Author: Nopmanee

Chef :  Nori : 05 2022 Story : Nopmanee P . / Photo : Nathapol K. วันนี้ Kinlakestars.com ขอพาทุกท่านมานั่งละเลียดชุดน้ำชาหลากสีสันต์สดใสเหมือนดั่งสีสันต์ที่สวยงามของชีวิตกันที่ Peacock Alley โรงแรม Waldorf Astoria อันตั้งอยู่ที่ใจกลางเมืองแยกราชประสงค์นั่นเอง ต้องขอยอมรับซักนิดว่าผู้เขียนเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกค่ะ! ขับรถมาเองเข้าโรงแรมนี้มาก็ออกจะงงงวยกับเส้นทาง การวางผังอาคารจอดรถซักนิด แต่ด้วยความใส่ใจระดับวิ่งนำรถไปจนถึงที่จอดรถเลยก็ประทับใจมาก ขอชื่นชมมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ แต่ทางที่ดีนะคะ ขอแนะนำให้ใช้ parking valet ตั้งแต่ที่เค้าสอบถามครั้งแรกค่ะ ในความเดินมาตามเส้นทางอันเดินออกประตูนั้นเข้าประตูนี้ ก็มีวิวแบบนี้รออยู่ มาถึงล็อบบี้ก็ให้กดไปที่ชั้น Upper lobby เดินไปทางหน้าอาคาร ที่เห็นวิวสนามเขียวขจีสวยๆของ Sports club อยู่ทางซ้ายนั่นล่ะค่ะ คือวิวที่เราจะได้มองกันตลอดบ่ายนี้ ขอย้อนกลับไปที่ก่อนหน้านี้ในวันหนึ่งขณะที่กำลังทำงานหัวฟูอยู่อย่างยุ่งๆ เพื่อนของดิฉันก็ได้ส่งข่าวของชุดน้ำชาชุดนี้มาให้อ่านแล้วบอกว่าให้มาทำรีวิวที่นี่นะ มีข้อความหนึ่งที่สะดุดใจดิฉันมาก คือ คำกล่าวถึงแรงบันดาลใจสำหรับชุดน้ำชาชุดนี้ของเชฟที่บอกว่า “ทำใจให้นิ่ง และใช้ชีวิตให้มีสีสัน”  เอาล่ะสิ ชุดน้ำชาชุดนี้จะเป็นยังไงนะ อยากรู้จนเฝ้ารอชุดนี้เป็นพิเศษเลยทีเดียวค่ะ เอาล่ะ ก่อนจะได้ยลโฉมของชุดน้ำชาชุดนี้ เรามาเลือกชากันก่อนเถอะค่ะ ที่นี่มีชา Mariage Frères ให้เลือกหลากหลายถึง 12 รส หรือสามารถเลือกเป็นเครื่องดื่มเย็นแทนก็ได้ ซึ่งในชุดนี้สามารถเลือกชาได้ 2 รสเลยค่ะ เราจึงเลือก Pleine Lune และหากว่าเจอ Marco Polo บ่อยแล้วก็ขอแนะนำ Marco Polo Rouge ค่ะ Pleine Lune นั้นมีรสชาติโดดเด่นด้วยตัว secret rare spices ที่แอบทำให้นึกถึงช่วง Festive อยู่ลึกๆMarco Polo Rouge นั้นจะหวานหอมฟรุตตี้มากกว่าตัวปกติ ออกรสวนิลามาชัดด้วย เราจึงเทใจให้ชากานี้เข้ากันกับชุดน้ำชาชุดนี้มากกว่าอื่นใด Savory Nibbles เรามาเปิดกันด้วยกลิ่น Truffle…

Read More

Chef :  — : 04 2022 Story : Nuttawut / Photo : Pol.Capt. Kittin A ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด – 19 การหยุดพักผ่อนและการท่องเที่ยวในภายในเมืองโดยที่ไม่ต้องออกไปต่างจังหวัด ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับท่านที่ไม่ได้เดินทางในช่วงวันหยุดยาวหรือในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ โดยสำหรับท่านที่ต้องการใช้เวลาวันหยุดจากการทำงานอันเหน็ดเหนื่อย มาให้รางวัลกับตัวเองด้วยบุฟเฟ่ต์สุดพิเศษในราคาที่สุดคุ้มจนน่าประทับใจ ทาง Goji kitchen & bar พร้อมให้บริการท่านด้วยบุฟเฟ่ต์อาหารที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ จากการลงมือประกอบอาหารสดๆ ด้วยวัตถุดิบคุณภาพดี จากฝีมือเชฟผู้เชี่ยวชาญในการปรุงอาหารนานาชาติ โดยมีอาหารหลายประเภทหลากสไตล์ให้ท่านได้ลิ้มลอง Goji kitchen & bar อยู่ชั้น G ของโรงแรม Marriott Marquis Queen’s Park ซอยสุขุมวิท 22โดยสามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS หรือหากขับรถยนต์ส่วนตัวมา ทางโรงแรมก็พร้อมมีที่จอดรถให้บริการ ทางร้านมีการจัดบรรยากาศที่ลงตัว เหมาะสำหรับการนั่งทานอาหารทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นบางโต๊ะตั้งติดกับกระจกทำให้ไม่ทึบ สามารถมองเห็นกิจกรรมและบรรยากาศด้านนอกได้ สำหรับท่านที่ต้องการบรรยากาศส่วนตัว ก็สามารถสำรองโต๊ะในห้องส่วนตัวที่ทางร้านมีการจัดแยกไว้ได้ ในขณะที่สเตชันอาหาร มีการจัดแบ่งเป็นโซนตามสไตล์อาหารไว้อย่างชัดเจน สามารถเดินดูได้ไม่อยาก โดยเราจะได้เห็นเชฟลงมือทำอาหารให้ดูและเสิร์ฟอาหารขณะยังร้อนๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้บุฟเฟ่ต์ของ Goji kitchen & bar มีชื่อเสียงและน่าดึงดูดใจ           สำหรับเมนูอาหาร ทาง Goji kitchen & bar มีโปรโมชั่นสุดพิเศษและเมนูใน Theme พิเศษ ที่พร้อมจะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าเสมอ โดยกิจกรรม โปรโมชั่น และ Theme อาหารตามช่วงเวลา  ทำให้การเข้าไปรับประทานอาหารที่ Goji kitchen & bar ให้ความรู้สึกแปลกใหม่และพร้อมสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอยู่เสมอ ด้วยระดับคุณภาพที่มีมาตรฐาน บริการที่น่าประทับใจ และอาหารเลิศรสที่รอให้คุณไปลิ้มลอง สำหรับเมนูพิเศษที่ทาง Goji kitchen & bar และ Kinlakestar.com ภูมิใจนำเสนอในการรีวิวครั้งนี้ คือ…

Read More

โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ แนะนำชุดน้ำชายามบ่ายชุดใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตที่มีสีสัน “เชฟท็อดดี้กับผมใช้เวลาในการออกแบบชุดน้ำชายามบ่ายชุดนี้ร่วมกัน แนวคิดของพวกเราคือต้องการนำความสดใส และสีสันที่สวยงามของชีวิตมามอบให้ในช่วงเวลาการดื่มชา เชฟมีความเป็นศิลปินด้วยเช่นกัน ต่างกันที่พวกเราไม่ได้วาดภาพ หรือลงสีในผืนผ้าใบ หากแต่นำสีสันมาแสดงผ่านจานอาหาร และเสิร์ฟงานศิลปะที่สามารถรับประทานได้” เชฟ แอนเดรอา โนลิ หัวหน้าเชฟขนมหวานสัญชาติอิตาเลียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ชุดน้ำชายามบ่ายชุดใหม่นี้พร้อมเสิร์ฟ ณ ห้องอาหาร พีค็อก อัลเลย์ ระหว่างเวลา 13.00 น. – 17.00 น. โดยเริ่มให้บริการในวันศุกร์ที่ 1 เมษายน 2565 เป็นต้นไป ชุดของคาวและขนมหวานที่มีสีสันและรสชาติเข้ากันได้อย่างลงตัวถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างปราณีตโดยเชฟ แอนเดรอา โนลิ และเชฟ ท็อดดี้ ชลิต กอบัวแก้ว รองหัวหน้าพ่อครัวใหญ่ โดยแต่ละคำล้วนแสดงถึงความสามารถด้านอาหารที่เป็นเลิศของเชฟผ่านรสชาติ เทคนิคร่วมสมัย และความคิดสร้างสรรค์ที่หมายสร้างกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับประทานผ่านอาหารที่พวกเขาได้รังสรรค์ขึ้น ขนมหวานคำเด่นจากชุดขนมหวานสีสันสดใส อาทิ มูสมะม่วงพิน่า โคลาดา (Mango Pina Colada Mousse) มูสชาเขียวและยูซุ (Matcha Mousse with Yuzu) สตรอว์เบอร์รีสปันจ์เค้กและครีมวานิลลา (Strawberry Sponge Cake with Mascarpone Vanilla Chantilly) ไอศกรีมราสป์เบอร์รี ชีสเค้ก (Cheese Cake and Raspberry Ice Cream) เป็นต้น …/ “สีของขนมแต่ละชิ้นที่เห็น “สีของขนมแต่ละชิ้นที่เห็นจะทำให้ผู้รับประทานสามารถคาดเดาถึงส่วนผสมหลักและรสชาติได้ มันค่อนข้างตรงไปตรงมา อาทิเช่น ขนมหวานชิ้นสีเขียว รังสรรค์ขึ้นจากชาเขียว แต่เพื่อเป็นการลดความขมของชาเขียวลง เราจึงเพิ่มรสเปรี้ยวด้วยส้มยูสุ เป็นต้น” เชฟโนลิ กล่าวเพิ่มเติม เมนูชุดของคาว ประกอบด้วย ล็อบสเตอร์สลัดและคลอโรฟิลล์เพิร์ล เสิร์ฟในถ้วยเจลลี่ใบมิ้นท์ (Lobster Salad, Mint Jelly Cup and Chlorophyll Pearls) ทูน่ารมควันพร้อมซอสเห็ดทรัฟเฟิลเมนไทโกะรสเผ็ดและแผ่นอัลมอนด์กรอบ (Smoked…

Read More

ชื่นชมทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างช่วงเวลาแห่งความสุขกับชุดน้ำชาสุดพรีเมี่ยม พร้อมของว่าง และขนมหวานฝรั่งเศสแสนอร่อย ด้วยฝีมือการรังสรรค์ของเอ็กเซ็คคิวทีฟ เพสทรี เชฟ “ซิลแวง คองสตองส์” – ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิด้วยชุดน้ำชายามบ่ายในธีม “ดอกไม้และพรรณพืช” ณ ที เลานจ์ สถานที่พักผ่อนสุดชิลล์วิวแม่น้ำเจ้าพระยา โรงแรมคาเพลลา กรุงเทพ ดื่มด่ำประสบการณ์จิบชาในบรรยากาศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอาย มนต์เสน่ห์ และความสง่างามเหนือกาลเวลาของสายน้ำแห่งวัฒนธรรม ตลอดจนประเพณีการดื่มชาของชาวเอเชีย พร้อมบริการของว่างและขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสแสนอร่อยของเอ็กเซ็คคิวทีฟ เพสทรี เชฟ “ซิลแวง คองสตองส์” …สัมผัสไออุ่นของแสงแดดยามบ่าย กลิ่นหอมของดอกไม้และผลไม้ประจำฤดูกาล เพลิดเพลินกับบทสนทนา ระหว่างเพื่อนสนิท สมาชิกในครอบครัว และคนที่คุณรักได้ตลอดทั้งวัน… เริ่มต้นประสบการณ์ “ซิกเนเจอร์ ไฮที” ด้วยการเสิร์ฟชาพรีเมี่ยมหลากชนิด อาทิ ชาดำ ชาขาว ชาเขียว ชาอู่หลง และชาสมุนไพรที่มีส่วนผสมของดอกไม้สด โดย “ที คอนนะเซอร์” (Tea Connoisseur) จะนำรถเข็นชาพร้อมต้นสมุนไพรสด (Tea & Herb Trolley) มานำเสนอให้ท่านเลือกสายพันธุ์ชาและรสชาติของชาที่ชื่นชอบ จากนั้นจึงบริการของว่าง 3 ชนิด คือ (1) ปลาเทราต์รมควัน เสิร์ฟกับเยลลี่มะเขือเทศและครีมเลมอน, (2) เนื้อปูทาราบะและซอสสลัดมายองเนสสไตล์ฝรั่งเศสที่มีส่วนผสมของแตงกวา น้ำมะนาวและเมล็ดลินิน และ (3) พรอสชุตโต้แฮมอิตาเลียนกับทูน่าทาร์ทาร์ กุยช่ายและไข่แดงบ่ม หลังจากนั้น “ที คอนนะเซอร์” จะนำขนมปังสโคนเนยสดและชนิดที่ผสมสตรอว์เบอร์รี่อบแห้งมาเสิร์ฟพร้อมโฮมเมด“คล็อตเต็ดครีม” แยมไทม์-สตรอว์เบอร์รี่ และมาร์มาเลดแอปเปิ้ลผสมดอกเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮไลท์ด้วยรถเข็นขนมหวานและเค้ก 6 ชนิด ซึ่งแต่ละท่านสามารถเลือกได้ 3 ชนิด ได้แก่ เสาวรสและดอกมะลิซ้อน – เค้กสปันจ์เฮเซลนัทกับครีมดอกมะลิและวิปครีมรสเสาวรส ซากุระ ดีไลท์ – เค้กสปันจ์มาเดอแลนกลิ่นเลมอน สอดไส้เยลลี่และมูสเชอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่และโหระพา – เค้กสปันจ์ม้วน ใบโหระพา และมาร์มาเลดสตรอว์เบอร์รี่เลมอน ราสป์เบอร์รี่ และทาร์รากอน – ขนมปังเจนัวรสราสป์เบอร์รี่และทาร์รากอนแช่อิ่มพิสตาชิโอและดอกส้ม – เค้กฟีน็องซีเย พิสตาชิโอ และครีมดอกส้มทาร์ตช็อกโกแลตเอิร์ลเกรย์ –…

Read More

Chef : Ranu / Date : April 2021 Story : Nutthawat T / Photo : Abhisara B. เทศกาลสงกรานต์ ถือเป็นวันปีใหม่สำหรับชาวไทย เป็นช่วงเวลาที่จะได้มีโอกาสเดินทางไปแสดงความเคารพและขอพรจากญาติผู้ใหญ่ กลับบ้านเกิดภูมิลำเนาไปใช้เวลาร่วมกับญาติสนิทมิตรสหายในช่วงวันหยุดยาว ตลอดจนเป็นเทศกาลการละเล่นน้ำสุดครื้นเครง สำหรับชาวไทยอย่างเราๆ แล้ว ช่วงเวลาเดือนเมษายน แม้จะร้อนอบอ้าว แต่ก็ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการเติมเต็มความอบอุ่นภายในจิตใจ เป็นเดือนแห่งการชาร์จแบตเพื่อเติมพลังให้กับพี่น้องชาวไทยเสมอมา เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้อาจเงียบเหงาไปบ้าง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ที่ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของพวกเราไป บางท่านอาจไม่ได้กลับบ้าน รวมถึงไม่ได้เล่นน้ำเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทยดังเช่นที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์อันน่าหดหู่ใจนี้ สิ่งดีๆ ยังเกิดขึ้นได้เสมอ ทาง KinlakeStars.com ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน เพื่อฟันฝ่าช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปด้วยกันครับ ในช่วงเดือนเมษายนอันร้อนอบอ้าว สำหรับท่านที่กำลังมองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารไทยเพื่อคลายร้อน ห้องอาหารร่มไทร โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ ได้จัดเตรียมเมนูข้าวแช่ในน้ำอบเทียนลอยดอกไม้หอม ประกอบเครื่องเคียงรสเลิศนานาชนิด เพื่อเตรียมต้อนรับคุณลูกค้าที่อยากทานอาหารดับร้อน เฉลิมฉลองปีใหม่ไทย พร้อมซึมซับบรรยากาศอันสุดแสนร่มรื่น และการต้อนรับอันอบอุ่น เพื่อประสบการณ์การทานอาหารอันน่าประทับใจที่เข้ากับช่วงเทศกาลสงกรานต์และตลอดเดือนเมษายนนี้ บรรยากาศในห้องอาหารร่มไทร มีความโอ่โถงและร่มรื่น มีกระจกใสทำให้เห็นพื้นที่ด้านนอกที่เป็นเหมือนป่าจำลอง ในขณะทานอาหารยังสามารถเพลิดเพลินสายตาไปกับทัศนีย์ภาพที่สบายตาเบื้องนอก พร้อมกับรับประทานอาหารที่บรรจงตกแต่งอย่างสวยงาม รวมถึง ทางห้องอาหาร ได้ให้ความสำคัญกับสถานการณ์การเฝ้าระวังการแพร่ระบาดระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด พนักงานทุกท่านมีการใส่หน้ากากอนามัย มีการจัดเตรียมเจลล้างมืออย่างทั่วถึง รวมถึงมีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าใช้บริการ สำหรับเมนูข้าวแช่คลายร้อน เป็นเมนูประจำฤดูกาลช่วงเดือนเมษายน เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทย โดยเป็นข้าวแช่เสิร์ฟเป็นชุดพร้อมกับเครื่องเคียงหลากหลายให้เลือกทาน ซึ่งเครื่องเคียงเหล่านี้ ล้วนมีรสชาติที่กลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ แต่เมื่อทานพร้อมกับข้าวแช่ในน้ำอบเทียนลอยดอกไม้หอมแล้ว จะทำให้เกิดรสสัมผัสใหม่ เป็นประสบการณ์อาหารที่จะสร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้รับประทาน และยังเป็นการดับร้อนในช่วงเดือนที่ร้อนที่สุดของปีอีกด้วย สำหรับเครื่องเคียงในชุดข้าวแช่ ประกอบด้วย หมูหวาน หมูฉีกเป็นฝอยที่ผ่านการหมักปรุงรสและทอด จนได้เครื่องเคียงที่มีรสชาติหวานมันกลมกล่อมอย่างลงตัว ตกแต่งด้วยหอมแดงเจียวและประดับดอกไม้อย่างสวยงามประณีต เวลาทานพร้อมกับข้าวแช่จะทำให้รสสัมผัสเปลี่ยนไป มีความหอมหวานละมุนลิ้น เป็นประสบการณ์ทางอาหารอันแปลกใหม่ที่น่าลิ้มลอง ไชโป้วกรอบผัดหวาน ไชโป้วกรอบผัดหวาน ต้มจนกว่าไชโป้วจะนำความเค็มออกมา และนำมาผัด มีรสหวานและเด้งสู้ฟัน เป็นเครื่องเคียงที่ทานได้อย่างเพลิดเพลิน ยิ่งทานพร้อมกับข้าวแช่ จะทำให้รสสัมผัสกลายเป็นความหวานและเค็มที่ลงตัวยิ่งขึ้น ปลายี่สกผัด นำเนื้อปลายี่สกมาผัดกับกระชาย หอมแดง เสิร์ฟในจานพร้อมกับกะปิทอด และหอมทอดยัดไส้ไก่หวาน กะปิทอด…

Read More

Story : Nopmanee P. / Photo : Pol.Capt. Kittin A march 2021 วันนี้ Kinlakestars.com จะพาทุกท่านล่องเรือไปตามสายน้ำหลักที่หล่อเลี้ยงชาวไทยมาเนิ่นนาน แม่น้ำเจ้าพระยา ชมวิวริมน้ำสองฝั่งจากกลางแม่น้ำ เห็นตึกรามบ้านช่องเก่าแก่และใหม่เอี่ยม สะท้อนถึงกาลเวลาที่ผ่านมาแล้วจนถึงปัจจุบันได้ดี ภายใต้แสงกลางวันนี้ทำให้เห็นวิวได้ดีกว่ากลางคืนยิ่งนัก แวะไหว้พระที่วัดดัง 3 แห่ง ปิดท้ายด้วยมื้ออาหารกลางวันอันขึ้นชื่อของห้องอาหาร Saffron ที่รังสรรค์โดยเชฟเรณู โดยที่ไม่ต้องขับรถไปไหนไกลเลย แค่มาขึ้นเรือที่ท่าเรือ 4 ของห้าง Iconsiam (ออกประตูห้างมาแล้วเลี้ยวไปทางซ้ายค่ะ) ตอน 10.30 น. ตรงเท่านั้นเอง เพราะเรือจะสามารถเทียบท่ารับคนได้แค่ 15 นาทีเท่านั้น บนเรือนั้นมีมาตรการตรวจวัดอุณหภูมิ เจลล้างมือให้บริการพร้อมสำหรับช่วงโควิดนี้ จากนั้นพนักงานจะนำท่านไปยังโต๊ะที่จองไว้ ซึ่งไม่ว่าจะได้นั่งโต๊ะใกล้กระจกหรือโต๊ะกลางเรือก็สามารถมองเห็นวิวด้านนอกได้ดีทั้งนั้น (ทดลองมาแล้วค่ะ ไม่ต่างกันจริงๆ) อีกทั้งนี่เป็นเรือแบบพิเศษ มีหลังคากระจกทรงโค้งที่ด้านข้างเรือทั้ง 2 ข้างแบบตามเรือล่องแม่น้ำในเมืองนอกเลยค่ะ ก็ทำให้เห็นวิวด้านนอกได้ดีขึ้นไปอีก และยังถ่ายรูปสวยอีกด้วย บนโต๊ะมีจัดเตรียมผ้าเย็น ดอกไม้ธูปเทียนพร้อมสรรพ พลางจิบ Welcome drink เป็นน้ำอัญชันผสมใบเตยเย็นชื่นใจ ฟังไกด์เล่าประวัติของวัดที่เรากำลังเดินทางไปพลางๆ ว่าควรจะไปไหว้พระตรงจุดไหน ขอพรเรื่องอะไร เป็นต้น อธิบายละเอียดดีนะคะ แต่ขอสารภาพเลยว่านี่มัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับวิวที่ได้เห็นระหว่างทางเสียมากกว่า อาจจะด้วยความที่ชอบดูอาคารโบราณสวยๆอยู่เป็นทุนเดิมด้วยก็ได้ เราล่องเรือมาไม่นานเลย ก็ถึงจุดหมายแรก วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร แต่เดิมเป็นหมู่บ้านที่มีภิกษุจีนพำนักอยู่ และเรียกกันต่อมาว่า “หมู่บ้านกุฎีจีน” สร้างเป็นวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2368 และน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร” และทรงสร้างพระวิหารหลวงและพระประธานพระราชทาน เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ชื่อ พระพุทธไตรรัตนนายก หรือ หลวงพ่อโต ด้วยมีพระประสงค์จะให้เหมือนกรุงเก่า คือมีพระโตอยู่นอกกำแพงเมือง อย่างเช่นวัดพนัญเชิง หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูง โดยเฉพาะในหมู่ชาวจีน เรียกชื่อแบบจีนว่า ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 5 วา 3 ศอกคืบ สูง 7 วา 2 ศอกคืบ 10 นิ้ว…

Read More

Chef Chao Lai : Date : Jan 2021 Story : Nathapol K. / Photo : Pol.Capt. Kittin A วันนี้ Kinlakestars.com จะพาทุกท่านไปกินติ่มซำแบบจุก ๆ ที่ไม่ได้มีแค่ปริมาณ แต่มากไปด้วยคุณภาพพรีเมียมอัดแน่นจัดเต็มทุกคำที่ ห้องอาหารจีนเฟยยา โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์  (Fei Ya, Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel) สำหรับใครหลาย ๆ คนคงจะคุ้นชื่อห้องอาหารเฟยยากันเป็นอย่างดีแล้ว เนื่องมาจากห้องอาหารแห่งนี้เคยได้รับรางวัล Thailand’s Best Restaurant ถึง 5 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2011 – 2015 จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังได้รับรางวัลจากเว็บไซต์และรายการต่าง ๆ และได้รับการโหวตจากนักชิมมากมายจนติดอันดับต้น ๆ ของร้านอาหารจีนและติ่มซำที่แนะนำ ซึ่งการันตีได้เป็นอย่างดีถึงคุณภาพและรสชาติของอาหารและติ่มซำที่ห้องอาหารแห่งนี้ โดยมีสุดยอดเชฟ เชียง ชิน ฉ่อย ผู้มีชื่อเสียงและประสบการณ์อันโดดเด่นในการทำอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งและติ่มซำ ที่ใช้เทคนิคการปรุงอาหารตำรับจีนแบบคลาสสิกและอาหารพื้นเมือง ทำให้อาหารทุกจานมีรสชาติพิเศษ กลมกล่อมลงตัว ในขณะเดียวกันก็สามารถดึงความโดดเด่นของส่วนผสมแต่ละจานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย สำหรับห้องอาหารจีนเฟยยา ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่ชั้น 3 โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ สามารถเดินทางไปได้สะดวกทั้งโดยรถไฟฟ้า หรือจะขับรถไปก็สามารถจอดรถที่โรงแรมได้เลย สำหรับบรรยากาศของร้านเป็นสไตล์แบบไชนีส โมเดิร์น คลาสสิก โดยผสมผสานระหว่างจีนกับตะวันตกอย่างลงตัว เริ่มตั้งแต่ประตูทางเข้า ซึ่งใช้ประตูบานใหญ่แบบจีน เมื่อเดินเข้าไปก็จะพบกับเคาน์เตอร์ชงชาอยู่ทางซ้ายมือ ผนังด้านหลังเป็นสีเหลืองทองอร่ามมีกาและถ้วยน้ำชาสวยงามตั้งโชว์อยู่ ถัดไปภายในร้านโดดเด่นด้วยที่นั่งโซฟารูปตัวเอสสีแดงได้กลิ่นอายความเป็นตะวันตกในรูปแบบของเลาจน์สไตล์เซี่ยงไฮ้ผสมกับลอนดอน มีโคมไฟแฮนด์เมดทรงทันสมัยที่ปิดทองไว้ภายในช่วยสื่อถึงความมั่งคั่งแบบจีน นอกจากนี้ยังมีที่นั่งแบบโต๊ะสี่เหลี่ยมอยู่ด้านข้าง และเข้าไปด้านในสุดจะเป็นห้องสำหรับใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมีด้วยกันถึง ๔ ห้อง สำหรับ ๘ – ๑๐ ท่าน รวมแล้วสามารถรองรับลูกค้าได้ มากถึง 100 ที่นั่ง ซึ่งทางห้องอาหารเฟยยาได้มีการปฏิบัติตามมาตรการของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด ใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้ทุกท่านสามารถมาใช้บริการได้อย่างมั่นใจ โดยในวันนี้เราจะมาอิ่มอร่อยแบบจุใจกับบุฟเฟต์ All you can…

Read More

Sake Paring Date : Dec 2020 Story : Nutthawat J. / Photo : Nopmanee P. ในประเทศไทย การจะหาร้านอาหารญี่ปุ่นรับประทานซักร้านนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่การหาร้านอาหารญี่ปุ่นที่พร้อมจะมอบประสบการณ์ทางอาหารอันยอดเยี่ยม และบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ นั้นหาได้ยากยิ่ง ซึ่งห้องอาหารณี่ปุ่นฮากิ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าว เป็นร้านที่เพียบพร้อมทั้งบรรยากาศ และเมนูอาหารสไตล์ญี่ปุ่นสุดเลิศรส ที่สร้างสรรค์จากไอเดียของเชฟกระทะเหล็กจากแดนอาทิตย์อุทัย ทำให้ผู้มาเยือนต้องมนต์เสน่ห์ของความเป็นญี่ปุ่น และกลับบ้านไปพร้อมกับประสบการณ์อันตราตรึงใจ สำหรับผู้ที่สนใจมารับประทานอาหาร สามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งช่องทาง BTS และ MRT ที่อยู่ใกล้กัน หรือสามารถนำรถมาจอดบริเวณอาคารจอดรถของห้าง-โรงแรมที่ชั้น 1 ได้ ห้องอาหารญี่ปุ่นฮากิ พร้อมให้บริการลูกค้า ด้วยห้องส่วนตัวหลากหลายขนาดและหลายห้อง เพื่อรับรองผู้มารับประทานอาหาร ให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด โดยบรรยากาศของร้าน และห้องต่างๆ ได้ออกแบบในสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ให้ความรู้สึกเหมือนข้ามประตูไปที่ไหนก็ได้มายังประเทศญี่ปุ่นจริงๆ ทั้งวัสดุตกแต่ง โต๊ะที่นั่ง รวมไปถึงอาหารที่นั่ง จนไปถึงวัตถุดิบและสไตล์อาหาร ทุกประการล้วนทำให้รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ห้องอาหาร มีทั้งห้องเสื่อทาทามิที่นั่งบนเบาะรองนั่งซาบุตง(Zabuton) และห้องที่เป็นโต๊ะเก้าอี้แบบธรรมดา มีห้องหลากหลายขนาดพร้อมให้บริการ สำหรับประสบการณ์รับประทานอาหารในครั้งนี้ ทางร้านภูมิใจนำเสนอ ‘โช-วะ’ สาเกแพร์ริ่ง ดินเนอร์ เป็นมื้ออาหาร 8 คอร์ส เสิร์ฟเคียงคู่ด้วยสาเก 8 แบบ ที่ทั้งอาหารและสาเกต่างสนับสนุนส่งเสริมซึ่งกันและกัน ทำให้รสอาหารมีความล้ำลึกขึ้นไปอีกขั้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจ คอร์สอาหารสุดพิเศษนี้ บรรจงปรุงแต่งอย่างพิถีพิถัน จากฝีมือมาสเตอร์ไอรอนเชฟ ฮิโรชิ มัสซึดะ สุดยอดเชฟจากเมืองนาโกย่า และสาเกที่คัดเลือกโดยสาเกมาสเตอร์ โทโมฮิโระ โอซึโบะ โดยความหมายของคอนเซ็ป “โช-วะ” ที่ทางร้านนำเสนอ หมายถึง “เคียงคู่อย่างสมบูรณ์แบบ” ดั่งที่คอร์สอาหารนี้นำพามาซึ่งประสบการณ์อันน่าประทับใจ จากอาหารเลิศรส และสาเกที่เข้าคู่กันอย่างลงตัว คอร์ส ‘โช-วะ’ สาเกแพร์ริ่ง ดินเนอร์เริ่มคอร์สด้วย คาคุทามะ (Kakutama) เป็นเหล้าบ๊วยผสมโซดา รสชาติหวานสดชื่น 1.จานเรียกน้ำย่อย เป็น กุ้งหวานอบเกลือ (Salted Sweet…

Read More

Zuma ห้องอาหารญี่ปุ่น สไตล์อิซากายะ ที่มีสาขามากมายหลายเมือง เช่น ลอนดอน นิวยอร์ก ดูไบ ในไทยเรา มี 2 สาขา คือที่ กรุงเทพ และภูเก็ต สำหรับใครที่ยังไม่ค่อยรู้จัก เคยเห็นภาพจากเว็บไซต์โปรโมทต่างๆ อาจคิดว่า เป็น ร้านนั่งชิว สวยๆ ไปถ่ายรูป อาหารรสชาติกลางๆ ดิฉัน จะบอกเลยค่ะว่า ร้านนี้เป็นมากกว่านั้น และอาหารนั้นอร่อยเกินคาดไปเยอะ ค่อนข้างแตกต่างจากร้านนั่งสวยๆ ทั่วไปนะคะ ตัวร้านอาหารสาขา กรุงเทพ ตั้งอยู่ในส่วนของ โรงแรม St. Regis ชั้น G ร้านตกแต่งแบบโทนอบอุ่น classy แต่ไม่ได้เป็นทางการเกินไป มีทั้งส่วนนั่งด้านใน และนั่งด้านนอก รับลมตอนค่ำ ด้านในมีห้องส่วนตัวไว้จัดเลี้ยงได้ด้วยเช่นกัน มีเคาเตอร์บาร์ ให้เพลิดเพลินกับครัวแบบเปิด ทำให้เห็นบรรยากาศ และความสะอาดในการปรุงอาหาร ที่นี่จุดเด่นคือ การปรุงอาหารแบบ robata คล้ายๆกับการกริล แต่วิธีการและอุปกรณ์นั้นแตกต่างจากแบบทั่วไป ทำให้อาหารที่ผ่านการปรุงแบบนี้จะมีกลิ่นหอมมากขึ้น เริ่มต้นกับอาหารเบาๆ ใครชอบทานซีฟู้ด ต้องลองสั่ง หอยเชลล์ฮอกไกโด ขนาดกำลังดี เสิร์ฟมากับซอสเนยบ๊วยญี่ปุ่น (Hokkaido scallops, umeboshi butter and mentaiko) หอยเชลล์เนื้อนุ่มสุกกำลังดี เสิร์ฟมาเป็นคำๆ มีซอสรสเปรี้ยวๆราดด้านบน เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี สายซูชิ ซาชิมิ ก็มีปลาดิบ และหอยเชลล์ให้สั่งเช่นกัน ปลาสดมากค่ะ ทั้งโทโร่ แซลมอน ทั้งมันทั้งหวาน เนื่อแน่น นุ่มมากค่ะ หอยเชลล์เนื้อหวาน นุ่ม แน่น มันเลิศมากค่ะ เมื่อเอาเข้าปาก ลิ้มรสไปพร้อมกับสัมผัสแล้วรู้สึกเหมือนท่วงทำนองของเพลงชาติประจำสหภาพยุโรปที่ประพันธ์โดยคุณบีโทเฟ่น เทมปุระ ผักย่าง ก็มีให้เลือกตามความชอบเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเทมปุระกุ้ง เทมปุระสารพัดผักอย่างฟักทองที่แสนจะนุ่มและหวาน แครอทเอย ใบชิโสะเอย แป้งที่สีสวยประดุจทองคำเหลืองทอง ส่วนสายเนื้อ ต้องไม่พลาด Japanese wagyu A4 grade…

Read More

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ ต้อนรับเชฟพิสิษฐ์ จิโนพงป์ เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟจากอนันตราสามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท จัดป๊อบอัพไฟน์ไดนิ่งอาหารไทยสไตล์ล้านนา วันที่ 25 – 26 กุมภาพันธ์ 2563 เพียง 2 คืนเท่านั้น ณ ห้องอาหารไทย สไปซ์ มาร์เก็ต เชฟพิสิษฐ์ หรือ เชฟจีโน่ ผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารมากว่า 25 ปี โดยสั่งสมประสบการณ์ในด้านการทำอาหารและความคิดสร้างสรรค์ ร่วมงานในโรงแรม 5 ดาว และรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศไทย และต่างประเทศ อาทิ พม่า สิงคโปร์ มาเก๊า และ เกาะมัลดีฟส์ เป็นต้น นอกจากนี้เชฟจีโน่ยังมีโอกาสเป็นเชฟรับเชิญในโรงแรมชั้นนำหลายแห่งในยุโรปอีกด้วย ในครั้งนี้ เชฟจีโน่ ได้ยกระดับอาหารพื้นบ้านภาคเหนือ สู่จานอาหารระดับโรงแรมห้าดาว โดยรังสรรค์เมนู ดินเนอร์ 6 คอร์สสุดพิเศษ สไตล์ล้านนา อาทิเมนูอาหารเรียกน้ำย่อย “ยำคนเมือง”, “ส้าจิ้น” ที่เลือกใช้เนื้อ เทนเดอร์ลอยมาหมักกับไวน์, รวมถึงเมนูหลักและซุป ทั้ง “อ่อมเนื้อ”, “แอบปลา”, “แกงส้มผักปั่งปลาดุกย่าง” ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน “กล้วยทอดเกล็ดข้าวเม่า เสิร์ฟพร้อมไอศครีมมะพร้าวอ่อน” ในราคา 1,800 บาท++ ต่อท่าน (ราคาดังกล่าวไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริการ) สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งล่วงหน้า เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์สไตล์ล้านนา เพียง 2 คืนเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 25 – 26 กุมภาพันธ์ 2563 มื้อค่ำเปิดให้บริการเวลา 18.00 – 22.30 น. ณ ห้องอาหารไทย สไปซ์ มาร์เก็ต ชั้น 1 โรงแรมอนันตรา สยาม…

Read More