ช่วงหน้าหนาวคนรู้จักหลายคนมักจะขึ้นไปเที่ยวทางภาคเหนือกัน ที่เห็นมากที่สุดเห็นจะเป็นเชียงใหม่ แต่สำหรับเราเคยไปเชียงรายตอนเด็กๆและอยากจะลองกลับไปอีกครั้งมากกว่า  จังหวัดที่อยู่เหนือสุดของไทย มีอาณาเขตติดกันกับพม่าและลาวที่สามเหลี่ยมทองคำ ด้วยกาลเวลาที่ผ่านไป ปัจจุบันนี้เชียงรายมีที่ให้ไปเที่ยวหลายแห่งมากมาย ทั้งไร่ชาฉุยฟง วัดร่องขุ่น พิพิธภัณฑ์บ้านดำ สวนดอกไม้ อีกทั้งคาเฟ่ร้านอาหารอร่อยๆก็น่าไปลองเช่นกัน

ในครั้งนี้เป็นการไปเที่ยวกับครอบครัว จอง เลือก หาโปรเองทุกอย่าง และอยากจะนำเรื่องราวมาแชร์กันไว้เพื่อเป็นข้อมูลในการท่องเที่ยวต่อไปค่ะ

โดยทริปนี้เราเลือกที่จะขึ้นเครื่องบินไป เชียงรายนี้มีหลายสายการบินให้เลือกบินไปทั้งจากสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ไปถึงเชียงรายช่วงเช้า แล้วเช่ารถพร้อมคนขับท้องถิ่นผู้ชำนาญเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยว มาช่วยต่อเติมโปรแกรมในครั้งนี้ให้สมบูรณ์เป็นจำนวน 3 วัน อีก 1 วันสุดท้ายเก็บไว้เดินเที่ยวเล่นและนั่งรถรางแอ่วเมืองกันก่อนที่จะบินกลับในตอนค่ำค่ะ

วันที่ 1 ขับรถออกไปเที่ยวทางนอกเมืองทางทิศเหนือ และสถานที่ๆอยู่ใกล้กับสนามบิน

พิพิธภัณฑ์บ้านดำ ของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี 2544 ผู้มีผลงานแสดงเดี่ยวและกลุ่มมากมายหลายครั้งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการประชุมสัมนาทางศิลปะนานาชาติอยู่เสมอ ผลงานบางส่วนติดตั้งแสดงถาวรเป็นสมบัติของชาติ ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่และสถานที่สำคัญๆทั้งของรัฐและเอกชนหลายแห่งในประเทศและต่างประเทศแถบเอเชีย ยุโรปและอเมริกา ท่านได้ใช้เวลากว่า 50 ปีในการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ด้วยเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ณ ที่จังหวัดเชียงรายอันเป็นบ้านเกิด จัดแสดงศิลปะหลากหลายแขนงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ศิลปะที่จัดแสดงของท่านนั้นแฝงไปด้วยปรัชญาพุทธศิลป์ ความเชื่อ การตีความ จัดวาง สเปซและสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์  สามารถเดินชมได้ตามเรือนที่วางเรียงรายอยู่ในสวน

เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00-17:00 น.   ♦ ค่าเข้าชม 80 บาท

 

 

หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว ชมวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงเผ่าต่างๆ  ที่จะจัดเป็นโซนหมู่บ้านภายในพื้นที่ให้เราเดินวนดูเป็นวงกลม และเลือกซื้อของ เช่น ผ้าพันคอ หมวก กำไร กระเป๋าแบบชาวเขา และสินค้าอื่นๆได้  ส่วนตัวแล้วอันนี้ถือว่าได้มาเห็นไม่ค่อยเจอ แต่ก็จะไม่แนะนำให้ไปค่ะ

ซ้ายไปขวา : การแสดงเคาะไม้ – ส่วนขายของสินค้าท้องถิ่น – ชาวกะเหรี่ยงคอยาวนั่งทอผ้าพันคอ – ผ้าพันคอหลากสีสันต์


♦ ค่าเข้าชม xxx บาท

 

 

 

มื้อกลางวันที่ Hacienda coffee house & restaurant เป็นร้านที่อยากจะทานจริงจังหรือเล่นๆก็ได้ทั้งนั้น มีทั้งอาหารจานอร่อย เค้กและขนมมากมายให้เลือกลอง ตกแต่งร้านในสไตล์ English country house ทั้งหมดเลยค่ะ มีหลายมุมให้เลือกถ่ายรูปเล่นและวิวที่มองออกไปจากโต๊ะก็สวยมากๆด้วย เราจึงใช้เวลาอยู่ที่นี่กันนานซักหน่อยค่ะ

บรรยากาศภายในร้าน – ช่วงที่เรามาช่วงนี้ ม.แม่ฟ้าหลวงที่อยู่ใกล้ๆเขากำลังจะรับปริญญากันในไม่กี่วันนี้  ทางร้านเลยตกแต่งแบบนี้ไว้รอต้อนรับเหล่าบัญฑิตใหม่ด้วยค่ะ

ซ้ายไปขวา : แม้แต่จานยังสวยมาก – ผักขมอบชีส – ข้าวผัดห่อไข่ – ข้าวอบสับปะรด (แนะนำมากๆค่ะ แถวนี้ยิ่งขึ้นชื่อสับปะรดอร่อยอยู่แล้วด้วย และจานนี้ดีจริงๆ) – สเต๊กปลาดอรี่



วิวที่เราได้มองไปจากโต๊ะ  ทานไปมองวิวนี้ไป เพลินมากค่ะ

เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8:00 – 20:00 น.

 

 

ยามบ่ายที่สามเหลี่ยมทองคำ ที่เปลี่ยนไปจากเมื่อหลายปีก่อนมาก ตั้งแต่ตัวป้ายเลยล่ะค่ะ  ในครั้งนี้เรามาล่องแม่น้ำโขงกันซักเล็กน้อยประมาณ 1-2 ชั่วโมง ชมทิวทัศน์ของไทย พม่าและลาว แล้วขึ้นฝั่งไปเดินเล่นที่ Donesao island ตลาดขายของที่ระลึก เครื่องประดับ กระเป๋า ที่ประเทศลาว


ซ้ายไปขวา : วิวจากท่าเรือ – เห็นเขตพม่าแล้ว – ฝั่งไทยไม่ไกลจากท่าเรือนัก – ป้ายสามเหลี่ยมทองคำที่ใครๆก็ต้องมาถ่ายรูปด้วย



ซ้ายไปขวา : ฝั่งลาว Donesao island    ล่าง : ของที่ขายบนเกาะ – เรือที่เราได้นั่งไป


เป็นเขตยกเว้นพิเศษ ไม่ต้องใช้พาสปอร์ตค่ะ มี  ♦ ค่าเหยียบแผ่นดิน 20 บาท ค่าเรือขึ้นอยู่กับจำนวนคนและประเภทของเรือ

 

 


ไร่ชาฉุยฟง
ในยามบ่ายแก่ อีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว นิยมมาเดินเล่น ถ่ายรูป ทานเค้กชาเขียว น่าเสียดายที่วันนี้เรามาถึงร้านตอนครึ่งชั่วโมงก่อนปิด เค้กยอดฮิตบางตัวจึงหมดแล้ว และเคาเตอร์ขายน้ำก็กำลังเริ่มเคลียร์ไม่รับออเดอร์แล้วเช่นกันค่ะ  ฉะนั้นเผื่อเวลากันไว้หน่อยนะคะ อย่ามาเย็นมากแบบพวกเรา


บนล่างซ้าย : วิวไร่ชาจากอาคารแรก                                       บนล่างขวา : คณะชาวเขาที่บังเอิญเจอแต่งตัวมาถ่ายรูป – วิว                                                                                                            พระอาทิตย์ตกหลังโรงสีข้าวเก่าแก่ที่หาได้ยากยิ่งแล้ว


เห็นมี 2 อาคาร ถ้าอยากถ่ายรูปใกล้ชิดกับไร่ชาเป็นอาคารแรก  ถ้าอยากได้ภาพวิวมุมกว้างสวยๆส่วนตัวว่าไปอาคารด้านในสุดค่ะ  ส่วนขนมนมเนยและที่ให้นั่งรับประทานมีทั้ง 2 อาคารค่ะ

ส่วนร้านขายของมีทั้งชาเขียว ชาอู่หลงเบอร์ต่างๆให้ลองชิม กาน้ำชา กระเป๋า ของที่ระลึกต่างๆให้ได้เลือกซื้อหากันด้วย

เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8:30 – 17:30 น.   ♦ เค้กชาเขียวในรูป 110 บาท

 

มาถึงเหนือทั้งที เราต้องมาลองอาหารเหนือกันบ้าง และร้านเด็ดที่คนในทีมแนะนำมาคือร้านนี้ค่ะ ร้านหลู้ลำ ตั้งอยู่ในตัวเมืองริมน้ำกก วันนี้คนเยอะและอาหารช้าหน่อยอาจจะเพราะเป็นวันอาทิตย์และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกำลังจะมีงานรับปริญญาในวันสองวันนี้ด้วย

 

คืนที่ 1-2 นี้ ได้เลือกพักในเมือง สามารถเดินมาหน้าโรงแรมแล้วเรียกตุ๊กตุ๊กไปเที่ยวต่อได้  อย่างคืนนี้เราจะไปเดินถนนคนม่วน ที่มีทุกคืนวันอาทิตย์กันค่ะ เปิดตั้งแต่เวลา 16.00 น.- 23.30 น.


ซ้ายไปขวา : บรรยากาศของถนนคนม่วน – มุมนั่งรับประทานอาหาร – เดินๆไปเจอการแสดงฟ้อนรำ – ได้แค๊บหมูและข้าวเกรียบว่าวจิ๋วมา


เป็นถนนคนเดินที่ใหญ่มากจริงๆ  เดินไปเท่าไหร่ก็ไม่เห็นจะสุดซักที มีการแสดงฟ้อนรำ มีร้านของกิน เสื้อผ้า และสินค้าอื่นๆอีกมากมายให้เดินดู  รับรองกลับถึงโรงแรมทีนี้หลับสนิทเลยค่ะ

 

วันที่ 2  ยังคงมุ่งขึ้นไปทางทิศเหนือ แถบดอยตุง

สวนแม่ฟ้าหลวง  หอแห่งแรงบันดาลใจ  กาดดอยตุง นั้นอยู่ตรงจุดเดียวกัน เราสามารถจอดรถ มาซื้อตั๋วแล้วเข้าชมได้เลยค่ะ ส่วนพระตำหนักดอยตุงอยู่อีกจุดนึง และสวนรุกชาติอยู่อีกจุดนึงที่ต้องขับรถไปอีกหน่อยค่ะ

สวนแม่ฟ้าหลวง

มีตั๋วจำหน่ายเป็นแบบเหมารวม สวนแม่ฟ้าหลวง หอแห่งแรงบันดาลใจ สวนรุกขชาติ และพระตำหนักดอยตุง ราคา 220 บาท (แต่วันนี้พระตำหนักปิดไม่ให้เข้าชมพอดีค่ะ ขออภัยเลยไม่มีรูปให้ดูนะคะ)

เดินออกมาจากสวนแม่ฟ้าหลวง ผ่านร้านค้าห้องอาหารดอยตุง ที่มีไอศกรีมสตรอเบอร์รี่เน้นๆ แบบรูปด้านล่างนี้อร่อยมากค่ะ


ราคาแท่งละ 60 บาท  สินค้าอื่นๆที่ขายในร้านค้าห้องอาหารดอยตุง  สามารถอ่านต่อได้ที่นี่

 

เมื่อทานไอศกรีมเสร็จแล้ว เดินต่อมาอีกหน่อย จะพบ  หอแห่งแรงบันดาลใจ  จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติของรัชกาลที่ 9   โครงการในพระราชดำริต่างๆ เป็นนิทรรศการที่จัดแสดงได้น่าสนใจดีทีเดียวเลยล่ะค่ะ

ซ้ายบน : เป็นส่วนที่ประทับใจในระบบการจัดแสดง  โดยให้เรายกมือขึ้นไปกลางอากาศ ทำท่าแตะไปที่ตัวจอตรงนั้น  แล้วตัวการ์ตูนจะวิ่งไปตามจุดต่างๆในจอ  เช่น สร้างแก้มลิง  ปลูกหญ้าแฝด  เป็นต้น  เป็นการเล่นกับคนดูที่เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย ลองไปเล่นดูกันได้นะคะ


 

พระธาตุดอยตุง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงราย บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระรากขวัญเบื้องซ้าย หรือกระดูกไหปลาร้าซึ่งนำมาจากประเทศอินเดีย  อีกทั้งยังเป็นพระธาตุประจำปีกุน(ปีหมู)อีกด้วย  หลังจากได้ผ่านการบูรณะมา ณ ปัจจุบันมีพระธาตุ 2 องค์

ต้นตุง : ตุงเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ ความสดใสและความมีโชคดี  นำไปปัก ณ​ ที่ใดก็เกิดมงคล ณ ที่นั้น ไม้นอนไพรทั้งห้าต้นนำมาใช้  เป็นเสาตุงอย่างเป็นธรรมชาติ  ประกาศความงามมหัศจรรย์  และประโยชน์ยิ่ง  ทั้งเตือนใจให้เรานำป่าคืนสู่ ดอยตุงโดยเร็ว  (คัดลอกมาจากป้ายในรูปภาพ)

 

 

 

 

Photo trick : เนื่องจากเวลานี้เป็นเวลาเที่ยงวัน

แดดตรงหัวพอดี  เดินไปด้านหลังจะหามุมถ่ายรูปเราและตัวพระธาตุได้ดีกว่าค่ะ

 

 

สวนรุกขชาติ  มีต้นกุหลาบพันปีสวยๆปลูกอยู่มากมายทั้งสีแดง สีชมพูแซมขาวสวยงามนัก เดินไปเดินมาเรายังเจอนักส่องนกถือกล้องกับเลนส์บิ๊กเบิ้มมาส่องนกอยู่ด้วยค่ะ

 

 

ลงจากดอยตุงมาไม่ไกล มีร้านอาหารจันกะผัก  ที่ขึ้นชื่อว่ามีผักสดๆที่ปลูกภายในศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริและชุมชนที่เข้าร่วมโครงการนำมาทำอาหารจานอร่อยให้เราทานกันอีกด้วย  อีกทั้งยังเป็นร้านที่จัดตั้งโดยสมเด็จพระเทพรัจนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีด้วยค่ะ

จานคะน้าผัดน้ำมันหอยในรูปด้านบนนี้ สดกรอบ อร่อยมากๆค่ะ เป็นเหมือนเมนูแนะนำที่นี่เลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีสวนเล็กๆให้เดินย่อยหลังอาหาร และจักรยานให้เช่าปั่นไปชมสวนด้านในได้ด้วยค่ะ

 

 

ตลาดแม่สายในวันนี้   เป็นตลาดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายที่เป็นพรมแดนกั้นระหว่างไทยกับพม่า

เป็นแหล่งช็อปปิ้งขนมนมเนย ชา กาแฟ ข้าวของเครื่องใช้ทั้งจากไทยและพม่า มีหลังคาคลุมแดดคลุมฝนให้เดินดูของได้อย่างสะดวกทั้งซ้ายและขวา

หากอยากข้ามไปที่ฝั่งพม่าต้องไปทำเอกสารขอข้ามแดน  พาสปอร์ตใช้ได้ในกรณีที่เราบินเข้าไปค่ะ
และดูคนขับรถเค้าอยากให้เราเดินอยู่ฝั่งนี้มากกว่า (สงสัยอยากจะรีบพาเราไปเที่ยวที่อื่นต่อ)

 

 

ศิลปะวันละนิดวันนี้ขอเสนอ ขัวศิลปะค่ะ  เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการภาพวาดของศิลปินเชียงราย ที่จะจัดหมุนเวียนไปตามช่วง มีกิจกรรมทางศิลปะจัดขึ้นอยู่เรื่อยๆ หรือถ้าหิวก็มีร้านอาหารที่ตั้งอยู่ข้างใน  ที่ได้ข่าวว่าทั้งอาหารและวิวดีค่ะ

ซ้ายไปขวา : ด้านหน้าอาคารขัวศิลปะ – ทางเข้าชมห้องจัดแสดงนิทรรศการรูปวาดด้านใน – 3 รูปในหลายรูปที่จัดแสดงอยู่


ซ้ายไปขวา : บรรยากาศห้องโถง – หน้าทางเข้าส่วนร้านอาหาร – ศิลปะบนเพดาน


เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 – 19:00 น.  ♦ ค่าเข้าชม ฟรี

 

นาทีนี้ร้านอาหารที่ดังมากในเชียงราย คงหนีไม่พ้นชื่อร้าน ชีวิตธรรมดา เป็นแน่ ด้วยบรรยากาศการตกแต่งของร้านอาหารสีขาวที่ดูสบายๆ อยู่ริมแม่น้ำกก  ในร้านมีโต๊ะและมุมให้เลือกถ่ายรูปเล่นหลายมุม  อาหารหลากหลาย คงทำให้หลายๆคนไม่พลาดที่จะแวะมาเยือนเป็นแน่  เราจึงไม่ขอเอ่ยถึงมากนะคะ และขอแนะนำให้มาตอนกลางวัน  ช่วงที่คนน้อยๆจะถ่ายรูปเล่นได้ถนัดถนี่มากกว่า

 

ส่วนคืนนี้เราจะลองเดินไปดู ตลาดไนท์บาร์ซาร์ ที่อยู่ห่างจากโรงแรมเพียง 5 นาทีถึงค่ะ

มีของขายมากมาย อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า หมวกแบบชาวเขาที่นี่ก็มีขายเช่นกัน หรือจะนั่งทานอาหารชิวๆกลางแจ้งที่ลานก็มีการแสดงบนเวทีให้ได้ดูด้วย (ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นคืนวันจันทร์ก็ตาม)

วันที่ 3  ในตัวเมืองและทางทิศใต้ของเมือง

บางครั้งถ้าเราอยากรู้จักแถบนั้นทั้งวิถีชีวิต การกิน ผู้เขียนจะชอบไปเดินดูตลาดชาวบ้าน อย่างตลาดเช้าค่ะ  ยิ่งทางภาคเหนืออากาศดีพืชผลงาม ยิ่งต้องรีบไปสำรวจจับจ่ายซื้อกลับกรุงเทพฯค่ะ!

ที่นี่ชาวบ้านเอามาวางแบขายกันอย่างนี้เลยล่ะค่ะ  ประมาณ 9 โมง 10 โมงเช้าก็วายหมดแล้ว  เอ จะซื้อฟักทองรึว่ากะหล่ำดีนะ?
เหล่ามันไข่ มันอลูฝรั่งหัวเล็กๆ นี่ก็ไม่เคยเห็นในตลาด  ซื้อเผือกหัวเล็กๆมาก็เอามาทำบัวลอยเผือก  หนึบหนับอร่อยดีค่ะ
ที่เที่ยวแห่งแรกของวันนี้ขอพาไปที่ วัดร่องเสือเต้น ที่ชาวบ้านร่องเสือเต้นได้ร่วมกันบุรณะกันขึ้นมาใหม่เมื่อไม่กี่ปีมานี้  เป็นศิลปะแนวพุทธศิลป์ร่วมสมัยที่แฝงด้วยหลักธรรมคำสอนของพุทธองค์ ด้วยฝีมือของศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย นายพุทธา กาบแก้ว หรือสล่านก ผู้เคยเป็นลูกมือของอาจารย์เฉลิมชัยในการสร้างวัดร่องขุ่นมาก่อน
การตกแต่งส่วนใหญ่นั้นเน้นสีน้ำเงินฟ้า แสดงถึงธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ขจรขจายทั่วโลก เป็นหลักคำสอนที่เป็นจริงตามเหตุและผลเปรียบเสมือนดังท้องฟ้าที่สดใส
.
ชมเจ้าแม่กวนอิมที่ วัดห้วยปลากั้ง
เมื่อจอดรถเสร็จจะมีรถรางให้นั่งไปที่ฐานของเจ้าแม่กวนอิม ทำบุญตามศรัทธา ขึ้นลิฟต์ไปชมรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม และวิวที่ด้านบนได้
ซ้ายไปขวา : วิวจากลานจอดรถ – เมื่อมองลอดผ่านช่องประตูมังกรออกมา – องค์เจ้าแม่กวนอิมในระยะใกล้

ผนังด้านในตกแต่งรูปปั้นนูนเป็นรูปเจ้าแม่กวนอิม  มังกร  นกยูง  หมี สีขาวโพลนทั้งหมด
ไปชมวิว รับประทานอาหารกลางวันกันที่ ร้านภูภิรมย์ สิงห์ปาร์ค

ทุ่งดอกคอสมอสสุดลูกหูลูกตา

และแล้วก็ถึงเวลาไปที่ร้านอาหารกันเสียที
ซ้ายไปขวา : แกงฮังเล (ราคา 180 บาท) – ออเดิร์ฟเมือง (ราคา 200 บาท) – ยำยอดชาสดทอดกรอบ (ราคา 120 บาท) แนะนำ – ของที่นี่ที่พลาดไม่ได้เลย คือ ขาหมูเยอรมัน นี่ก็อร่อยจริง แนะนำเช่นกันค่ะ  (ราคา 390 บาท)

ซ้ายไปขวา : ผัดหมี่ภูภิรมย์ (ราคา 180 บาท) – ยำตะไคร้กุ้งสด อร่อยสดชื่นดี (ราคา 160 บาท) – หลังจากที่เจอแต่ต้มยำปลาคังมาหลายร้าน คราวนี้ลอง ปลาคังผัดพริกแกง บ้าง แนะนำ นี่ก็อร่อยระดับมีคนติดใจเลยซื้อกลับบ้านให้ (ราคา 420 บาท) – Matcha cheesecake จาก Farm Design (ราคา 55 บาท) เป็นของหวาน

กลับออกมาที่ด้านหน้า  มาถ่ายรูปกับคุณสิงห์ยักษ์ เดี๋ยวเค้าจะหาว่ามาไม่ถึงกัน
นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นสถานที่สำหรับจัดงานเทศกาลบอลลูนนานาชาติที่จัดขึ้นทุกปีด้วย  และในวันนี้เป็นวันที่กำลังเตรียมงานกันอยู่  เราเลยไม่ได้เข้าไปทางส่วนนั้นค่ะ
อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดเชียงราย ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดที่งดงามที่สุด วัดร่องขุ่น  สร้างและออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์  โดดเด่นด้วยพระอุโบสถสีขาวกระจ่างตา ซึ่งองค์ประกอบต่างๆนั้นแฝงไปด้วยเรื่องราวคติธรรมหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา  ไม่ว่าจะเป็นสะพาน บันไดทางขึ้น เป็นต้น

ส่วนด้านในพระอุโบสถนั้นห้ามถ่ายรูป

ซ้ายไปขวา : อาคารสีทองอร่ามตานี้คือ ห้องน้ำ!ค่ะ – ด้านหลังของพระอุโบสถที่อลังการไม่แพ้กับด้านหน้าเลย – บ่อนำ้ศักสิทธิ์ที่ให้โยนเหรียญตามปีนักษัตริย์

นอกจากนั้นยังมีอาคารที่จัดแสดงผลงานศิลปะของอาจารย์เฉลิมชัยอีกด้วย
ซ้ายไปขวา : หอระฆังที่ยังสร้างไม่เสร็จ – สวนเล็กๆด้านหน้าอาคารแสดงศิลปะที่น่าจะได้แนวคิดมาจากเขาพระสุเมรุ – ผลงานศิลปะตามต้นไม้

และเมื่อเดินไปทางด้านหลัง ผ่านหอระฆัง ไปจะเป็นโรงปั้น  สามารถเข้าไปชมช่างฝีมือกำลังผลิตชิ้นส่วนต่างๆเพื่อนำไปประดับอาคารอื่นๆในวัดต่อไปได้
 ชมวิวแบบพาโนรามาที่พุทธอุทยานวัดดอยอินทรีย์  
ซ้ายไปขวา : พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ ณ ที่นี้ – มองเห็นเจ้าแม่กวนอิมที่ไปมาเมื่อเช้าอยู่ลิบๆ – นกยูงเดินไปเดินมาอยู่ที่นี่

บ่ายแก่ๆพักแช่น้ำร้อนที่ น้ำพุร้อนผาเสริฐ  มีทั้งเป็นแบบสระว่ายน้ำ  บ่อแช่เท้า  บ่อสำหรับลวกไข่ต้ม  ที่ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ไข่ถึงจะสุก  บ่อนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆกับแม่น้ำกกและปางช้าง  แต่ถ้าเย็นมากแบบนี้ ช้างจะเดินกลับบ้านหมดแล้วค่ะ อดเจอเลย  บ่อน้ำพุร้อนที่นี่มีบรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่านดีค่ะ  ถ้าอยากจะพักแช่เท้า จะขอแนะนำที่นี่ค่ะ
ก่อนที่พระอาทิตย์จะลาขอบฟ้าไป ณ ริมน้ำกกใกล้ๆกับบ่อน้ำพุร้อน
และวันนี้เราก็ได้ย้ายโรงแรมมาพักที่  The Legend Chiang Rai Boutique River Resort & Spa‎  เป็นเวลา 1 คืน ที่เราได้ขยับออกนอกเมืองมาหน่อยนึง เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ริมน้ำกก
ห้องพักกว้างขวางสะดวกสบายดี  โดยเฉพาะห้องนำ้นี่กว้างมาก  เผลอๆสามารถเปิดประตูบานเฟี้ยมเพื่อเชื่อมกับระเบียงได้อีกด้วยค่ะ  เป็นโรงแรมที่มีบริเวณกว้างขวาง เงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนดีค่ะ
ซ้ายไปขวา : ที่นั่งในสวนริมน้ำ – สระว่ายน้ำริมน้ำ พร้อม – รถถีบยังมีให้เห็นอยู่ที่เมืองนี้มากมาย อย่างที่โรงแรมนี้ก็เอามาจอดโชว์ไว้ด้วย – ระเบียงห้องพัก

ซ้ายไปขวา : รั้วไผ่หน้าห้อง – วิวในบริเวณสวนตรงกลาง – วิวจากหน้าต่างห้อง – Lobby

วันนี้กว่าเราจะมาถึงโรงแรมก็เย็นมากแล้ว  เลยขอลองหาอะไรทานที่ห้องอาหารของโรงแรมนี้เลยละกันค่ะ
บรรยากาศชิวๆริมน้ำ  เปิดเพลงสากลคลาสิคเก่าๆคลอไป
ซ้ายไปขวา : อาหารไทยมาหลายมื้อ ได้ยินว่าที่นี่มีห้องอาหารอิตาเลียนด้วย เลยขอเปลี่ยนบรรยากาศสั่ง พิซซ่า บ้างค่ะ  และหน้าฮาวาเอี้ยนถาดนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย  สับปะรดเยอะและอร่อย  แป้งบางกรอบสมใจ  ไม่มีผิดหวังจนต้องสั่งหน้าเดิมเป็นถาดที่ 2 ค่ะ!!! – ผัดไทยกุ้งสด -ไอศกรีมกะทิจากเจ้าอร่อย – ห้องอาหาร – ข้าวอบสับปะรด

วันที่ 4  เดินเล่นในสวนตุง  นั่งรถรางแอ่วเมือง

บรรยากาศของบุฟเฟต์มื้อเช้าริมน้ำ
จากคำแนะนำของรถตุ๊กตุ๊กที่เราพบ เขาแนะนำให้เราไปเดินเล่นที่ สวนตุงและโคมนครเชียงราย ค่ะ ซึ่งเมื่อไปถึงก็ไม่ผิดหวังเลย  ที่นี่เพิ่งมีงานเชียงรายดอกไม้งามจบไปได้ไม่กี่วัน ดอกไม้สวยๆ เช่น ดอกทิวลิป ไฮเดรนเยีย ยังมีให้ชม ถ่ายรูปอยู่ค่ะ เพลินตามากๆ เหมือนได้นั่งรถตุ๊กตุ๊กไปเนเธอร์แลนด์อย่างไรอย่างนั้น
♦ ค่าเข้าชม ฟรี
เมื่อเดินออกมาจากสวนตุงแล้วก็ผ่านหอนาฬิกา  ที่ออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย  และในช่วงเวลาค่ำจะมีการแสดงไฟเป็นรอบๆด้วย  น่าเสียดายที่ช่วงเวลานั้นเราไม่ได้มาดูกัน
ไปทานข้าวซอย ร้านพอใจ เป็นมื้อกลางวัน
โดยส่วนตัวแล้ว  จะชอบข้าวซอยที่นำ้มีรสชาติเข้มข้นกว่านี้  และปิดท้ายด้วยลอดช่องชื่นใจ
จากหน้าร้าน เรียกตุ๊กตุ๊กไปที่ศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยว เทศบาลนครเชียงราย หลังอนุเสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช เพื่อลงทะเบียนนั่งรถรางแอ่วเมืองรอบบ่ายโมงค่ะ  ซึ่งรถรางจะวิ่งไปรอบเมือง ผ่านและแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ 9 แห่งด้วยกัน  มีมัคคุเทศน์ที่คอยอธิบายและขับรถไปด้วยตลอดทาง
จุดที่ 1 อนุเสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช
จุดที่ 2 อาคารเทิดพระเกียรติ 90 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์และอนุเสาวรีย์รัชกาลที่ 5  จัดแสดงราชรถบุษบก จำนวน 9 คัน ซึ่งเป็นศิลปะแบบทางเหนือ  ตามแต่ละจังหวัดสวยงามแตกต่างกันไปค่ะ
พอเลี้ยวรถออกมาจากอาคารเทิดพระเกียรติได้ไม่นาน  พบกับต้นไม้ต้นยักษ์นี้ค่ะ  น่าประทับใจมาก  ขอบคุณจากใจที่ยังเก็บต้นไม้อันเก่าแก่นี้ไว้อยู่  นับวันจะหายากขึ้นทุกที
ศาลากลางเป็นตึกทรงยุโรปสุดคลาสสิค
จุดที่ 3 วัดพระสิงห์  เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์  ซึ่งปัจจุบันได้ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารลายคำ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่  ตัวพระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมล้านนาสมัยเชียงแสน  บานประตูออกแบบโดยอาจารย์ถวัล  ดัชนี แกะสลักไม้เป็นเรื่อง ดิน น้ำ ลม ไฟ  ด้านในมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านนาเชียงแสน  ชนิดสำริดปิดทอง ปางมารวิชัย
จุดที่ 4 วัดพระแก้ว  แต่เดิมเป็นที่ค้นพบพระแก้วมรกต
หอประดิษฐาน  พระหยกเชียงราย
ใกล้กันนั้นมีพิพิธภัณฑ์โฮงหลวงแสงแก้ว  อาคาร 2 ชั้น ที่จัดแสดงพระพุทธรูปสำคัญของวัด  วัตถุโบราณ ศิลปะเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา  ที่น่าสนใจดู
ภายในพิพิธภัณฑ์ชั้น 2
ซ้ายไปขวา : พระพุทธรูปสำคัญ – ผลและต้นพระเจ้า 5 พระองค์

รถแล่นผ่านบ้านพักของจอมพล ป.
.
จุดที่ 5 วัดดอยงำเมือง
จุดที่ 6 วัดพระธาตุดอยจอมทอง
เสาสะดือเมือง 108 หลักอันตั้งอยู่บนรูปแบบสมมุติฐานของจักรวาลอันเป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ
อนุเสาวรีย์เป็นที่ระลึกที่ช้างของพ่อขุนเม็งรายฯ ได้หลุดมา แล้วมาพบที่นี่  ท่านจึงได้สร้างเมืองเชียงรายขึ้นมา
จุดที่ 7 วัดมิ่งเมือง  ถูกสร้างขึ้นในสมัยพ่อขุนเม็งรายฯ  พระอุโบสถเป็นวิหารไทยใหญ่ประยุกต์ผสมกับรูปแบบของวิหารล้านนา
จุดที่ 8 หอนาฬิกาเชียงราย  จุดที่ 9 สวนตุงและโคมนครเชียงราย   ที่เราได้ชมกันไปแล้ว
มีรถรางแอ่วเมือง  รอบ 9:00, 9:30, 13:00, 13:30 น. ควรไปลงทะเบียนล่วงหน้าประมาณครึ่งชั่วโมง   ♦ ค่ารถ ฟรี
หลังจากนั้นเรากลับไปรับกระเป๋าที่ฝากไว้ที่โรงแรมและรอเวลาไปสนามบินกันค่ะ
ระหว่างรอนี้ขอไปปั่นรถถีบเล่นก่อนนะคะ   อันเป็นการจบทริปที่สมบูรณ์
Story / Photo : Nopmanee P.

kinlakestars.com

 


 

KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง kinlakestars.com – กินแหลกแจกดาว

รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง KinlakeStars.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

 

 

 

Comments

Comments are closed.