Author: Kreingkrai

โรงแรมสุโขทัยกรุงเทพ จัดงาน Hoteliers Yard Sale เพื่อสนับสนุนคนโรงแรมและอุตสหกรรมท่องเที่ยว วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00-17.00 น ที่บริเวณสวนของโรงแรม อันสืบเนื่องจากวิกฤติ โควิด19 ส่งผลกระทบกับคนโรงแรมและผู้ประกอบการอุตสหกรรมท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ทางโรงแรมสุโขทัยกรุงเทพเล็งเห็นถึงผลกระทบในครั้งนี้ และมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยคนโรงแรมและชุมชน โดยโรงแรมสุโขทัย กรุงเทพ จะเปิดสวนเพื่อให้คนโรงแรมและผู้ประกอบการต่างๆนำสินค้าที่ได้รับค้ดเลือกจากคณะกรรมการมาจัดจำหน่าย ในวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00-17.00 น เพียงวันเดียวเท่านั้น ทางโรงแรมได้ทำการคัดเลือกเพียงร้านค้าที่นำเสนอสินค้าที่น่าสนใจหลากหลายรายการ อาทิเช่น อาหาร เครื่องดื่ม ขนม เสื้อผ้า งานฝีมือ งานศิลปะ และกิจกรรมต่างๆ นอกจากนี้ภายในงานทางโรงแรมได้ร่วมมือกับ SCG และ Sentinel Solution (Thailand) นำเสนอแนวคิดรักษ์โลกและการบริหารจัดการขยะภายในพื้นที่บริเวณงานอีกด้วย #TSBzerowaste #คนโรงแรมรักษ์โลก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 344 8888 หรือ อีเมล์ hr@sukhothai.com  ในส่วนของห้องอาหารโคโลเนทนั้นจะเปิดให้บริการ Sunday Brunch ทุกๆ 2 สัปดาห์ อ่านต่อที่ (คลิกที่นี่) Kinlakestars.com KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร…

Read More

ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ (Up & Above Restaurant) โรงแรม ดิ โอกุระเพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ขอเชิญทุกท่านพาคุณแม่มาร่วมฉลองวันแม่อันแสนอบอุ่นในปีนี้ ด้วยอาหารมื้อสายสุดพิเศษที่มีอาหารนานาชาติให้บริการแบบปรุงจานต่อจานอย่างไม่จำกัดเพื่อให้ทุกท่านเลือกรับประทานกันอย่างจุใจ รายการอาหารที่ให้บริการแบบปรุงจานต่อจาน อาทิ ตับห่านย่างเสิร์ฟบนขนมปัง เป็ดปักกิ่ง อาหารญี่ปุ่นสดใหม่ที่มีทั้งปลาดิบสด ๆ ข้าวห่อสาหร่าย และข้าวหน้าปลาดิบหลายรายการส่วนอาหารนานาชาติปรุงร้อนเมนูพิเศษที่พลาดไม่ได้คือซี่โครงแกะย่าง บีฟเวลลิงตัน (Beef Wellington)และซุปข้นล๊อบสเตอร์ รับประทานกับสลัดผักนานาชนิด นอกจากนั้นยังมีผลไม้สดตามฤดูกาลและขนมหวานมากมาย ได้แก่ ช็อคโกแลตลาวา วาฟเฟิลทำสดใหม่ให้บริการคู่กับไอศกรีมโฮมเมดและที่พลาดไม่ได้คือชีสเค้กวันแม่ที่เชฟนำความหอมของดอกมะลิและรสชาติเปรี้ยวอมหวานของราสเบอรี่มาผสมผสานกันได้เป็นขนมหวานพิเศษที่มีให้บริการเฉพาะวันแม่เท่านั้น ความพิเศษของอาหารมื้อสายในวันแม่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะเมื่อคุณแม่มารับประทานอาหารพร้อมกับครอบครัวตั้งแต่ 3 ท่านต่อโต๊ะเป็นต้นไป ในวันที่ 12 สิงหาคมคุณแม่จะได้รับสิทธิ์ “ทานฟรี” ทันที (คุณแม่ 1 ท่าน ต่อโต๊ะ) พร้อมรับข้าวหน้าปลาไหล 1 จาน และช็อคโกแลตพราลีน(chocolate pralines) 1 กล่อง ต่อโต๊ะ อาหารมื้อสายในวันแม่ให้บริการเป็นพิเศษเฉพาะวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 15.00 น. ราคาท่านละ1,500++ บาท และ 750++ บาท สำหรับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 12 ปี ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ ตั้งอยู่ที่ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวันสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสนใจสำรองที่นั่ง กรุณาติดต่อ 02 687 9000 หรือ upandabove@okurabangkok.comราคาทั้งหมดยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% Kin Promo Kinlakestars.com KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว…

Read More

“กาดดอยตุง” ณ กลางกรุงฯ ปีนี้ จัดขึ้นในคอนเซ็ปต์ Family Friendly Festival (แฟมิลี่ เฟรนด์ลี่ เฟสติวัล) เพื่อสร้างประสบการณ์ให้คนเมือง ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับวิถีชีวิตชาวดอยตุงได้ง่ายขึ้น พร้อมเอาใจคนที่พลาดไปร่วมเทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 6 เทศกาลประจำปีของโครงการพัฒนาดอย่ตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย จึงนำบรรยากาศและกลิ่นอายของงานมาไว้ที่ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ผ่านการตกแต่งด้วยสีสันสะดุดตา และการออกแบบโครงสร้างโดยใช้ไม้ไผ่สาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ภายในงานพบกับไฮไลท์มากมาย เริ่มกันที่ จุดถ่ายภาพด้านหน้าด้วยการนำ “โต” สัตว์ป่าหิมพานต์ สัญลักษณ์ที่สะท้อนความเชื่อของชาวไทใหญ่ ตัวแทนของความเป็นสิริมงคลและความเจริญก้าวหน้า พร้อมชวนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ จากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ อาทิ สินค้าหัตถกรรม สินค้าเกษตร พร้อมลิ้มรสอาหารจากร้านอาหารเหนือ “ครัวตำหนัก” ที่ชวนให้ลิ้มลองเมนูใหม่ล่าสุด“ข้าวซอยน้อยทรงเครื่อง” ของชาวไทยใหญ่ พบกับร้าน “คาเฟ่ดอยตุง” (Café DoiTung) กาแฟดอยตุงที่มีรสชาติเข้มข้น เสิร์ฟในภาชนะแก้วและหลอดกระดาษที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และพบกับเมนูใหม่สุดพิเศษ “Love Me Back” ที่ “คาเฟ่ดอยตุง” คัดสรรมาต้อนรับเดือนแห่งความรัก รวมไปถึงสินค้าหัตถกรรม เสื้อผ้าแฟชั่น ที่ผสานภูมิปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์กับการดีไซน์ลายผ้าไว้ได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ ยังมีสินค้าตกแต่งบ้านอย่าง งานเซรามิก หมอน ของที่ระลึก ให้เลือกช้อปฯ มากมาย และพบกับเวิร์กช็อปสไตล์ดอยตุง อาทิ จัดสวนในถาด ทั้งนี้งานจะมีถึง วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 เปิดงานเป็นทางการแล้ว สำหรับ“กาดดอยตุง” กลางกรุงฯในคอนเซ็ปต์ แฟมิลี่ เฟรนด์ลี่ เฟสติวัล (Family Friendly Festival) ซึ่ง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ ห้างเซ็นทรัล จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 เพื่อสร้างประสบการณ์ให้คนเมืองได้มีโอกาสใกล้ชิดกับวิถีชีวิตชาวดอยตุงได้ง่ายขึ้น พร้อมเอาใจคนที่พลาดไปร่วมเทศกาล “สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 6 เทศกาลประจำปีของโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จึงนำบรรยากาศและกลิ่นอายของงานมาไว้ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม พร้อมชวนเช็กอิน ชิม ช้อปฯ สนุกกับกิจกรรม ตลอดจนโปรโมชั่นพิเศษ วันนี้ ถึง 23 ก.พ. 63 ภายในงานจัดขึ้น ณ ดิ อีเว้นต์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ได้รับเกียรติจาก วีรนุช พัฒนาบุญไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยในงานนี้ ร.ต.อ. กฤติน อัศววิชัย ผู้อำนวยการบริหาร Kinlakestars.com พร้อม นพ. อธิวัฒน์ ไตรพิพิธสิริวัฒน์ บรรณาธิการ Kinlakestars.com นักชิมนักดื่มระดับแนวหน้าของวงการ Luxury Lifestyle ร่วมชิม ช๊อป เปิดงาน “กาดดอยตุง” ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม โดยงานนี้คุณกฤตินกล่าวว่า “อาหารเหนือที่นี่รสชาติดี คนกรุงกินได้รสชาติมีการปรับมาแล้วเพราะแม่ครัวที่ทำเป็นเชฟ ป้าเครื่องเคยเป็นเชฟให้สมเด็จย่า…

Read More

พลาดไม่ได้กับเชฟสเตฟาโน เชฟระดับมิชลิน 2 ดาว ชาวแคว้นมาร์เค ของอิตาลี เป็นหนึ่งใน 50 สุดยอดเชฟของโลก จัดอันดับโดยซานเปลเลกรีโน (San Pellegrino) เขาทำให้ห้องอาหารของโรงแรมสุดหรู วิลล่า เฟลทริเนลลี่ (Villa Feltrinelli) ติดทะเลสาบการ์ดา (Lake Garda) ในประเทศอิตาลีได้รับมิชลินสตาร์ถึง 2 ดวง เชฟได้รับการกล่าวขวัญอย่างมากจากการนำพืชผักและสมุนไพรที่เขาปลูกเอง ณ สวนริมทะเลสาบของโรงแรม และนำมาใช้ในการปรุงอาหารอย่างสร้างสรรค์ แค่ 5 วันเท่านั้นPol.Capt. Kittin A. The Allium Bangkok – ห้องอาหารฝรั่งเศสเปิดใหม่ ที่ถูกแปลงโฉมมาจากห้องอาหารเดิมอย่าง The Reflexions ให้เป็นห้องอาหารสุดหรูสีแดง ในส่วนของห้องอาหารตั้งอยู่บนชั้นสาม ของโรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก นี่เองครับ สำหรับเชฟรับเชิญ ดีกรีมิชลินสองดาว นั้น ก็คือ Chef Stefano Baiocco เชฟชาวอิตาเลี่ยน ผู้ที่เป็นหนึ่งใน 50 สุดยอดเชฟของโลก จัดอันดับโดยซานเปลเลกรีโน (San Pellegrino) เขาทำให้ห้องอาหารของโรงแรมสุดหรูอย่าง วิลล่า เฟลทริเนลลี่ (Villa Feltrinelli) ติดทะเลสาบการ์ดา (Lake Garda) ในประเทศอิตาลีได้รับมิชลินสตาร์ถึง 2 ดวง โดยเชฟจะมารังสรรค์อาหารอิตาเลี่ยนที่นี่ แค่ 5 วันเท่านั้น คือ 6 – 10 พฤศจิกายน นี้เท่านั้น ครับ มีทั้งมื้อกลางวัน และ มื้อเย็น นะครับ สำหรับวันนี้เราจะมาลองมื้อเย็น 9 คอร์สกัน ก่อนเสิร์ฟคอร์สแรก เขาก็จะเสิร์ฟขนมปังเชียบัตต้าอุ่นๆ ผิวนอกกรอบ ค่อนข้างหนา ข้างในเหนียวนุ่ม Ostrica al naturale, cetriolo…

Read More

Kinlakestars.com ขอพาทุกท่านไปพบกับชุดจิบชายามบ่ายสุดสวยแสนอร่อยที่เกิดจากการผสานความร่วมมือของสองแบรนด์ชั้นนำสร้างสรรค์ความสวยความอร่อยให้ท่านได้ดำดิ่งสู่ท้องทะเลกัน เป็นโอกาสอันดีที่ครั้งนี้ทางโรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ได้จับมือร่วมกับแบรนด์เครื่องประดับสุดประณีตสัญชาติอิตาเลียน อย่าง มิสซิส (MISIS) ซึ่งเคยสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบเครื่องประดับมากว่า 40 ปี โดยเครื่องประดับแต่ละคอลเลกชั่นบอกเล่าถึงเรื่องราวต่างๆ ซึ่งสำหรับคอลเลกชั่นนี้ ได้บอกเล่าเรื่องราวถึงความสวยงามของท้องทะเล เชฟคริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ และ เชฟอนุพงษ์ นวลฉวี ได้รังสรรค์เมนูคาวหวานที่มีความโดดเด่น จากชิ้นงานเครื่องประดับต่างๆ ของ MISIS โดยขนมแต่ละชิ้นถูกจัดวางบนชั้นวางสุดอลังการ รูปทรงปะการังสีแดงตั้งตระหง่านขึ้นมาจากหาดทราย และ ท้องทะเล เรามาเริ่มกันที่ของคาวชั้นบนกันก่อนเลยครับ ด้วยความที่คอนเซปท์เกี่ยวกับท้องทะเล ดังนั้นสำหรับของคาวนั้น ก็จะใช้เป็นอาหารทะเลทั้งหมด ชิ้นแรก นั่นก็คือ หอยนางรม ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคอลเลกชั่นแอมา (AMA – Woman of the Sea) ซึ่งตัวเปลือกทำจากตอติญาชิป กรอบๆ หอมๆกลิ่นข้าวโพด ภายในมีครีมอโวคาโด รสออกเค็มๆเปรี้ยวๆ โรยหน้าด้วยไข่ปลาแซลมอน มันให้ความรู้สึกเหมือนเราได้กินกัวกาโมเลในอีกอารมณ์หนึ่ง ต่อมาเป็น ปลาทูน่าที่นำไปทำให้สุกโดยรอบ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เสิร์ฟลงบนกรูตองกรอบๆหอมๆ โรยหน้าด้วยคาเวียร์ สำหรับชิ้นนี้เป็น ปลาแซลมอนสด เนื้อนุ่ม รสธรรมชาติ คลุกลงบนสมุนไพรนานาชนิด ซึ่งหนึ่งกลิ่นหอมที่โดดเด่นฟุ้งขึ้นมาเลย นั่นก็คือ ผักชีลาว หรือ ดิล (Dill) ส่วนฐานข้างล่างเป็นบิสกิตกรอบร่วนสีเหลือง มีความหวานนิดๆ เขยิบลงมาข้างล่างเป็น ขนมปังบาแก็ตเหนียวนุ่ม สอดไส้ด้วยสลัดปลาหมึกยักษ์หั่นเต๋า เนื้อหนึบ แต่ไม่เหนียว ได้ความกรุบกรอบของหอมแดง และ เซลารี่ นอกจากนี้ได้รสชาติเปรี้ยวอมหวานจากมะเขือเทศอีกด้วย สำหรับของคาวจะมีที่อยู่ข้างนอกชั้น จะเป็นพัฟ สอดไส้เนื้อสัตว์ปรุงรส รสชาติกลมกล่อม มีความเผ็ดปลายๆเล็กน้อย ตัวแป้งพัฟกรอบ ชั้นเรียงตัวสวยงามมากๆ ก่อนจะมาชิมของหวาน ขอคั่นด้วยสโคน สำหรับตัวสโคน จะมี 2 รสชาติด้วยกัน นั่นก็คือ สโคนผสมใบไธม์ และ สโคนบีทรูท เนื้อของสโคนเวลาทานไม่ร่วนแตก มีความกรอบเล็กน้อยบริเวณขอบ และด้านในรู้สึกถึงความชุ่มชื้นบ้าง เสิร์ฟมาพร้อมกับ คาราเมล…

Read More

วันนี้ทางทีม Kinlakestars ได้รับเกียรติเชิญมาร่วมงานการสาธิตทำช็อคโกแลต โดยเชฟที่ว่าเป็นที่สุดของฝรั่งเศสในด้านช็อคโกแลตและขนมหวาน (Chocolate & Confectionery) นั่นก็คือ เชฟเฟรดเดอริค ฮาเเวคเกอร์ (Frédéric Hawecker) คนนี้นี่เอง เชฟชาวฝรั่งเศส ผู้ครองตำแหน่งระดับชาติ อย่าง Un des Meilleurs Ouvriers de France (MOF) ในฐานะช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญทางด้านช็อกโกแลต ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011  นอกจากนั้นเชฟเฟรดเดอริค ยังเคยเป็นผู้ฝึกอบรมประจำโรงเรียนสอนทำขนมเพื่อวิชาชีพชั้นสูงในเมืองอีแซงโชว์ (Yssingeaux) ประเทศฝรั่งเศส และยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการทำช็อกโกแลตให้กับสถาบันต่างๆทั่วโลก และวันนี้ช็อคโกแลตที่เชฟใช้ เป็นช็อคโกแลตคุณภาพดี สัญชาติฝรั่งเศส แบรนด์ Chocolaterie de l’Opéra ซึ่งจุดเด่นของแบรนด์นี้ก็คือ เขาจะใช้เมล็ดคาเคาจากประเทศเขตร้อน ใกล้เส้นศูนย์สูตร ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกที่ให้ผลผลิตคุณภาพดีที่สุดในการผลิตช็อคโกแลต เช่น เกาะมาดากัสการ์ ปาปัวนิวกีนี เวเนซุเอลา เอกวาดอร์ เป็นต้น และอีกจุดเด่นอีกอย่างของแบรนด์นี้ก็คือ ช็อคโกแลตที่ผลิตจะเป็นแบบ Single Origin ด้วย นั่นก็คือ เป็นช็อคโกแลตที่ผลิตจากเมล็ดคาเคาจากแหล่งปลูกเดียว นั่นหมายความว่า เราจะได้ช็อคโกแลตรสชาติแท้ๆ จากแหล่งปลูกๆนั้น นั่นเอง เชฟโชว์ผลคาเคา ที่มาของช็อคโกแลตที่เรารับประทานกัน โดยเชฟบอกถึงส่วนที่เขานำมาทำช็อคโกแลต นั่นก็คือ ส่วนไส้ของเมล็ดคาเคานั่นเอง คือ เวลาผ่าผลออกมา จะมีส่วนเนื้อขาวๆที่หุ้มเมล็ดอยู่ ส่วนที่ใช้ในการทำช็อคโกแลตจะอยู่ในเมล็ดอีกที ซึ่งจะนำมาใช้เลยก็ได้ ต้องผ่านการหมัก การทำให้แห้ง และ การคั่ว เสียก่อน ซึ่งพอผ่านกระบวนการต่างๆแล้ว จะได้ในส่วนของ โกโก้แมส และ โกโก้บัตเตอร์ ออกมา ส่วนนี้แหละ เป็นส่วนเปอร์เซนต์ที่เราเห็นบนฉลากของช็อคโกแลต เชฟบอกถึงองค์ประกอบสำคัญ 3 อย่างของช็อคโกแลต นั่นก็คือ โกโก้แมส โกโก้บัตเตอร์ และ น้ำตาล นอกจากส่วนประกอบสามอย่างนี้ ก็จะมี นมผง ซึ่งจะมีแค่ใน มิลค์ช็อคโกแลต และ ไวท์ช็อคโกแลตนั่นเอง เปอร์เซ็นต์ที่เราเห็นบนฉลากนั้นมาจากเปอร์เซนต์โกโก้แมส…

Read More

สวัสดีกันอีกครั้งนะครับ วันนี้ Kinlakestars.com เรามาพบกันกับอาหารฝรั่งเศสต้นตำรับอันลือชื่อ รังสรรค์โดยเชฟชื่อดัง! ขออารัมภบทสั้นๆแล้วไปชมกันเลยดีกว่า คาเฟ่ แคลร์ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ห้องอาหารขนาดย่อมสุดหรูแต่ดูผ่อนคลาย สบายๆสไตล์ปารีเซียง ที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศการรับประทานอาหารที่บ้านของท่านเอง กลิ่นอายแบบฝรั่งเศสยุคต้นศตวรรษที่ 20 New Organic Salad bar ก่อนเข้าสู่มื้ออาหารเมนูใหม่ เราขอพาทุกท่านไปพบกับสลัดบาร์ หนึ่งในสิ่งใหม่ดีๆที่เกิดขึ้นของห้องอาหารนี้ ท่านสามารถเพลิดเพลินกับสลัดผักสดๆคุณภาพสูงและหลากหลาย ด้วยผักสดๆออร์แกนิกน่ากิน เย้ายวนชวนหิวและเลิศรส ไม่เพียงแค่บรรดาผักสดหลากหลายคุณภาพสูง แต่ยังมีสารพัดน้ำสลัด และโคลคัท ชีส และของหวานอันมากมายและหลากหลาย รวมทั้งผลไม้สดอีกด้วย ก่อนอื่นขอแนะนำให้รู้จักกับ เชฟเอริค (Eric Weidmann) หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหารคาเฟ่ แคลร์ ชาวฝรั่งเศส ผู้เข้าร่วมแข่งขันจากรายการ “เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย (Iron Chef Thailand)” และก็ชนะซะด้วย มาการันตีคุณภาพของอาหารมื้อนี้ ความสามารถทางด้านการรังสรรค์อาหารเข้าตากรรมการ จนได้รับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันโจทย์อาหารฝรั่งเศส ในรายการ “เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย (Iron Chef Thailand)” โดยแข่งกับเชฟไก่ ธนัญญา วิลคินซัน ที่เรียกว่าแกร่งในฝีไม้ลายมือ ทว่าแฝงด้วยความอ่อนหวานในรสชาติอาหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเธอ ในการแข่งขันทำอาหารที่มีวัตถุดิบเป็นหอยนางรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เป็นสุดยอดเมนูอาหารฝรั่งเศส และเป็นเชฟเอริคที่ได้รับชัยชนะในครั้งนี้ สำหรับค่ำคืนนี้ เชฟเอริคได้นำเสนอ 6 เมนูด้วยกันนำทัพโดยเมนู หอยสดชื่น เมนูเด็ดจากการแข่งขัน โดยใช้หอยนางรมฟิน เดอ แคลร์ เสิร์ฟเย็นแบบสดๆ โรยหน้าด้วยไข่ปลาแซลมอนและซอสส้มยูสุ ทานคู่กับกระเทียมต้นย่างสุก รสชาติออกไปทางอ่อนนุ่ม ทานง่าย ไร้กลิ่นคาวเหมาะแก่การเรียกน้ำย่อยเป็นที่สุด (ราคา 550 บาท) จานต่อมาคือ ทูน่าทาร์ทาร์ กับรสชาติที่หลากหลายในคำเดียว ให้รสเปรี้ยวอมหวานที่ไม่เหมือนกัน รสจัดจ้าน ที่ใช้ปลาทูน่าครีบเหลืองเนื้อแน่นเป็นตัวเด่นของจาน มาปรุงรสด้วยผิวเลมอน มะเขือเทศตากแห้ง น้ำมันหอมระเหย ใบโหระพา และวางฐานโดยอะโวคาโด อะโวคาโดรสมันเป็นเอกลักษณ์ (ราคา 370 บาท) ปลาโดเวอร์โซล แล่สดเนื้อละมุน ทอดและราดด้วยซอสเนยและเลมอน (ราคา 1,250…

Read More

Ciao!! กลับมาอีกครั้งสำหรับการจับมือร่วมรังสรรค์อาหารมื้อพิเศษระหว่าง เชฟจากร้านอาหารอิตาเลี่ยนชื่อดังทั่วโลก กับ เชฟประจำห้องอาหาร ลา สกาล่า แห่งโรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ โดยรอบนี้ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 นั่นก็คือ The Italian Job Vol.3 โดยคราวนี้ Kinlakestars.com จะพาไปพบกับเชฟมากประสบการณ์ ดีกรีมิชลินสตาร์ Michelin Star อีกเช่นเคย Chef Ciccio Sultano จากร้านอาหารอิตาเลี่ยนมิชลิน 2 ดาว อย่าง Duomo Ragusa Ibla, Sicily ประเทศอิตาลี เรามาเริ่มกันที่อาหารเรียกน้ำย่อยกันก่อนเลยครับ Cherry Tomato มาในลักษณะของผลเชอร์รี่ตามชื่อ แต่รสชาติก็ตามชื่อ Tomato นั่นก็คือ มะเขือเทศนั่นเอง รสออกเค็มหน่อยๆ เนื้อสัมผัสนุ่มๆ ได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากโหระพาที่ปักมาด้านบน คือ ทำออกมาได้ประหลาดใจตรงที่ทำหน้าตาออกมาให้คล้ายสิ่งหนึ่ง แต่รสชาติกลับออกมาเป็นอีกสิ่งๆหนึ่ง ต่อมา Truffle ทำออกมาเลียนแบบหน้าตาของเห็ดทรัฟเฟิล ลูกทรงกลมสีดำ คือ ต้องบอกว่าจานนี้เซอร์ไพรส์มากๆเลยทีเดียว พอนำเข้าปาก พอเรากัดลงไป ผิวด้านนอกกรอบๆ เบาๆ เนื้อสัมผัสคล้ายๆโฟมเย็นๆ ทะลักออกมา พร้อมกลิ่นหอมเฉพาะตัวของทรัฟเฟิลฟุ้งขึ้นมา คือ กลิ่นเบาๆ แต่มันมีความละมุนอยู่ทั่วปาก สำหรับจานนี้บอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่เพิ่งเคยทานแบบนี้ครั้งแรก ส่วนตัวรู้สึกว่ามันดีมากๆ มาต่อด้วยมะกอกเขียวสอดไส้ Green olive staffed with Raffadali pistachio marzipan พอเข้าปากแล้วเคี้ยว จะได้รสหวานมาก่อนเลย ตามด้วยกลิ่นของมะกอก และพอเคี้ยวไปถึงตรงกลางจะเจอเป็นเม็ดแข็งๆ ไม่ต้องตกใจนะครับ ตรงกลางเขาน่าจะตั้งใจทำให้มันออกคล้ายกับเมล็ดของมะกอก แต่แท้ที่จริงแล้ว มันคือถั่วพิชตาชิโอนี่เอง สรุปจานนี้เราสามารถทานได้ทั้งหมดเลยครับ “I wanted to be fried” : small cannolo, Mazara del Vallo red prawn, Oscietra caviar แคนโนลีชิ้นน้อย…

Read More

วันนี้ทางทีม Kinlakestars ได้รับเชิญมาร่วมลิ้มรสอาหารอิตาเลียนจากเชฟระดับมิชลินสตาร์ ที่บินตรงมาจากมาเก๊าเลยทีเดียว นั่นก็คือ Chef Antimo Merone จากร้าน 8 1/2 Otto e Mezzo – Bombana ซึ่งปีนี้ ทางร้านได้ติดเป็น 1 ใน 7 ของร้านอาหารในฮ่องกงและมาเก๊า ที่ได้รับดาวมิชลินถึงสามดาวเลยครับ ซึ่งแน่นอนว่าฝีมือต้องไม่ธรรมดาแน่นอน Welcome Drink จะเป็น Zardetto Prosecco Brut โดยอาหารวันนี้จะถูกรังสรรค์ร่วมกัน ระหว่าง Chef Antimo Merone และ Chef David Tamburini เชฟประจำห้องอาหารลา สกาล่า แห่งโรงแรมสุโขทัย กรุงเทพฯ นั่นเอง โดยเชฟจะผลัดกันเสิร์ฟจานต่อจานครับ มาเริ่มที่ Amuse Bouche หรือ เรียกได้ว่าเป็นอาหารจานแรกที่เชฟคนหนึ่งใช้แสดงตัวตนของเขาออกมา นั่นก็คือ Ostrica (A) เชฟใช้วัตถุดิบหลักเป็นหอยนางรมสด ซึ่งทั่วไปเขาก็จะนิยมทานคู่กับเลมอน แต่เชฟแอนติโม่ไม่ชอบรสที่เปรี้ยวจัดของเลมอน จึงใช้ส้มยุซุ และ ส้มแมนดาริน แทน โดย วางเจลลี่ส้มยุซุบนตัวหอย มีครีมเต้าหู้ด้านบน ตกแต่งด้วยผักชีลาว (dill) และ มีเนื้อส้มแมนดารินฉ่ำๆ อยู่รอบๆตัวหอยข้างล่างจะเป็นน้ำมันผักชีลาวครับ สำหรับจานนี้เริ่มต้นค่อนข้างดีทีเดียว คือ พอทานแล้วทำให้รู้สึกสดชื่น มีความนุ่มละมุนดี รสชาติของหอย ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่กลางทะเล ผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนๆเฉพาะตัวของผักชีลาวมาเคล้า นอกจากนี้มีความเปรี้ยวอมหวานของส้มทั้งสองชนิด ให้ความสดชื่น และ เรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว มาต่อด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยกัน เริ่มจาก Merluzzo (A) ของเชฟแอนติโม่ก่อนเลย จานนี้จะเป็นจานปลา เชฟใช้เป็นปลาค็อด นำไปหมักด้วยเกลือ แล้วนำไปซูวีด จนเนื้อสุกพอดี จากการซูวีด้วยอุณหภูมิ และเวลาที่เหมาะสม ทำให้เนื้อที่ได้นุ่มลิ้นสุดๆ วางลงบนเเห็ดชองเทอเรลล์ที่เคี่ยวจนน้ำซอสซึมเข้าเนื้อเต็มที่ รสชาติออกเค็มๆ กรึบๆ เสิร์ฟคู่กับซอสเห็ดที่เป็นโฟมๆ รสชาติกลมกล่อม หอมมากๆ และมีเห็ดทรัฟเฟิลสไลด์วางอยู่บนซอสอีกที ส่วนด้านบนตกแต่งมาด้วยตุอิลมันฝรั่ง…

Read More

ครั้งนี้พวกเรา kinlakestars.com จะพาทุกท่านไปพบกับความอร่อยแบบไม่อั้น ของอาหารหลากหลายชาติในสไตล์ไทย จากวัตถุดิบชั้นเลิศกันที่ Sunday brunch พระยา คิทเช่น โรงแรม Bangkok Mariott The Surawongse ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าในราคานี้ ไม่มีที่ไหนให้ได้มากเท่านี้อีกแล้ว !!! เป็นยังไงเราไปดูกัน เริ่มที่บรรยากาศของทางห้องอาหารกันก่อน ตกแต่งด้วยผนังไม้ ที่แกะสลักและเพ้นท์ด้วยมืออย่างพิถีพิถัน เป็นภาพอย่างไทยที่มีการวาดแบบ Isometric ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากทางจีนนั้นเอง โซนอาหารจะแยกออกเป็นสามโซนคืออาหารจานหลัก ขนมหวานตามทางเดินฮอลล์ และ DIY dessert ต่อจากทางเดิน มีเพลงบรรเลงดนตรีสากลสดประกอบ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายตลอดการรับประทาน ไฮไลท์ของห้องอาหารนี้คือ “ซีฟู้ดวอลล์ (Seafood Wall)”มีอาหารทะเลสดใหม่มาให้ได้ลองกันถึง 12 ชนิด เช่น ปูทะเล หอยหวาน กุ้งลายเสือ กั้งหิน เป็นต้น สามารถเลือกวิธีการปรุงได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นซอสพริกไทดำ ผัดผงกะหรี่ ซอสกระเทียม หรืออะไรก็ตามแต่ที่จะอร่อยและรังสรรค์คิดกันได้ครับ นอกจาก Seafood ก็ยังมีทั้งเนื้อ dry age คุณภาพสูง เนื้อหมูคุโรบุตะชั้นเลิศ เนื้อไก่ s-pure เนื้อแกะ ให้คีบเลือกและนำไปให้เชฟปรุงได้ พอปรุงออกมาก็จะได้ประมาณนี้เลย ชอบเนื้อแกะมาก! Oyster Bar Oyster Bar เองก็มีให้เลือกมากกว่า 3 สายพันธุ์ โดยในแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นความมัน สัมผัสความหวาน หรือขนาดตัว โดยย้ำว่าเพื่อความสด พนักงานจะไม่แกะและนำไปวางจนเยอะเกินแต่จะวางไว้ให้บริการอย่างพอประมาณ เมื่อใกล้หมดจึงแกะให้เพิ่มเติมไป เพื่อความสด ใหม่ เรามาดูสุดยอดเมนูที่ต้องห้ามพลาดกันดีกว่าครับ ได้ชื่อว่าอาหารไทย ก็ต้องปรุงแบบไทยๆ แต่เพื่อให้สมกับแขกคนพิเศษอย่างคุณๆ ทางห้องอาหารจึงเลือกใช้วัตถุดิบชั้นเลิศมารังสรรค์ อีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของเชฟคือ “แกงคั่วล็อบสเตอร์ใบชะพลู” ซึ่งมีรสชาติเผ็ดจัดจ้านของน้ำยากะทิ กะทิที่ใช้ปรุงเป็นกะทิสด ความหอมมันจึงย่อมแตกต่างไปจากกะทิสำเร็จรูป อีกทั้งพริกแกงที่นำมาใช้ก็เรียกได้ว่าหอม ถึงเครื่องมาก  แต่ยังคงความหวานกลมกล่อมของเนื้อกุ้งล็อบสเตอร์เอาไว้ สามารถทานคู่กับขนมจีนที่เป็น Self-serving ด้านข้างได้ Chicken volcano (ไก่อบภูเขาไฟ) ไก่อบสไตล์จีนยุคดั้งเดิมของปี ’80 และซอส BBQ…

Read More