“Details make differences. Details make perfection. Details make legend.” 5 Stars

authors_lounge_1355authors_lounge_1353authors_lounge_1354

 วันนี้ทาง kinlakestars ขอเสนอ Afternoon tea Author’s Lounge ที่ตั้งอยู่ใน Mandarin Oriental โรงแรมที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานของประเทศไทย ที่ได้รับการกล่าวขาน โด่งดังระดับโลก

 

authors_lounge_1243authors_lounge__1242authors_lounge_1244Author’s Lounge เป็นส่วนที่ตั้งอยู่ในตึก Author’s Wing ซึ่งเป็นอาคารประวัติศาสตร์กว่า 140 ปี เป็นอาคารที่เป็นตึกดั้งเดิมของโรงแรม ตัวสถาปัตยกรรมภายนอกนั้นเป็นตึกสไตล์โคโลเนียล มีความสวยงามตามแบบตึกที่ได้รับอิทธิพลการออกแบบจากทางยุโรป ด้านหน้าตึกหันไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา

authors_lounge_1236authors_lounge_1235authors_lounge_1251authors_lounge_1250authors_lounge_1245authors_lounge_1239เมื่อเดินเข้ามาจากทางล็อบบี้ก็จะเห็นโถงทางเดินขึ้นที่สวยงาม เพื่อขึ้นไปยังระเบียงส่วนห้องพัก (เฉพาะแขกผู้พักอาศัยเท่านั้น) ตัวโถงกลางที่ถูกออกแบบเป็นสวนกลางบ้าน (ปัจจุบันมีหลังคากระจก เพื่อให้อยู่ในเครื่องปรับอากาศ ให้มีความเย็นสบาย)

มีความสวยงาม ด้วยการตกแต่งแบบลายฉลุ และการที่ให้มีแสงธรรมชาติส่องเข้ามา ประกอบกับการจัดที่นั่ง การใช้เฟอร์นิเจอร์ การประดับตกแต่งด้วยรูปภาพนักเขียนระดับโลก การใช้ดอกไม้สดและต้นไม้ ทำให้เหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในอาคารและช่วงสมัยเวลายุคอาณานิคม

authors_lounge_1268authors_lounge_1256authors_lounge_1276นอกจากส่วนโถง ยังมีอีก 2 ห้องที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน ซึ่งเดิมมิได้เปิดให้นั่งจิบชา พึ่งเริ่มเปิดหลังการปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา สวย สง่า น่านั่ง โดยทั้งสองห้องนี้ใช้ชื่อจากนักเขียนชื่อดังที่เคยมาเยือนและมีส่วนร่วมกับอาคารแห่งนี้นั้นคือห้อง  Joseph Conrad เป็นส่วน ที่ติดกับสวนที่เชื่อมต่อไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา ในส่วนห้องนี้สามารถนั่งจิบชาไปพร้อมกับชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้authors_lounge_1252

authors_lounge_1253

และอีกห้อง ซึ่งตกแต่งอย่างสวยงาม จากกระจกบานใหญ่กรอบสีทองที่แกะสลักจากไม้ได้วิจิตรงดงาม บรรยากาศโดยรวมห้องนี้ ให้ความรู้สึกสงบที่สุดในบรรดาห้องทุกห้อง

authors_lounge_1285ยิ่งเมื่อได้ฟังการเล่นดนตรีของนักแสดงในช่วง บ่าย 2 ลงไป ยิ่งทำให้บรรยากาศการจิบชายามบ่ายกับเพื่อนๆ หรือ ครอบครัวเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมไปได้เลยครับ

ในส่วนของชุด Afternoon tea (1450++ บาทต่อคน) ที่จะมารีวิววันนี้ เราจะสามารถเลือกชนิดของชาได้  1 อย่างและ มีของว่าง 2 แบบคือแบบไทย หรือแบบตะวันตก ซึ่งจะสามารถเติมได้ตลอด แต่ไม่สามารถเปลี่ยนชนิดของชาได้

authors_lounge_1304ในส่วนของชาที่ได้ รีวิว ครั้งนี้คือ Le Grande Dame ที่แปลเป็นไทยว่า สุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์ เป็นชาเขียวที่ทาง Mariage Freres ได้ปรุงผสมขึ้นเป็นพิเศษในโอกาสครบรอบ 140 ปีของทางโรงแรม ชาจะมีรสเบาๆ และกลิ่นหอมอ่อนๆของกุหลาบที่มีแทรกด้วยกลิ่นสดชื่นของผิวส้มเบาๆ ให้ความรู้สึกนุ่มและสดชื่น เห็นเป็นมโนภาพหญิงสวยอันสูงศักดิ์ ในชุดกระโปรงชายลูกไม้ ปลายบานยุควิกตอเรียน เมื่อจิบเข้าไป

authors_lounge_1361authors_lounge_1362authors_lounge_1360และชาอีกชนิดคือ Blue dragon เป็นชาที่ทำขึ้นจากการผสมชาดำกับชาขาว ที่มีการใส่ดอกเก๊กฮวยเข้าไปตรงกลางก่อนจะนึ่งด้วยมะลิ มัดเป็นก้อนกลม เมื่อนำไปชง ก้อนก็จะแตกตัวออกมา เห็นเป็นดอกไม้บานสะพรั่ง สวยมากครับ ชานี้รสจะเข้มนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับขมหรือฝาด มีความหอมของดอกไม้บางๆ จิบแล้วผ่อนคลายดีครับ

authors_lounge_1295ก่อนเริ่มต้นการจิบชากินขนมและของว่างจะมี Welcome Item เป็น ไอศกรีม มะนาวและขิงเชอร์เบต ซึ่งชวนให้สดชื่น ผ่อนคลาย อยากอาหาร เบาโล่ง และมีกลิ่นอายความเป็นไทย

authors_lounge_1306authors_lounge_1307สำหรับอาหารว่าง ในเซ็ตตะวันตก จะมาในแบบ ชั้นจานที่มี 3 ชั้น และ Scone 2 ชิ้น (plain กับ raisin) ที่มาพร้อมกับแยมกุหลาบ แยมราสเบอร์รี่ และครีมเนย การตกแต่งของขนมและแซนด์วิชทุกชิ้นสวยงามมีรายละเอียดเล็กๆ ทำให้รู้สึกดีตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทานเลย

authors_lounge_1313ในส่วนของ สโคนนั้น ที่นี่จะมีความนุ่ม ไม่แห้ง ไม่แตก ทำให้กินกับครีมเนยหอมๆ และกับแยม ไม่ลื่น ไม่ฝืดคอ เมื่อจิบชาเข้าไปเสริม อร่อยมากเลยครับ

authors_lounge_1331authors_lounge_1308เริ่มจากชั้นล่างสุดจะเป็นของหวาน คือ เค้กผลไม้แบบอังกฤษ เค้กชิฟฟอนส้ม เค้กผลไม้แบบอังกฤษที่มีเนื้อผลไม้แห้งค่อนข้างเยอะ ให้ความหอมคู่กับกลิ่นเนยกับรสหวานอมเปรี้ยวนิดหน่อย ส่วนเค้กชิฟฟอนส้มที่มีกลิ่นส้มกับเนื้อเค้กเบาๆ หอมอร่อยดีครับ

authors_lounge_1319ชั้นที่สองจะเป็น แซนด์วิชเย็น

authors_lounge_1357โดยตัวแรกที่แนะนำจะเป็น หน่อไม้ฝรั่งบนวุ้นมะเขือเทศกับขนมปังซอร์โดขาว ชิ้นนี้ตกแต่งสวยงามมากครับ เมื่อกัดเข้าไป หน่อไม้นุ่มมาก มีรสหวานกับวุ้นมะเขือรสอ่อนๆที่ให้ทั้งความสดชื่นกับรสชาติเบาๆ

 

ถัดมาเป็นไข่ต้มบนมายองเนสชากับขนมปัง brioche ผักชี ชิ้นนี้ให้รสชาติไข่ต้มที่เข้ากับมายองเนสเป็นอย่างดี เป็นรสชาติที่เข้มข้นขึ้นมา ต่อมาคือ แฮมรมควันมะเขือเทศตากแห้งกับแตง honey dew ชิ้นนี้ผมชอบเป็นพิเศษ มีรสเข้มข้นของมะเขือตากแห้งเข้ากับแฮมเป็นอย่างดี ในส่วนของพายไก่ผักโขมก็ อร่อยกับผักโขมที่เข้ากับไก่ชิ้นเล็กที่เข้ากับกลิ่นเนยหอมๆเป็นอย่างดี อีกชิ้นที่สวยงามดูน่ากินคือ แซลมอนรมควัน ซาวครีมและหอม ชิ้นนี้ถ้าคนชอบแซลมอนรมควันจะต้องชอบ เพราะให้ชิ้นพอดีคำ และยังมีแบบสับอยู่ด้านล่างกำลังพอดี ตัวแซลมอนนุ่มและไม่เค็มเกินไป เข้ากับซาวครีม ได้ดี ส่วนม้วนแซนด์วิชกลม คือ ฮันนี่เกรซแฮมกับครีมชีส ตัวนี้ครีมชีสกับความหอมของแฮมเข้ากันได้ดีครับ และสุดท้ายของชั้นกับ รสชาติสดชื่นเบาๆของแตงกวา ครีมชีส และผักชีลาว (dill) ที่จะให้รสเบา และกลิ่นและความสดชื่นได้ดีครับ

authors_lounge_1323authors_lounge_1326ชั้นบนสุดจะเป็นของหวานหน้าตาสวยงามน่าทาน จะมี ไทม์ และ สตรอเบอร์รี่ครีม ที่มีความนุ่มและเบามากๆ ตัวครีมหอมหวาน มีรสเปรี้ยวนิดจากสตรอเบอร์รี่ผงด้านนอก และเนื้อสตรอเบอร์รี่ด้านใน อร่อยมากครับ ถัดมาคือ เอแคลร์คาราเมลราสเบอร์รี่ ที่ตัวครีมหอมคาราเมล หอมหวานอ่อนๆเสริมด้วยแยมราสเบอร์รี่ด้านในที่เปรี้ยวหวานนิดๆ กับราสเบอร์รี่สดด้านบน เป็นการรวมรสชาติที่ดีมากครับ และก็มีมาการองเฟนเนลสับปะรด ซึ่งตัวนี้ถือว่าทำได้มีมาตรฐานดี อีกชิ้นที่ผมชอบคือ แอปเปิลเขียวกับมะกรูดบิสกิต ตัวนี้จะมีรสเปรี้ยวแซมในความหวานหอมของครีมแอปเปิลเขียว เมื่อทานพร้อมกับแผ่นช็อกโกแลตขาวด้านนอกจะอร่อยดีมาก และชิ้นสุดท้ายคือ ช็อกโกแลตเซเบิ้ล ที่มีทั้งช็อกโกแลตนม ช็อกโกแลตฮาเซลนัท และไวท์ช็อกโกแลต บนแผ่นเค้กบางๆ ให้รสชาติหลายมิติดีครับ

authors_lounge_1330authors_lounge_1350ในส่วนของเซ็ตไทยนั้นจะมาใน เถาปิ่นโตกระเบื้องเคลือบที่สวยงาม 3 ชั้น และสโคนมะม่วงขิง ที่มาพร้อมกับแยมมะม่วง แยมกุหลาบ และครีมเนย

authors_lounge_1339authors_lounge_1335ในชั้นของแซนด์วิช จะมีแซนด์วิชเนื้อปูตะไคร้ที่มีเนื้อปูเน้นๆลดความคาวของกลิ่นปูด้วยตะไคร้ แซนด์วิชไก่สับพริกมะกอกดำก็มีรสชาติเข้มข้นเหมือนอาหารไทยดีครับ เสริมด้วย ไก่ห่อใบเตย ข้าวตังหมูหยอง และเมี่ยงคำในใบพลู ให้รสชาติไทยๆได้ดี แต่ก็เข้ากับชานุ่มๆเบาๆ

authors_lounge_1352ในอีกชั้นก็จะมี ขนมช่อม่วง ซึ่งหากินได้ค่อนข้างยากในทุกวันนี้ ไส้ในรสละมุนมันเค็มแป้งนุ่มหนึบกำลังดี และยังมีกะหรี่พัฟไก่แป้งกรอบนอกไส้ในกลิ่นแกงกะหรี่ หอมชั้ดเจน หมี่กรอบที่รสชาติดีมากกรอบ มัน และไม่หวานจนเกินไป

authors_lounge_1343ในชั้นขนมหวาน ก็จะมี ฟักทองสังขยาที่ตัวฟักทองนุ่มและหวานธรรมชาติมากในขณะที่สังขยานุ่มเนียนไม่มีฟองอากาศให้รสอ่อนๆ ไม่หวานแสบคอ ลูกชุบประดับสวยงามน่ารัก ขนมใส่ไส้ โรตีสายไหมที่ไม่ธรรมดา ชิฟฟอนเค้ก และที่เด่นสุดคือข้าวเหนียวมะม่วงคำเล็กๆที่ใช้มะม่วงอกร่อง (ข้าวเหนียวมะม่วงแท้ๆต้องทานกับมะม่วงอกร่องครับ เพราะจะให้กลิ่นหอมและรสหวานอมเปรี้ยวที่เข้มข้นกว่า)

authors_lounge_1333

ในส่วนของสโคน ในตัวสโคนมะม่วงขิงนั้นมีเนื้อมะม่วงให้ความหอมแทรก และมีกลิ่นขิงอ่อน ช่วยลดความเลี่ยนมันเนยได้ดี กินกับแยมมะม่วง หรือ แยมกุหลาบก็เข้ากันได้ดีครับแน่นอนเนื้อสโคนนุ่ม แน่น หนึบไม่ร่วนและไม่แตกตัว

authors_lounge_1376authors_lounge_1373authors_lounge_1374ในส่วนของเครื่องดื่มที่ห้ามพลาดและขอแนะนำในส่วนของ Mocktail นั้นคือ Summer Rosé ซึ่ง ใช้ base เป็น ชา Eroś ของ Mariage Frères ให้สีแดงสดและกลิ่นกุหลาบที่อบอวล ผสมกับ Homemade Rosé Retal Jam ที่ให้ความหวานรวมถึงกลิ่นกุหลาบแบบอ่อนนุ่ม Rosé Bitters และ น้ำมะนาวสดที่เปรี้ยวอมหวานนิดๆ สดชื่น

authors_lounge_1380authors_lounge_1378และ Mocktail ที่อยากจะแนะนำให้ลองนั้นคือ Lagoon of Paradise ซึ่งใช้กาแฟเป็น base  ผสมกับนม  ครีม ที่ให้ความหอมมัน และส้มสดที่ให้รสเปรี้ยวหวานสดชื่น และน้ำผึ้งที่ให้ความหวานหอม

authors_lounge_1394authors_lounge_1398ผ้าที่ใช้

authors_lounge_1403authors_lounge_1411ก่อนกลับผู้มาเยือนจะได้รับของที่ระลึกเป็นกล่องใส่ช็อกโกแลต 2 ชิ้น พร้อมที่คั่นหนังสือและหนังสือเล่มเล็ก 1 ชุด สำหรับ 1 โต๊ะ

ถ้าถามผมว่าทำไม Mandarin Oriental ถึงได้ถูกกล่าวขานว่าเป็นตำนานที่มีชีวิตของโรงแรมในประเทศไทย คำตอบของผมคือ การใส่ใจในทุกรายละเอียด ที่นี่ตั้งแต่เข้ามาเจอพนักงานต้อนรับ การบริการทุกอย่างถือว่าเป็นที่สุด การตกแต่งของโรงแรม การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆเพื่อให้เกิดความสวยงาม เมื่อพูดถึงอาหาร ในเรื่องของรสชาติ การตกแต่ง คุณภาพวัตถุดิบ ทำให้ประสบการณ์ของคนที่มาใช้บริการไม่สามารถลืมไปได้  ทำให้ผมนึกถึงประโยคนี้ขึ้นมาว่า “Details make differences. Details make perfection. Details make legend.”

เรื่อง : Sorawich W.

ภาพ : Satid C.

Authors’ lounge 4- 16
$$$$$
ประเภท คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้
1. อาหาร 40 39 9.75/10
   รสชาติ กลิ่น สัมผัส 20 19.5
   วัตถุดิบ 10 9.5
   การจัดวางตกแต่ง 5 5
   เครื่องดื่ม 5 5
2. บรรยากาศ 20 20 10/10
   บรรยากาศภายนอก 5 5
   บรรยกาศภายใน – แสง สี กลิ่น 10 10
   บรรยกาศภายใน – วัสดุ โต๊ะ ช้อน 5 5
3. การบริการ 20 20 10/10
   การเข้าถึง ที่จอดรถ ขนส่งมวลชน 5 5
   ความสะอาด 10 10
   ความสุภาพและการดูแลแนะนำ 5 5
4. ราคาและความคุ้มค่า 20 19 9.5/10
   รวม 100 98 5 Stars

 

Comments

Comments are closed.