Author: Khanenphan Chueanuam

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ หากทุกท่านมีโอกาสได้ติดตามบทความในกินแหลกแจกดาว KinlakeStars.com มา จะทราบดีว่าทุกปีเราจะมีการจัดอันดับ Afternoon Tea ที่ดีที่สุด คราวนี้ก็ถึงคราวที่เราจะพาทุกท่านไปรีวิว Afternoon Tea ที่เป็นหนึ่งตัวเลือกอันดับต้น ๆ กัน เรามาดูกันว่าต้นปีนี้ Afternoon Tea จาก ห้องอาหาร Paii แห่ง The House on Sathorn จะมีอะไรน่าสนใจบ้างKhanenpan C. The House on Sathorn แห่ง W Hotel หากจะให้พูดผมก็ขอเปรียบได้เป็นไอคอนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในสาทร เหมาะกับการพาเพื่อนหรือคนพิเศษมารับประทานอาหาร ถ่ายรูป เช็คอิน ได้ดี วันนี้ก็เลยหาโอกาสพาทุกท่านมารีวิว Afternoon Tea กันหน่อยครับว่าคุณภาพและความอร่อยยังเหมือนเดิมไหม หากจะพูดถึงการจิบ Afternoon Tea นอกเหนือจากการที่เชฟได้เสิร์ฟ Savoury (อาหารเรียกน้ำย่อย) และ Sweet and Pastry (ของหวาน) แล้ว ชาหรือเครื่องดื่มที่เป็น Signature ก็ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่เราควรมองหา เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้ Afternoon Tea ของแต่ละที่แตกต่างกัน โดยที่นี่ก็มีชาคัดพิเศษให้เราเลือกมากมายถึง 12 ชนิด ทุกท่านสามารถลองค้นหากลิ่นที่ชอบได้ถึง 2 ชนิดต่อ Afternoon Tea 1 เซ็ทครับ โดยวันนี้ผมได้เลือก Stary Night Tea ชาดำ Signature ที่ให้กลิ่นของมะลิ ลาเวนเดอร์ และดึงความนุ่มด้วยวนิลลา ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมชอบกลิ่นวนิลลาเป็นพิเศษเลยทำให้มื้อนี้ยิ่งพิเศษขึ้นไปอีก โดยชาอีกหนึ่งที่ผมได้สั่ง Midnight Hour Tea ชาดำกลิ่นพิเศษอีกหนึ่งกลิ่นของ TWG ที่ให้ความหอมเปรี้ยวหวานแต่รสชาติที่ดื่มแล้วผ่อนคลาย ระหว่างรอชาก็สั่ง Mocktail Strawberry Ice Tea มาดื่มระหว่างรอ หลังจากสั่งชาที่ชอบไปแล้วก็ถึงคราวของ Afternoon Tea…

Read More

โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ที่เต็มไปด้วยความเท่าเทียมและความหลากหลาย ซึ่งเป็นหนึ่งในความตั้งใจและมุ่งมั่นของดับเบิ้ลยู โฮเทล (W Hotels) ที่มีต่อกลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศมาอย่างยาวนาน พบกับ 2 กิจกรรมในวันที่ 25 มิถุนายน 2565 นี้ ดับเบิ้ลยู แดร็ก บรั้นช์ (W DRAG BRUNCH) เวลา 12.30 – 15.30 น. ที่เดอะคิทเช่นเทเบิ้ล (The Kitchen Table) มาเฉลิมฉลองกับเหล่าเพื่อนของคุณกับหนึ่งในบรั้นช์ที่สนุกที่สุดของกรุงเทพมหานคร ที่นอกจากคุณจะสามารถเพลิดเพลินไปกับตัวเลือกอาหารมากมายแล้ว ยังจะได้สนุกสนานไปกับเสียงดนตรีจังหวะมันส์ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของดับเบิ้ลยู ดาส บรั้นช์ พิเศษกว่าครั้งไหน ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ วันเดียวเท่านั้น เดอะคิทเช่นเทเบิ้ล จะมอบบรั้นช์มื้อพิเศษที่มาในธีมแปลกใหม่กับ “ดับเบิ้ลยู แดร็ก บรั้นช์” พบกับการแสดงจากเหล่าแดร็กควีน ที่จะทำให้คุณได้ตื่นตาตื่นใจ สร้างบรรยากาศสนุกสนานเป็นกันเอง เราขอรับรองว่ามื้ออาหารของคุณจะสนุกกว่าครั้งไหนๆ พบกับเมนูอาหารนานาชาติต่างๆ มากมาย อาทิ อาหารทะเลสด เมนูพิเศษจากทิปซี่ คาว ซี่โครงหมูย่างบาร์บีคิวย่างสไตล์อเมริกัน เลือกรับประทานคู่กับเครื่องเคียงและซอสหลากชนิด ชีสสเตชั่น เลือกรับประทานชีสนำเข้ามากมายได้อย่างเต็มที่คู่กันกับเนื้อโคล์ดคัทส์ นอกจากนี้ พบกับเมนูหลากหลายให้บริการที่กริลล์สเตชั่น ไม่ว่าจะเป็น คอหมูย่าง เนื้อหมูส่วนท้องย่าง หรือไก่ย่างที่ล้วนหมักอย่างเข้มข้นเพื่อให้ได้รสชาติ และอาหารจานเด็ดที่ทุกท่านไม่ควรพลาดคือปาเอยา (paella) หรือข้าวผัดซีฟู้ดสไตล์สเปน เสิร์ฟให้คุณได้ตักแบบปรุงสุกในกระทะขนาดใหญ่ ตั้งอยู่เคียงข้างกับสเตชั่นพาสต้าที่ปรุงแบบจานต่อจานในชีส วีล (Cheese Wheel) เพื่อให้ได้กลิ่นอโรม่าของชีสพาร์เมซาน โรยด้วยเห็ดทรัฟเฟิลสไลด์ แน่นอนว่าไม่เพียงเฉพาะอาหารมากมายที่คุณจะเพลิดเพลิน คุณยังสามารถเลือกรับประทานค็อกเทลได้หลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น จินและโทนิค (Gin/tonic) วูฮิโต้ (Woojito) เอสเพรสโซ มาร์ตินี (Espresso Martini) บลัดดีแมรี่ (Bloody Mary) ยังไม่รวมไวน์ เบียร์ และคราฟต์เบียร์ ซอฟต์ดริ้งค์ น้ำผลไม้ ชา และกาแฟมากมาย แพ็กเกจ – จัส ฟอร์ ฟู้ด (Just for Food) รวมอาหารและเครื่องดื่มประเภทไม่มีแอลกอฮอล์ ราคา 2,299 บาทสุทธิ/ท่าน – ดิ เอ็กซ์พีเรียนส์ (The Experience) รวมอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ราคา 3,499 บาทสุทธิ/ท่าน จองล่วงหน้าเพื่อรับราคาพิเศษผ่าน megatix.in.th/wdoesbrunch (มีจำนวนจำกัด) เวด ยัวร์ เวย์—เลิฟ วินส์ (Wed Your Way—Love Wins)…

Read More

จะหา Afternoon Tea ที่ทั้งอร่อยและสวยไว้อัพรูปให้คนทักทั้งที ต้องเป็นชุดน้ำชายามบ่าย “ความงดงามแห่งอัญมณี” (Boutique of Jewels) เซ็ทใหม่ล่าสุดที่นำชุดน้ำชายามบ่ายและบรรดาเครื่องประดับมาจัดเสิร์ฟอย่างอลังการKhanenpan C. สวัสดีเดือนเมษาหน้าร้อนครับทุกท่าน หลังจากที่กลับมาจากวันหยุดยาวผมก็มีโอกาสได้มาลองชิม Afternoon Tea ที่น่าสนใจที่สุดชุดนึงเลยครับเพราะชุด “ความงดงามแห่งอัญมณี” (Boutique of Jewels) ของทาง 137 พิลลาร์ สวีทแอนด์เรสซิเด้นซ์ ได้มีการนำเสนอขนมหวานและอาหารคาวหลากเมนูแสนอร่อย มาจัดวางอย่างสวยงามบนกำไลข้อมือและแหวนทรงต่าง ๆ ออกมาดูแปลกตาแถมยังรับประทานไปก็เอาเครื่องประดับมาถ่ายรูปไปได้ด้วย ทั้งอร่อยและสนุกเหมาะแก่การถ่ายรูปไว้อวดเพื่อน ๆ มากครับ บรรยายมาถึงตรงนี้ก็ได้เวลาพาผู้อ่านทุกท่านไปชมชุดชากันแล้ว เชิญชมกันได้เลยครับ ในชุดชา Boutique of Jewels ประกอบไปด้วยเซ็ทอาหารทั้งคาวหวาน ที่ถูกจัดแต่งมาอย่างพิถีพิถันประกอบไปด้วย อาหารคาวแสนอร่อยที่ถูกออกแบบให้เหมือนเครื่องประดับหลากสี ได้แก่ Avocado Scallop Tart with Caviar (ทาร์ตอโวคาโดหอยเชลล์และคาเวียร์ ) Crab Rhubarb Salsa (ปูซัลซ่าและเจลลาตินรูบาร์บ) Smoked Eel and Vanilla Mousse Mille-Feuille (มิลเฟยกะหล่ำดอกปลาไหลรมควันและมูสวานิลลา) Chargrilled Eggplant, Tahini and Prosciutto Choux (ชูทาฮินีมะเขือย่างและโพรซุตโต้) Lobster and Green Pea Taco (ทาโก้กุ้งล็อบสเตอร์กับถั่วลันเตา ) ในส่วนของหวานก็ถูกทำออกมาได้อร่อยและหลากหลายมากครับ ไม่ว่าจะเป็น Blueberry Yogurt Mousse (มูสบลูเบอร์รี่โยเกิร์ต) Strawberry Mousse Crunch (มูสครั้นช์สตรอเบอร์รี่)Coconut Mousse with Lime Jelly (มูสมะพร้าวกับเยลลี่มะนาว) Chocolate Cherry Tart (ทาร์ตช็อกโกแลตเชอร์รี่) Mango Cheesecake topped with Mango Salsa and Coconut Sauce (ชีสเค้กมะม่วงราดด้วยซอสซัลซ่ามะม่วงและซอสมะพร้าว) ปิดท้ายด้วยสิ่งที่ขาดไม่ได้ของ Afternoon…

Read More

ปล่อยค่ำคืนสุดพิเศษของคุณให้ไหลไปช้าๆ บนสายน้ำเจ้าพระยากับ Manohra Cruises โรงแรม Anantara Riverside Bangkok Resort สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่านวันนี้ผมและ KinlakeStars.com จะพาทุกท่านไปล่องเรือชมวิวสองข้างทางบนลำน้ำเจ้าพระยาพร้อมดินเนอร์สุดพิเศษ ที่จะทำให้มื้อค่ำของคุณเต็มไปด้วยรสชาติและสีสันที่มากกว่าเดิม พร้อมเซ็ทเมนูใหม่บนเรือ มโนราห์ ครูซส์ (Manohra Cruises) คุณจะประทับใจตั้งแต่ขึ้นเรือด้วยบรรยากาศที่สึดแสนหน้าประทับใจกับตุงผ้าสไตล์ล้านนา วางตั้งเรียงตัวเป็นทิวแถวยาวตั้งแต่ทางขึ้นท่าเรือไปจนถึงโป๊ะขึ้นเรือ บรรยากาศบนเรือนั้นก็แปลกต่างไม่ค่อยเหมือนที่ใดด้วยเรือขนาดไม่ใหญ่ ดูเป็นส่วนตัว ออกแบบด้วยโครงทรงโค้ง ซึ่งเส้นโค้งให้รู้สึกพริ้วไหวดั่งเกรียวคลื่น ด้านท้ายเรือเป็นบาร์เครื่องดื่มที่คอยให้บริการให้แขกบนเรือได้สุขสำราญ นอกจากนี้บนเรือยังมีการแสดงดนตรีสดเป็นบางรูท ซึ่งลูกค้าสามารถตรวจสอบและสอบถามได้ อันดับแรกเมื่อเราเดินทางมาถึง Anantara Riverside Bangkok Resort แล้วให้เราเดินผ่านสระว่ายน้ำใจกลางโรงแรมมาทางท่าเรือและ Register กับเจ้าหน้าที่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะพาเราไปยังจุดรับรองลูกค้าพร้อมกับเสิร์ฟเมนูแรกไปชมกันเลยครับ Welcome Canapé (Fresh Brown Rice Spring Roll with Cucumber, Mint Leaves, Basil, Vermicelli) ปอเปี๊ยะสดข้าวกล้องห่อผักต่างๆ เช่นแตงกวา สะระแหน่ โหระพา และวุ้นเส้น เสิร์ฟเรียกน้ำย่อยพร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสชาติจัดจ้าน รับประทานพร้อมแชมเปญหรือเวลคัมดริ้งค์ให้ลิ้นเราพอรับรสชาติเตรียมตัวล่องเรือสุดโรแมนติก Amuse Bouche (Northern Style Young Chilli and Eggplant Dip with Fresh Vegetables) เมนูแรกหลังจากขึ้นเรือมาเราจะถูกต้อนรับด้วยเซ็ทผักสดจานใหญ่ พร้อมน้ำพริกหนุ่มที่รสชาติจัดจ้านกำลังดีถือว่าถูกปากคนชอบน้ำพริกหนุ่มครับ เพราะบางที่จะตำพริกแบบเผ็ดน้อยทำให้รู้สึกว่าไม่ได้รสที่แท้จริง รับประทานคู่กับแคปหมูกรอบๆ Starter (Grilled Marinated Organic DuckBrest Wrap with Betel Leaves Steamed Purple Dumplings with Prawns and Chicken Deep Fried Golden Bag with Vegetable and Tofu served with Sweet Chili Sauce)…

Read More

ใช่ครับหัวข้อที่ท่านอ่านข้างบนคงไม่แปลกอะไรและไม่มีใครปฏิเสธ หากท่านเคยมารับประทานอาหารที่นี่แล้ว แต่สำหรับท่านใดที่กำลังอยากจะเปิดประสบการณ์ Fine Dining แบบไทยโมเดิร์น ที่นี่คือตัวเลือกอันดับแรกๆ ที่ผมและ KinlakeStars.com แนะนำเลยละครับ วันนี้ผมจะพาทุกท่านมาดินเนอร์มื้อค่ำแบบ Full Course ที่ห้องอาหาร Sra Bua by Kiin Kiin แห่งโรงแรม Siam Kempinski Hotel กันครับ Sra Bua by Kiin Kiin เป็นร้านอาหารไทยโดยเชฟเจ้าของร้าน Kiin Kiin Restaurant ได้ยกเอาไอเดียสุดล้ำผสานวัตถุดิบชั้นดี มาเปิดให้คนไทยได้รับประสบการณ์การทานอาหารรูปแบบใหม่ โดยการเปลี่ยนโฉมโดยใช้เทคนิคแบบ Molecular หรือการแยกส่วนประกอบต่างๆ ออกมาให้ได้สัมผัสแบบใหม่แต่ยังคงรสชาติและความรู้สึกเดิมเอาไว้ ว่าแล้วเราก็ไปเริ่มชิมกันดีกว่าครับว่าดินเนอร์ของวันนี้เชฟจะเซอร์ไพรซ์อะไรเราบ้าง ซึ่งพอเข้าไปแล้วเราจะยังไม่ถูกเชิญไปที่โต๊ะ แต่จะถูกพาไปยังส่วนรับรองแขกก่อนเพื่อให้แขกได้นั่งพักพูดคุยและรับประทานของว่างเหมือนกันเวลาเรามีแขกมาที่บ้าน ดูอบอุ่นดีครับ เริ่มด้วย Welcome Drink เป็นน้ำตะไคร้ใบเตยหอมๆ เพิ่มความสดชื่น ที่พนักงานช่างบรรจงนั่งพับกลีบกุหลาบด้วยใบเตยชิ้นต่อชิ้นด้วยความปราณีต กรุบกรอบและเรียกน้ำย่อย Snack and Street Food Soya Meringue เมอร์แรงค์ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของถั่วเหลืองดิปกับ Yogurt Wasabi ที่ให้ความเผ็ดเล็กน้อยที่ปลายลิ้นเพิ่มความอยากอาหาร พนักงานจะเซอร์ไพรซ์เราด้วยการเสกมันออกมา ถ้าใครอยากรู้ว่าเป็นยังไงก็ลองมาชมด้วยตัวเองนะครับ เรียกน้ำย่อยตัวถัดไปเป็นมะม่วงหิมพานต์ปรุงรส ที่มีความพิเศษอีกแล้วคือสามารถรับประทานได้ทั้งเปลือกใสๆ นั่นเลยครับ ระหว่างนั้นก็เสิร์ฟเครื่องดื่มแก้วที่สองเป็น Mocktail ที่เพิ่มความสดชื่นด้วยกลิ่นและเปลือกส้มหวานน้อย เปรี้ยวนำ เรียกน้ำย่อยตัวถัดไปจะเป็น Laksa Soup หรือลักซาซุป อาหารประจำชาติสิงคโปร์ซึ่งเวลารับประทานต้องใช้หลอดดูดซุปจากด้านล่างผ่านชั้นทรายสีขาวลงไป เจอซุปรสชาติเปรี้ยวหวานเผ็ด รับประทานคู่กับหอยนางรมและหน่อไม้ฝรั่งทอดแบบเทมปุระ เข้ากันดีได้กลิ่นทะเลแบบสุดๆ Curry Cornnetto เกี๊ยวทอดทรงกรวยห่อเนื้อปูซึ่งผสมกับซอสผงกะหรี่เสิร์ฟมาบนแท่งไม้หน้าจั่วลายกนก เห็นธรรมดาแบบนี้แต่อร่อยมากๆ ครับ ถัดไปเป็นแคปหมูน้ำพริกหนุ่ม ซึ่งผมขอบอกว่าน้ำพริกอร่อยมากครับ ทั้งที่ใจจริงอยากให้เผ็ดกว่านี้ ของเรียกน้ำย่อยก่อนสุดท้ายเป็นเมี่ยงคำครับ พนักงานจะมายำต่อหน้าใครชอบรสชาติแบบไหนก็สั่งได้ตามใจ ซึ่งมีความหลากหลายในรสชาติมากกว่าเมี่ยงคำทั่วไปด้วยการเสริมสับปะรดกับอาบูเข้าไปในส่วนผสม นับเป็นนวัตกรรมแห่งอาหาร รสชาติที่ครบเครื่องและสดเขียวทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม กระจากความอยากอาหารของคุณให้พุ่งทะยานขึ้นมาได้อย่างซาบซ่าน ถ้าใครกินเผ็ดได้ตามปกติเชฟก็จะใส่พริกสดให้ได้ซาบซ่านพออยากกินอยากชิมอาหาร หลังจากนั้นพนักงานจะนำเรามายังโต๊ะรับประทานอาหารโดยจะเสิร์ฟ Food Finger เมนูสุดท้ายเป็น Tuna Tartare…

Read More

สวัสดีครับทุกท่านวันนี้ผมและ KinlakeStars.com จะพาไปชิมอาหารสุดสร้างสรรค์กับหนึ่งในร้านอาหารดีที่สุดในเอเชีย อันมีประสบการณ์กว่า 20 ปี Eat Me Restaurant Eat Me เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2541 โดยมีสองพี่น้อง ดาเรน และเชอร์รี ฮอยสเลอร์เป็นผู้บุกเบิก และสร้าง Eat Me ให้เป็นห้องอาหารแถวหน้าของกรุงเทพฯ โดย Eat Me ติดอันดับ 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดของเอเชีย (Asia’s 50 Best Restaurants) มาตั้งแต่ปี 2556 โดยมีอันดับที่ 33 ของ Asia’s 50 Best Restaurantsในปี 2561 อีกทั้ง Eat Me ยังได้รับเลือกให้อยู่ในลิสต์ของ The Plate ของมิชลิน ไกด์บุ๊ค ที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปลายปี 2017 และได้รับรางวัล Best Restaurant and Bar 2018 จาก Bar Awards Bangkok อีกด้วยครับ เดินเข้าร้านมาจะเห็นบริเวณชั้นล่างถูกจัดเป็นค็อกเทลบาร์และเลาจน์ มีทั้งบริเวณห้องแอร์ และด้านนอกเป็นมุมเอาท์ดอร์บนสวนเล็ก ๆ ส่วนบริเวณชั้น 1 และ 2 เป็นส่วนของห้องอาหาร ซึ่งแต่ละโต๊ะถูกออกแบบจัดวางอย่างเหมาะสม การออกแบบเน้นวัสดุเปลือยโดยใช้สีโทนขาวดำ ตัดกับไม้ประดับสีเขียว ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน เป็นกันเอง อีกทั้งพนักงานทุกคนก็ผ่านการอบรมมาอย่างดี จะให้บริการด้วยความเป็นกันเอง เหมาะสำหรับลูกค้าทุกเพศทุกวัยมากๆ ครับ ห้องอาหาร Eat Me อยู่ในตัวอาคารทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น ในซอยคอนแวนต์ ห่างจากถนนสีลมเพียงไม่กี่นาที ออกแบบตกแต่งใหม่โดยดีไซน์เนอร์ชาวอเมริกัน เคลลี่ วีทท์ลี (Kelly Wheatly) ให้มีบริเวณนั่งทั้งด้านในและด้านนอกบริเวณระเบียง ภายในบริเวณร้านยังถูกตกแต่งด้วยผลงานศิลปะมากมายจาก H Gallery อาหารทุกเมนูของ Eat…

Read More

เนื่องในวันสตรีสากลที่ผ่านมาที่ไหนๆก็ต้องพูดกันถึงผู้หญิง และแน่นอนว่าในโลกแห่งอาหาร “ผู้หญิง” เองก็มีบทบาทสำคัญในวงการอาหารมากขึ้นเรื่อยๆไม่แพ้ผู้ชายเลยทีเดียว ด้วยโลกปัจจุบันที่เปิดกว้างและลบเส้นแบ่งของเรื่องเพศไปทำให้เชฟหญิงมากมายได้รับการยอมรับไม่เหมือนในอดีตที่มีค่านิยมว่าเชฟต้องเป็นผู้ชาย Banyantree Bangkok เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักชิมด้วยห้องอาหารที่หลากหลายเรียกได้ว่าเกือบครบทุกชาติอาหาร อีกทั้งทัศนียภาพที่งดงามไม่เหมือนใคร ในปีนี้ที่นี่ได้เป็นที่จัดงาน WIG หรือ Women in Gastronomy และในช่วงคำ่คืน ทางโรงแรมได้สร้างปรากฎการที่คอ Fine dining ต้องจดจำ จะเป็นอะไร ไปดูกันเลยครับ วันนี้ทาง Kinlakestars กินแหลกแจกดาว จะพาทุกท่านไปเปิดประสบการณ์ระดับโลกไป กับอาหารมื้อพิเศษ โฟร์แฮนด์ดินเนอร์ ณ ห้องอาหารเวอร์ทิโก้(Vertigo) ห้องอาหารขึ้นชื่อบนดาดฟ้าชั้น 61 ของโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ ในระหว่างวันที่ 8 และ 9 มีนาคมที่ผ่านมาซึ่งจะเป็นการร่วมมือกันของ 2 เชฟผู้หญิงเก่ง จากประเทศไทยและอิตาลี เมนูพิเศษนี้จะถูกรังสรรค์ขึ้นโดย เชฟตาม ชุดารี เทพาคำ เจ้าของตำแหน่งแชมป์ท็อปเชฟไทยแลนด์ซีซั่น 1 และ เชฟคริสตินา บาวเวอร์แมน (Cristina Bowerman) เชฟระดับมิชลิน1ดาว ปรุงอาหารโชว์แขกแบบแทบเรียกได้ว่าลอยฟ้าเลยทีเดียว ซึ่งงานนี้เป็นการร่วมมือกันครั้งแรกของทั้งคู่ เชฟทั้งสองจะนำเสนอเมนูไทยผสานอิตาลี ในแบบฉบับของตนเอง และเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมารังสรรเมนูอาหารซึ่งจะถูกเสิร์ฟด้วยกันทั้งหมด 6 คอร์ส เริ่มต้นด้วย Welcome Drink : Bellavista, Alma Gran Cuvee Brut, Lombardy เสิร์ฟพร้อมขนมปังร้อนๆ กรอบนอกนุ่มใน ทานคู่กับบัลซามิกผสมน้ำมันมะกอก เวลาเคี้ยวลงไปนั้นเหมือนขนมปังละลายในปาก Squid Tagliatelle with Mushroom Concentrated Broth Mushrooms and Tamarind (by Chef Cristina Bowerman) Pair with Wine : PLANETA, Plumbago Nero D’Avola ,DOC, Sicily สำหรับไวน์ตัวนี้ตั้งชื่อตามดอกไม้ป่าสีม่วงที่สวยงามที่เติบโตในป่ารอบๆ บ้านไร่และไร่องุ่นของ…

Read More

หากพูดถึงไวน์ชั้นเลิศ ถ้าเราไม่พูดถึงไวน์อิตาลีกำเนิดมายาวนานกว่า 4, 000 ปี ก็คงไม่ได้ใช่ไหมครับ การผลิตไวน์ของอิตาลีนั้นเป็นการสืบทอดมาจากชาวโรมัน ซึ่งได้รับวัฒนธรรมในการปลูกองุ่นเพื่อทำไวน์มาจากกรีกอีกทอดหนึ่ง ชาวโรมันปลูกองุ่นครั้งแรกที่เกาะชิชิลี จากนั้นจึงขยับขยายขึ้นสู่แผ่นดินใหญ่ จากภาคใต้สู่ตอนกลางและภาคเหนือของประเทศอิตาลี โดยชาวกรีกยุคโบราณเรียกดินแดนที่เป็นอิตาลีในปัจจุบันว่า “Oenotria” แปลว่า “The Domaine of Wine” เนื่องจากเป็นดินแดนที่เพียบพร้อมทั้งดินฟ้าอากาศ ที่เอื้ออำนวยต่อการปลูกองุ่นทำไวน์คุณภาพดี นี่จึงที่มาว่าทำไมไวน์ จากดินแดนแห่งนี้จึงเป็นที่ยอมรับจากคนทั่วทั้งโลก วันนี้ KinlakeStars.com กำลังจะพาทุกท่านไปสัมผัสไวน์ชั้นเลิศซึ่ง Café Buongiorno (คาเฟ่ บวนจอร์โน) ร่วมกับ Swissotel Bangkok Ratchada ได้จัดขึ้น ณ 204 Bar โอเพ่นคาเฟ่ที่ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 แห่งโรงแรม โดยครั้งนี้ทาง Swissotel Bangkok Ratchada ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกกันครับ ภายในงานจะมีการจัดโซนโชว์ไวน์ชั้นเลิศหลากหลายประเภท พร้อมให้แขกผู้มีเกียรติได้ลิ้มลองอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น Sparkling Wine, Red Wine หรือ White Wine อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านกรรมวิธีการหมักบ่มที่พิถีพิถันจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากที่อื่น โดยได้จัดแบ่งโซนทั้งโซนนั่งและยืน พร้อม Food Paring ที่ถูกแนะนำให้ลิ้มรสพร้อมกับไวน์ชนิดต่างๆ ที่มีมาให้ได้ชิมถึง 6 ชนิดด้วยกันครับ เริ่มด้วย OTELLO Sparkling Wine (Extra Dry) ที่ผลิตจากองุ่น Prosecco ที่ให้กลิ่นและรสชาติของแอปเปิลเขียว อัลมอนด์และความหอมของดอกไม้เบาๆ ตัวสีนั้นจะเผยให้เห็นถึงสีเหลืองอ่อนของฟางข้าวแกมเขียวอ่อน ถือว่าเป็น Prosecco ที่มีความละเอียดอ่อนของรสชาติเหมาะกับการดื่มเปิดมื้ออาหาร หรือดื่มพร้อมอาหารจำพวกปลา อาหารทะเล และชีส สามารถดื่มได้ตลอดทั้งมื้อโดยที่ไม่ทำให้มึนมากเกินไปเนื่องจากมีแอลกอฮอล์อยู่ที่ 11% ครับ ตัวที่ 2 MANON White Wine ไวน์ขาวตัวนี้ให้สีเหลืองประกายทองอ่อนสวยงามยามกระทบแสงไฟ อโรม่าของตัวไวน์จะให้กลิ่นและรสชาติฟรุตตี้ที่สดชื่น ตัวไวน์เป็นไวน์ขาวแบบ Full-bodied ที่ให้ความหนืดและความเข้มข้นพอตัว เหมาะสำหรับรับประทานคู่กับอาหารจำพวก Appetizers, Amuse Bouche เนื้อขาว เช่น…

Read More

ร่วมเฉลิมฉลองวันปีใหม่จีน หรือตรุษจีนปีนี้ ที่ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ด้วยอาหารที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ จากหลากหลายห้องอาหาร พร้อมให้คุณสนุกสนานกับกิจกรรมบันเทิงต้อนรับวันมงคล และร่วมชื่นชมการเชิดสิงโตในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ อันเชื่อกันว่าจะนำมาซึ่งโชคลาภ สิริมงคล และความเจริญรุ่งเริงให้กับผู้ที่ได้รับชม บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำฉลองตรุษจีน ณ เมดิสัน สเต๊กเฮ้าส์ และ อควา บาร์ วันอังคาร ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 18.00 – 22.30 น. สังสรรค์รับเทศกาลมงคลกับเพื่อนและครอบครัว ภายใต้บรรยากาศอันร่มรื่นของสวนปาริชาติ หรือบรรยากาศคลาสสิกของเมดิสัน สเต๊กเฮ้าส์ กับบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสุดพิเศษสำหรับวันตรุษจีน ด้วยหลากหลายเมนูสไตล์ตะวันออก อาทิ หอยเชลล์ผัดซอส XO, เป็ดปักกิ่ง, ซุปเสฉวน, ซีฟู้ด, สลัด, อาหารไทย และขนมหวานนานาชนิด ในราคา 1,888 บาท ++ ต่อท่าน ห้องอาหารญี่ปุ่นชินทาโร่ 3-8 กุมภาพันธ์ 2562 มื้อกลางวัน เวลา 11.30 – 14.30 น. และมื้อค่ำ เวลา 17.00 – 22.30 น. เพลิดเพลินไปกับเมนูพิเศษจากล็อบสเตอร์ บรรจงปรุงรสอย่างพิถีพิถันโดยเชฟซาโตชิ ซาวาดะ เมนูไฮไลท์อาทิ ลอบสเตอร์ย่างซอสเทอริยากิ เสิร์ฟกับครีมหอยเม่นและส้มยูสุ, ล็อบสเตอร์ชาร์โคลเทมปุระ, ข้าวผัดเนยเห็ดทรัฟเฟิล กับลอบสเตอร์และไข่ออนเซน เป็นต้น ห้องอาหารไทยสไปซ์ มาร์เก็ต 3-8 กุมภาพันธ์ 2562 18.00 – 22.00 น. อิ่มอร่อยกับเมนูพิเศษในช่วงตรุษจีน รังสรรค์โดยเชฟวรินธร สัมฤทธิ์ผล กับหลากหลายอาหารเลิศรสที่ปรุงขึ้นสดใหม่อย่างพิถีพิถัน อาทิ ซีฟู้ดรวมย่าง, ปลากะพงอบขมิ้น และ ปลาเก๋าทอดกรอบ เป็นต้น ราคาจานละ 1,888 บาท++…

Read More

นอร์ดิก อาหารประยุกต์สุดสร้างสรรค์ที่นำแนวอาหาร Fine Dining มาประยุกต์ให้เข้ากับอาหารของเขตหนาวเย็นแถบยุโรปตอนเหนือ ออกมาเป็นอาหารชั้นเลิศที่คุณควรลิ้มรสให้ได้สักครั้ง สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่านวันนี้ผมและ KinlakeStars.com จะพาทุกท่านไปรับประทานอาหาร Nordic Cuisine จากห้องอาหารสุดหรูใจกลางเมืองอย่าง Front Room โรงแรม WALDORF ASTORIA BANGKOK กันครับ คำว่า Nordic แผลงมาจากคำว่า Norden ในภาษาสแกนดิเนเวียที่ก็แปลว่า “ผู้อยู่อาศัยทางเหนือ” ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของรูปแบบอาหารที่เน้นเรื่อง “ความบริสุทธิ์ ความง่าย และความสดใหม่” (purity, simplicity and freshness) อย่างอาหารทางแถบเหนือของยุโรป โดยเน้นการทำอาหารจากวัตถุดิบของท้องถิ่นตามฤดูกาลนั่นเอง ซึ่งเชฟก็ได้นำแนวคิดนี้มาผสมผสานกับวัตถุดิบท้องถิ่นของไทย บวกกับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ในการทำอาหารของเชฟ ออกมาเป็นเมนูให้เราได้ชิมกันในวันนี้ ห้องอาหาร Front Room ถูกดีไซน์ให้เป็นแบบโคโลเนียลโดยให้มีกลิ่นอายของความเป็นสแกนดิเนเวียนและความเป็นไทยเข้าด้วยกัน เน้นใช้สีขาว ครีม และน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นสีโทนอุ่น ราวกับจะบอกว่าดินเนอร์มื้อนี้คุณและคนพิเศษจะอบอุ่นเพียงใด เพดานสูงรายล้อมด้วยกระจกตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ส่งผลให้ห้องอาหารแห่งนี้โอ่โถงชมบรรยากาศยามค่ำคืนได้อย่างสบายตา มาพร้อมโซนครัวเปิดที่เผยให้เห็นการทำอาหารของ เชฟเฟ-รุ่งทิวา ชุ่มมงคล Head Chef ของห้องอาหารนี้ได้อย่างเต็มที่เลยครับ คอร์สเมนูหลักที่นี่มีให้เลือก 2 แบบครับ คือ คอร์ส 10 อย่าง (3,200 บาท++) และ คอร์ส 7 อย่าง (2,500 บาท++) โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะรับเครื่องดื่มเป็น Wine Paring (2,100 บาท++) หรือ Juice Paring (600 บาท++) ซึ่งวันนี้เราเลือกแบบ 10 คอร์สและ Paring กับน้ำผลไม้ครับ เพราะค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับ Fine Dining ที่ส่วนใหญ่จะเป็นไวน์ เราจึงอยากสัมผัสประสบการณ์อีกแบบเพื่อจะได้แบ่งปันประสบการณ์ให้กับทุกท่านครับ เริ่มกันด้วย Welcome Drink ซึ่งเสิร์ฟมาแบบ On the Rock ในแก้วทรงสูงโดยเชฟจะนำฟักเขียวไปย่างจนส่งกลิ่นไหม้หอมๆ Infuse กับน้ำตาลมะพร้าวและใบเตยจนออกมาเป็นสีเหลืองทอง เมื่อจิบจะได้กลิ่นควันของฟักเขียวย่างและกลิ่นใบเตยอ่อนๆ ช่วยเพิ่มความสดชื่นก่อนเริ่มมื้ออาหารได้เป็นอย่างดีครับ หลังจากเพิ่มความสดชื่นด้วย Welcome Drink กันไปแล้วก็มาเริ่มเรียกน้ำย่อยกันด้วย Amuse Bouche เมนูแรกนั่นคือ Croustades – Pomelo – Shrimp เมนูเรียกน้ำย่อยที่เสิร์ฟมาในรูปแบบกระทงทองด้านในเป็นยำโดยมีส่วนผสมของส้มโอเปรี้ยวหวาน กุ้งที่ให้เนื้อสัมผัสกรุบเวลาเคี้ยว…

Read More