว

รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง KinlakeStars.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

Comments

Comments are closed.