Author: Kittin Avichai

วันนี้ทาง Kinlakestars จะพาทุกท่านไปชิมเซตเมนูอาหารเย็นเมนูใหม่ที่ปรุงและรังสรรค์โดย Chef เติ้ลหัวหน้าเชฟ ณ ห้องอาหาร Water Library สาขาจามจุรีสแควร์ ราคาของ Dinner Set ใหม่ที่เน้นความสดชื่น มีความซับซ้อนแต่เข้าใจง่าย ใน Dinner Wine Pairing 6 CoursesDr. Athiwat T. ชื่อร้านก็บอกแล้วว่าเป็นห้องสมุดน้ำแร่ เป็นแหล่งรวมของน้ำแร่นานาชนิดทั่วทุกมุมโลก เมื่อเดินเข้าไปในร้านจะพบกับเคาเตอร์ขนาดใหญ่ และชั้นเรียงสูงที่แต่ละชั้นเรียงรายไปด้วยขวดน้ำแร่แต่ละยี่ห้อ หลากหลายชนิด อยู่ตรงกลางห้อง ร้านอาหารออกแบบให้เพดานสูง โปร่ง โต๊ะอาหารจะวางเป็นแนวครึ่งวงกลมติดกระจกใสมองเห็นวิวด้านนอก ร้านจะใช้โทนสีขาว ดำ ให้ความรู้สึกถึงบรรยากาศที่ทันสมัย หรูหรา ภาพงานศิลป์รูปนกต่างๆที่ใส่กรอบประดับอยู่ตามห้องอาหารนั้น เป็นรูปวาดนกที่วาดจากนกที่ล่ามาด้วยความภาคภูมิใจ ถ่ายทอดเป็นภาพวาด โดยศิลปินชาวอเมริกัน เมื่อถึงที่นั่ง พนักงานจะนำผ้าเช็ดมือมาบริการให้ โดยจะมาในรูปแบบคล้านนมอัดเม็ด วางบนถาดหิน เมื่อพนักงานเทน้ำลงไป ผ้าเช็ดมือจะยืดตัวขึ้น จากนั้นสามารถคลี่ออกมาเป็นแผ่นและเช็ดมือได้ Degustation Menu Snack / ของว่าง a little welcome อมูชบูชเป็นหนึ่งในสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการกิน Fine Dining เป็นองค์ประกอบที่ดูเล็กน้อย แต่ขาดไม่ได้ เริ่มเปิดเพดานรับรสกันด้วยของจิ๋วๆแสนอร่อยทั้ง 4 ชิ้น ซึ่งให้บริการมาในถ้วยที่เต็มไปด้วยถั่วดำเป็นฐาน เริ่มจากซ้ายล่าง ออชเตต้าคาร์เวียเป็นตัวชูโรง สีดำวาวรสมันเค็มผสานกับไข่ดาวไข่แดง และshallot องค์ประกอบต่างๆรสเบาๆให้เพียงสัมผัสจึงไม่แย่งความโดดเด่นของคาเวียร์ ต่อมาตามด้วย เป็ดตุ๋นเชอร์รี่ – one bite เพียงคำแรก รสเป็ดมาเต็มแม้เป็นชิ้นเล็กๆ ชูรสด้วยมูสกระเทียมดำตกแต่งด้วยดอกไม้เล็กๆแสนน่ารัก คำต่อมาเป็นปลาเทร้า วาซาบิ ในกระทง : รสวาซาบิแบบอ่อน ๆ ได้กลิ่นเบาไม่ฉุน พอให้ตัดกับครีมนุ่มๆ เสริมรสให้ปลาเทร้า มีความเอเชียนทวิสอย่างชัดเจน และคำสุดท้ายคือ octopus garlic rice crisp sour cream – หนวดปลาหมึกเนื้อแน่นแต่ไม่เหนียว นุ่มหนึบ ผสานกับผิวข้าวเกรียบกรุบกรอบและบางเบาเข้ากับซอสซาวครีมและกระเทียมได้เป็นอย่างดี ทั้งหมดนี้จะไล่เรียงรสชาติจากเบาไปหนัก ดื่มคู่กับ…

Read More

สดชื่น คลายร้อน กับ “ข้าวแช่ต้นตำรับชาววัง” สูตรลับเฉพาะที่ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ ตลอดเดือนเมษายนนี้ Kinlakestars.com ขอเชิญชวนทุกท่านมาคลายร้อนด้วยของว่างสไตล์ไทยๆ กับ “ข้าวแช่ต้นตำรับชาววัง” เสิร์ฟข้าวหอมมะลิออร์แกนิก อบด้วยควันเทียนจนหอม พร้อมความเย็นสดชื่นจากน้ำลอยดอกมะลิและดอกชมนาด ทานคู่กับเครื่องเคียงหลากหลายชนิด อาทิ ลูกกะปิทอด หอมแดงยัดไส้ชุบไข่ทอด พริกหยวกสอดไส้ หมูฝอยหรือเนื้อฝอยผัดหวาน ปลายี่สนหรือปลาช่อนทอดผัดหวาน และไชโป๊ผัดหวาน • สั่งทานที่ร้าน ชุดละ 520 บาทสุทธิ• เซตตะกร้าหวายพรีเมี่ยม ชุดละ 750 บาทสุทธิ สามารถสั่งซื้อหรือทานได้ที่ ซัฟไฟร์ บาร์ ตั้งแต่เวลา 11.30 – 16.00 น.02 247 0123 ต่อ 1811 เป็นตำรับอาหารพื้นบ้านของชาวมอญ โดยชาวมอญ นิยมทำขึ้นเพื่อถวายทวยเทพในเทศกาลตรุษสงกรานต์ โดยทำถวายแด่พระสงฆ์ และนำไปให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคารพนับถือ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ข้าวแช่ได้แพร่มาสู่สำรับไทย และเริ่มเข้าสู่สำรับชาววัง เมื่อสตรีชาวมอญได้เข้ารับราชการฝ่ายในเป็นเจ้าจอมหม่อมห้ามของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน จึงได้ปรุงข้าวแช่เพื่อถวายต่อมา ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์ ผู้ที่เคยทำงานห้องเครื่องต้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้นำข้าวแช่ออกสู่ตลาด จึงทำให้ได้รับความนิยมโด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน ข้าวแช่ของรรสุโกศลเป็น ข้าวแช่ชาววัง สูตรต้นตำรับ หม่อมหลวงเติบ ชุมสาย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการทำอาหารไทย และเป็นผู้นำการเผยแพร่อาหารไทย น้ำข้าวแช่  การทำน้ำข้าวแช่ในสมัยก่อนใช้น้ำฝนใส่ในโถดินเผา เก็บไว้ในที่ร่มและเย็นชื้น ปัจจุบันใช้น้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อและใช้ดอกชมนาดทำน้ำดอกไม้สดจะถือว่าเป็นที่สุด เพราะมีกลิ่นหอมเหมือนใบเตยผสมข้าวใหม่ หรือใช้กุหลาบมอญหรือดอกมะลิจากนั้นอบด้วยเทียนหอม ตัวข้าวแช่  ของที่นี่เขาจะใช้ข้าวออแกนิค ต้มน้ำให้เดือด ใส่มะนาวแทนน้ำส้ม แล้วนำข้าวใส่ลงไปตอนน้ำเดือดแล้ว น้ำมะนาวทำให้เม็ดข้าวขาวใส และสิ่งสกปรกตกตะกอน ต้มจนได้ที่แล้วเอาข้าวมาขัดเบาๆให้เหมือกออกในน้ำเย็น  จากนั้นนำมาผึ่งให้แห้งแล้วอบด้วยควันเทียน หอมยัดไส้ สำหรับหอมยัดไส้ของที่นี่จะไม่เหมือนใครที่ไหนอื่น เพราะไส้ของตัวหอมยัดไส้ทำจากหมูหยองผสมกับกะปิและปรุงด้วยสามเกลอได้แก่ เกลือ รากผักชี และพริกไทย จากนั้นยัดใส่หอม และชุบไข่จากนั้นจึงนำไปทอด พริกหยวกสอดไส้  ห่มสไบกรองทอง ใช้หมูติดมัน รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกรวมกับเกลือจนเนียน ใส่ไข่ไก่ นำไปยัดในพริกหยวกที่คว้านเม็ดออกแล้ว…

Read More

ข้าวแช่ อาหารที่มาคู่กับฤดูร้อน อันเป็นที่ได้รับความนิยมยิ่ง ให้ทั้งความดับร้อน สดชื่น และเป็นของเฉพาะฤดู แน่นอนว่าทั้งรส ทั้งกลิ่นที่หอมสดชื่น และขั้นตอนการทำที่ยากและสลับซับซ้อน อีกทั้งการเตรียมเครื่องที่วุ่นวายอยู่พอควรจึงทำให้เป็นอาหารที่ไม่ได้มีขายในทุกที่และในครั้งนี้ Kinlakestars จึงขอแนะนำข้าวแช่เด็ดจากทั่วกรุงฯ เดิมทีนั้นจากเรื่องที่เล่าต่อๆกันมา กษัตริย์มอญผู้ซึ่งยังไม่มีบุตรเพื่อสืบบัลลังก์เสียที จนกระทั่งได้ทำการบนบานกับศาลเทวดาแห่งหนึ่งอันศักดิ์สิทธิ์จนสมหวัง จึงได้ทำเครื่องเซ่นไหว้มาถวาย เครื่องเซ่นเหล่านั้นก็ได้แก่ หมูเส้น ลูกกะปิ หอมยัดไส้ และไชโป๊วหวาน อันเป็นของที่เก็บได้นาน ทำแล้วเก็บใส่ไหดินเผาไว้ ทำให้เก็บได้นานไม่บูดเน่าเสีย ต่อมา ชาวมอญถือเอาข้าวแช่เป็นอาหารสำคัญในประเพณีวันสงกรานต์ ทำให้ข้าวแช่เป็นอาหารที่ชาวมอญ นิยมทำสังเวยเทวดาในตรุษสงกรานต์ และค่อยๆเผยแพร่เข้ามาในไทย ซึ่งก็เข้ามานานอยู่นานพอควร จะเห็นได้จากกลอนของกวีอย่าง สุนทรภู่ที่กล่าวถึงข้าวแช่ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ว่า ฤดูร้อน ก่อนเก่า ทำข้าวแช่ น่าชมแต่ เครื่องกับ สำรับฉัน ช่างทำเป็น ดอกจอก และดอกจันทร์ งามจนชั้น กระชายทำ เหมือนจำปา มะม่วงดิบ หยิบดู จึ่งรู้จัก ช่างน่ารัก ทำเป็น เช่นมัจฉา (ความจาก “รำพันพิลาป” ของสุนทรภู่ รัตนกวีสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์) ต่อมา ชาววังรับไปปรับปรุงเรียกว่า “ข้าวแช่เสวย” หรือ “ข้าวแช่ชาววัง” เมื่อสิ้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี 2453 แล้ว ข้าวแช่ได้รับการเผยแพร่ไปนอกวังและเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง ข้าวแช่ในแต่ละที่ก็ได้ถูกปรับสูตรให้แปลก แตกต่างกันออกไปตามรสที่ถูกปาก ความสวยงาม ของที่หาได้ และในปีนี้มีที่ไหนที่ทาง Kinlakestars แนะนำกันบ้าง มาดูกันเลย 1. Ruen Noppagao ข้าวแช่แสนอร่อยสุดวิจิตรในเครื่องเบญจรงค์ ให้บริการเพียงวันละ 9 ชุด ณ ร้านอาหารเรือนนพเก้า สาทรซอย 6 ราคา: ๖๙๙++ สำหรับทานที่ร้าน และ ราคา ๑๒๙๙ บาท ข้าวแช่สำรับซื้อกลับบ้าน (2 ท่าน)ระยะเวลาขาย : วันที่ 22 มีนาคม ถึง…

Read More

Kinlakestars.com ขอเชิญคุณมาคลายร้อนด้วย “ข้าวแช่” เสน่ห์ของว่างตำรับชาววัง ที่ห้องอาหารเฟลอริช ตลอดเดือนเมษายนนี้ ณ โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ลูกจันทน์ โดยเสน่ห์จันทน์ พร้อมเสิร์ฟอาหารไทยต้นตำรับด้วยสูตรอาหารที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น  ที่ยังคงรักษาดีเอ็นเอการปรุงอาหารไทยต้นตำรับจากร้าน เสน่ห์จันทน์ ไว้อย่างครบถ้วน พร้อมด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีจากเกษตรกรท้องถิ่นทั่วประเทศไทย เพื่อเป็นการรักษาและคงไว้ซึ่งอาหารไทยต้นตำรับ ลูกจันทน์ โดยเสน่ห์จันทน์ พร้อมนำเสนอเมนูที่หารับประทานได้ยากหรือสูตรอาหารที่อาจถูกหลงลืมไปแล้วเพื่ออนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลัง และนำกลับไปสู่แก่นแท้ของความพิถีพิถันในการปรุงอาหารไทยแบบดั้งเดิม ทำให้มาได้ทั้งวันสบาย ๆ หรือ แม้แต่ฉลองโอกาสพิเศษ สัมผัสรสชาติอาหารไทยรสชาติดั้งเดิมที่ปรุงขึ้นจากสูตรอาหารที่สืบทอดต่อกันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่สานต่อรสชาติความอร่อยจากร้านอาหารไทยแท้ๆ ที่มีชื่อเสียงอย่าง เสน่ห์จันทน์ “ข้าวแช่” เป็นอีกหนึ่งเมนูช่วยคลายร้อนของคนไทยสมัยโบราณ และขึ้นชื่อเรื่องความพิถีพิถันในการเตรียมตั้งแต่การหุงข้าวให้เรียงเม็ดสวยงาม การเตรียมน้ำอบสำหรับข้าวแช่ ที่ต้องอบควันเทียนลอยดอกมะลิและกลีบกุหลาบเพื่อเพิ่มความหอมสดชื่น อีกทั้งเครื่องเคียงที่กรรมวิธีการปรุงนั้นประณีตและซับซ้อนหลายขั้นตอน จนได้เป็นเครื่องเคียงที่มีรสชาติที่กลมกล่อม  ได้แก่ พริกหยวกยัดไส้ นำเอาพริหยวกไปคว้านเอาไส้พริกหยวกออก แล้วยัดไส้หมูสับ สัดส่วนของเนื้อและมันกำลังดีด้วยสามเกลอ เครื่องปรุงพื้นฐานของการทำอาหารไทย อันได้แก่ใส่รากผักชี ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย แล้วนำไปนึ่งห่อประดับด้วยไข่ที่ทอดกรอบจนฟูสีเหลืองทองอร่าม หอมยัดไส้ เป็นหอมแดงยัดไส้ปลากะพง คลุ้กเคล้าด้วยสามเกลออย่างรากผักชี เกลือ พริกไท เป็นต้น โดยชุบไข่แล้วนำไปทอด เพื่อให้กรอบและหอมกรุ่น เวลากัดจะให้ความหวานและได้กลิ่นไก่ที่สอดไส้ข้างใน ลูกกะปี ลูกกะปิที่นี่มีขนาดที่เล็กกว่าทั่วๆไป ผสมกับกระชายสับ กินแนมคู่กับกระชายสดที่เชฟทำเป็นทรงดอกจำปี ใช้กะปิเจ้าดังจากตลาด อตก ไช้โป้วผัดหวาน ไชโป้วกรอบผัดหวาน ต้มจนกว่าไชโป้วจะนำความเค็มออกมา และนำมาผัด มีรสหวานและเด้งสู้ฟัน เป็นเครื่องเคียงที่ทานได้อย่างเพลิดเพลิน ยิ่งทานพร้อมกับข้าวแช่ จะทำให้รสสัมผัสกลายเป็นความหวานและเค็มที่ลงตัวยิ่งขึ้นและปั้นเป็นลูกกลมๆเล็กๆพอดีคำ ปลาแห้งผัดหวาน หมูฝอย หมูฉีกเป็นฝอยที่ผ่านการหมักปรุงรสและทอด แห้งกำลังดี จนได้เครื่องเคียงที่มีรสชาติหวานมันกลมกล่อมอย่างลงตัว และพลาดไม่ได้กับของหวานปิดท้ายอย่างส้มฉุน ส้มฉุนหิมะ เมนูของหวานตัดเด็ด เป็นส้มฉุนที่หากินได้ยาก ทำมาแบบกรานิตต้าโรยด้วยส้มซ่า รสหวานสดชื่น เหมาะเจาะกับช่วงนี้ที่อากาศร้อนอบอ้าว แม้จะมีฝนโปรยปราย แต่ก็ยังคงร้อนมากถ้าได้รับประทานส้มฉุนแล้ว รับรองว่าชื่นใจ เย็นทรวง คลายเครียดได้มากทีเดียว กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน (ว่าด้วยงานนักขัตฤกษ์) ในสำนักพระราชวังบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒)ทรงพระราชนิพนธ์ไว้เพื่อเป็นการพรรณนาเกี่ยวกับอาหารคาวหวานในวังรำพึงรำพันถึงถึงฝีมือในการทำอาหารของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี โดยการนำชื่ออาหาร ลักษณะ หรือความสัมพันธ์มาเชื่อมโยงเข้ากับการรำพึงรำพันนั้น ๆ เป็นวรรณคดีที่มุ่งเน้นความงดงามไพเราะของวรรณคดีเหนือสิ่งอื่นใด มีการใช้โวหารและภาษาที่สละสลวย ตลอดจนการอุปมาเพื่อสื่อถึงรสชาติและฝีมือในการปรุงอาหารของนางอันเป็นที่รัก บอกชื่ออาหารที่หารับประทานได้ยาก เนื่องจากมีวิธีการปรุงที่ยาก และต้องประณีตในการทำเป็นอย่างมาก…

Read More

ข้าวแช่โรงแรมสุโกศล สดชื่น คลายร้อน กับ “ข้าวแช่ต้นตำรับชาววัง” สูตรลับเฉพาะที่ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ ตลอดเดือนเมษายนนี้ เชิญชวนทุกท่านมาคลายร้อนด้วยของว่างสไตล์ไทยๆ กับ “ข้าวแช่ต้นตำรับชาววัง” เสิร์ฟข้าวหอมมะลิออร์แกนิก อบด้วยควันเทียนจนหอม พร้อมความเย็นสดชื่นจากน้ำลอยดอกมะลิและดอกชมนาด ทานคู่กับเครื่องเคียงหลากหลายชนิด อาทิ ลูกกะปิทอด หอมแดงยัดไส้ชุบไข่ทอด พริกหยวกสอดไส้ หมูฝอยหรือเนื้อฝอยผัดหวาน ปลายี่สนหรือปลาช่อนทอดผัดหวาน และไชโป๊ผัดหวาน • สั่งทานที่ร้าน ชุดละ 520 บาทสุทธิ• เซตตะกร้าหวายพรีเมี่ยม ชุดละ 750 บาทสุทธิ สามารถสั่งซื้อหรือทานได้ที่ ซัฟไฟร์ บาร์ ตั้งแต่เวลา 11.30 – 16.00 น.📞02 247 0123 ต่อ 1811 เป็นตำรับอาหารพื้นบ้านของชาวมอญ โดยชาวมอญ นิยมทำขึ้นเพื่อถวายทวยเทพในเทศกาลตรุษสงกรานต์ โดยทำถวายแด่พระสงฆ์ และนำไปให้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคารพนับถือ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ข้าวแช่ได้แพร่มาสู่สำรับไทย และเริ่มเข้าสู่สำรับชาววัง เมื่อสตรีชาวมอญได้เข้ารับราชการฝ่ายในเป็นเจ้าจอมหม่อมห้ามของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน จึงได้ปรุงข้าวแช่เพื่อถวาย ต่อมา ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์ ผู้ที่เคยทำงานห้องเครื่องต้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้นำข้าวแช่ออกสู่ตลาด จึงทำให้ได้รับความนิยมโด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน ข้าวแช่ของรรสุโกศลเป็น ข้าวแช่ชาววัง สูตรต้นตำรับ หม่อมหลวงเติบ ชุมสาย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการทำอาหารไทย และเป็นผู้นำการเผยแพร่อาหารไทย น้ำข้าวแช่ สมัยก่อนใช้น้ำฝนใส่ในโถดินเผา เก็บไว้ในที่ร่มและเย็นชื้น ใช้ดอกชมนาดทำน้ำดอกไม้สดจะถือว่าเป็นที่สุด เพราะมีกลิ่นหอมเหมือนใบเตยผสมข้าวใหม่ หรือใช้กุหลาบมอญหรือดอกมะลิ..จากนั้นอบด้วยเทียนหอม ตัวข้าวแช่ ของเราใช้ข้าวออแกนิค ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ต้มน้ำให้เดือด ใส่มะนาวแทนน้ำส้ม แล้วนำข้าวใส่ลงไปตอนน้ำเดือดแล้ว น้ำมะนาวทำให้เม็ดข้าวขาวใส และสิ่งสกปรกตกตะกอน ต้มจนได้ที่แล้วเอาข้าวมาขัดเบาๆให้เหมือกออกในน้ำเย็น จากนั้นนำมาผึ่งให้แห้งแล้วอบด้วยควันเทียน พริกหยวกสอดไส้ ห่มสไบกรองทอง ใช้หมูติดมัน รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลกรวมกับเกลือจนเนียน ใส่ไข่ไก่ นำไปยัดในพริกหยวกที่คว้านเม็ดออกแล้ว นำไปนึ่ง แล้วห่อด้วยไข่ฝอย หอมแดง ก็ยัดไส้ด้วยลูกกะปิ แต่เพิ่มไข่เค็มกับหมูหยอง นำไปชุปแป้งทอด…

Read More

พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษต้อนรับสายลมฤดูร้อนด้วย “ข้าวแช่โบราณ” ณ ห้องอาหาร สยาม ที รูม โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ข้าวแช่เป็นอาหารพื้นบ้านของชาวมอญ ก่อนจะถูกปรับปรุงพัฒนาโดยห้องเครื่องสยามในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ.2411-2453) และด้วยความหอมละมุนที่คืนความสดชื่นให้แก่ผู้ทาน ข้าวแช่จึงกลายมาเป็นสุดยอดอาหารประจำฤดูร้อนที่ชาวไทยนิยมทานกันในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ ห้องอาหารสยาม ที รูม ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเพลิดเพลินไปกับเมนูข้าวแช่ไทยตำรับโบราณนี้ด้วยกระท้อนเสวย(สำหรับนั่งทานที่ร้านเท่านั้น) ตามมาด้วย “ข้าวแช่” ที่ใช้ข้าวหอมมะลิหุงสุกหอมกรุ่นลอยในน้ำอบควันเทียนลอยดอกมะลิอันงดงามเสิร์ฟพร้อม “ลูกกะปิทอด” ที่โคลกกะปิแท้ผสมเนื้อปลาย่างและสมุนไพรที่คัดสรรมาปั้นพอดีคำทอดจนเหลืองกรอบชวนรับประทาน “พริกหยวกสอดไส้” นำพริกหยวกมาคว้านเมล็ดยัดไส้หมูสับปรุงรสแล้วนำไปนึ่ง ก่อนห่อด้วยไข่ตาข่ายสุดปราณีต “หอมแดงยัดไส้ปลา” เป็นหอมแดงที่สอดไส้ไก่ผัดกับเครื่องหอม ก่อนนำมาชุบไข่และแป้งลงทอด “หมูฝอย” เนื้อหมูต้มสุกฉีกเป็นเส้นผัดให้กรอบคลุกเคล้าน้ำตาลมะพร้าว รวมไปถึง ปลายี่สนผัดหวาน ไชโป๊ผัด อัญชัญยัดไส้กุ้ง ไข่เค็ม ผักสดแนม และปิดท้ายด้วยน้ำแตงโมปั่นเพิ่มความสดชื่นคลายร้อนดับกระหายได้เป็นอย่างดี ร่วมสัมผัสความสดชื่นและความหอมละมุนกลิ่นดอกมะลิ “ข้าวแช่โบราณ” ได้ที่ห้องอาหาร สยาม ที รูม ทุกวันเวลา 11.00 – 17.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ในราคาเพียง 590++ บาทต่อเซ็ท(สำหรับนั่งทานที่ร้าน) หรือ 490++ บาท(สำหรับสั่งกลับบ้าน) สำหรับสมาชิกคลับแมริออทเมื่อมานั่งทานที่ร้านรับส่วนลด 15% สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง โทร 02 059 5999 อีเมล [email protected] หรือติดต่อเราผ่านช่องทางเหล่านี้ เว็บไซต์: www.bangkokmarriottmarquisqueenspark.com เฟสบุ๊ก: https://www.facebook.com/bangkokmarriottmarquis   หรือเพิ่มเราเป็นเพื่อนในไลน์ @siamtearoom เกี่ยวกับโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค โรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นโรงแรม แมริออท มาร์คีส์ แห่งแรกในเอเชียแปซิฟิกแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park) จึงกลายเป็นแลนมาร์คแห่งใหม่ ณ…

Read More

โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ โรงแรมในเครือโอกุระ โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ (Okura Hotels & Resorts) บริษัทบริหารโรงแรมชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น และได้เปิดดำเนินการในประเทศไทยมานานกว่า 8 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม ปี 2555 เป็นต้นมา ได้ประกาศการจัดงาน The Okura Prestige Bangkok Japanese Fair Series 2021 : “The Passionate Curators” เป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 10 – 14 เมษายน 2564 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเสนอวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านกิจกรรมอันหลากหลายทั้งการแสดงดนตรี รวมไปถึงการบริการอาหารและเครื่องดื่มจากห้องอาหารและกิจกรรมมากมายที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่น โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นติดต่อกัน 5 วัน ช่วงวันหยุดยาวในวันสงกรานต์ประจำปี 2564 บริเวณส่วนต้อนรับชั้น 24 จะถูกประดับด้วยต้นซากุระสีชมพูสร้างบรรยากาศของฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระจะบานสะพรั่งในช่วงเวลานี้ พบกับวงดุริยางค์เยาวชนไทย (Thai Youth Orchestra) นำโดย ดร. เป้ อัครวัฒน์ ศรีณรงค์ ที่จะแสดงดนตรีบริเวณส่วนต้อนรับชั้น 24 ตั้งแต่เวลา 17:00 – 18:00 เพื่อเป็นการเปิดงาน ในวันที่ 10 เมษายน 2564 มื้อค่ำวันเดียวกัน ห้องอาหารอัพ แอนด์ อะบัฟ จะเปิดให้บริการ “ยะไต และ อิซากายะ” บุฟเฟต์มื้อค่ำวันเสาร์ในบรรยากาศแบบประเทศญี่ปุ่น เชฟ เซบาสเตียน ฮูแกแวร์ฟ (Sebastiaan Hoogewerf) หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ (Executive Chef) ได้เตรียมรายการอาหารญี่ปุ่นเพิ่มเติมเป็นพิเศษเพื่อให้ “ยะไต และ อิซากายะ” ในวันเสาร์ที่ 10 เมษายน 2564 เป็นค่ำคืนพิเศษที่น่าจดจำ อาหารน่ารับประทาน…

Read More

Kinlakestars.com ขอเชิญชวนทุกท่านมาคลายความร้อนกับเมนูข้าวแช่ เมนูดั้งเดิมที่นิยมรับประทานในช่วงฤดูร้อน ให้บริการช่วงวันที่ พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่ 1 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2564 ที่ห้องอาหารศาลาไทย และยังมีบริการส่งตรงถึงบ้านคุณในชะลอมไม้ไผ่สาน รองด้วยใบตอง สวยงามอย่างไทยแท้และรักษ์โลก “ข้าวแช่สุวรรณภูมิ” สำรับเอกฤดูร้อนหนึ่งเดียวย่านสุวรรณภูมิ โดยเชฟบังอร มาลาเล็ก หัวหน้าครัวไทย ที่ได้ศึกษาและฝึกฝนการทำข้าวแช่และอาหารไทยตำรับในวังตามแบบฉบับของหม่อมหลวงบัว กิติยากร และเชฟบังอรยังได้รับรางวัลพระราชทานต่างๆมากมาย เชฟได้ตั้งใจรังสรรค์เครื่องเคียง 9 ชนิดเพื่อให้สอดคล้องกับเลขมงคลของชาวไทย พร้อมประดับทองคำเปลวบนเครื่องเคียงเพื่อเป็นสิริมงคลและตอกย้ำในความหมายของคำว่าสุวรรณภูมิ “ดินแดนแห่งทองคำ” ข้าวแช่สุวรรณภูมินอกจากจะเป็นเมนูคลายร้อนแล้ว ยังถือเป็นของฝากอันล้ำค่าสำหรับเทศกาลสงกรานต์ที่ผู้ใดได้รับก็ย่อมสุขใจ สำหรับวิธีการทานข้าวแช่กับเครื่องเคียงนั้นเริ่มจากทานลูกกะปิเป็นชิ้นแรกก่อน เคี้ยวให้ได้ลิ้มรสชาติ ตักข้าวแช่ขึ้นทานตามพร้อมน้ำข้าวแช่สักเล็กน้อย รสชาติความเข้มข้นของเครื่องเคียงจะผสมผสานกับความเย็นของข้าวแช่ ทำให้รสชาตินุ่มนวลกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ลิ้มรสความหอม สดชื่น ที่เชฟบังอร มาลาเล็ก หัวหน้าครัวไทย พิถีพิถันนำข้าวหอมมะลิมาหุงสุกและบรรจงขัดข้าวให้ขึ้นเงา จากนั้นนำมาแช่กับน้ำลอยดอกมะลิอบควันเทียน พร้อมเครื่องเคียงถึง 9 อย่าง ลูกกะปิชุบไข่ทอด ลูกกะปิทอดนี้ ใช้กะปิมาผัดให้งวดกับกระชายบดละเอียดและเนื้อปลา ทำให้หอมกะปิแต่ก็มีกลิ่นหอมของกระชายเย็นๆ รสชาติกลมดี และนำมาชุบแป้งและไข่จึงนำไปทอด ไข่เค็ม ไข่เค็มชุบแป้งทอด อร่อย มันเค็มไปกับไข่แดงชั้นดีและนำมาชุบแป้งทอด ปลาช่อนหวานแห้งผัด ปลาช่อนผัดน้ำตาล นี้นำปลาช่อนย่าง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และมาผัดให้งวดกับน้ำตาลมะพร้าว หัวไชโป๊วผัดหวาน รสชาติละมุนลิ้นจากหัวไชโป๊วดองผัดกับน้ำตาลมะพร้าว ให้ได้รสหวานเค็มแบบพอดี หัวไชโป๊วผัดไข่ รสชาติมันและหนักแน่นกว่าอันก่อนจากไข่ที่เพิ่มเข้าไป สีจะต่างกันอันก่อนที่ไม่มีไข่สีจะใส แต่มีไข่สีจะขุ่น มีเทคเจอร์ไข่ประกอบ หัวไชโป๊วดองนานน้อยกว่าตัวแรกผัดกับน้ำตาลมะพร้าว ให้ได้รสหวานเค็มแบบพอดี หมูฝอย และเนื้อฝอย เนื้อและหมูหวานฝอย ใช้เนื้อ และ หมูมาย่าง ทุบเป็นแผ่น และฉีกให้เป็นฝอย หอมยัดไส้ปลาชุบแป้งทอด ต่อมาในส่วนของหอมสอดไส้พร้อมส่วนไส้นี้ใส่ข้างในนั้นเป็นปลาสามรสซึ่งงวดนี้ได้นำไปนึ่งก่อน แต่ได้ทำการบีบไขมันออกทั้งหมดจึงเหลือแต่ในส่วนที่เป็นเนื้อจากนั้นปรุงด้วยสามเกลอซึ่งก็คือรากผักชีพริกไทยและเกลือ คลุกเข้ากับกระเทียมจึงได้รสแบบไทยๆด้วยวัตถุดิบต่างชาติ พริกหยวกสอดไส้หมูกุ้ง และไข่เค็ม พริกหยวกไส้หมูสับของที่นี่ไส้ข้างในเป็นหมูปรุงรสด้วยสามเกลอ นั่นคือ รากผักชี เกลือ และพริกไทย ผสมกับไข่แดงเค็มปั้นรวมกันและยัดไส้ สำหรับไข่ที่ใช้ห่อตัวพริกหยวกนั้นไม่ใช่ไข่ฟู แต่ใช้ตาข่ายซึ่งดัดแปลงมาจากแผ่นล่าเตียงซึ่งล่าเตียงนี้เป็นการนำไข่แดงมาทำเป็นตาข่ายนิ่มสำหรับที่ใช้ในการทำขนมไทยชนิดอื่นแทน ทุกเมนูนั้นปรุงอย่างพิถีพิถันตามตำรับไทย นอกจากนี้เชฟบังอร…

Read More

 สำหรับชื่อ “โบตั๋น” ในภาษาไทยนั้น มาจากชื่อดอกไม้นี้ในภาษาญี่ปุ่นว่า “โบะตัง” แต่บางคนก็ว่า มาจากชื่อในภาษาจีนว่า “หมู่ตัน”  ส่วนในภาษาอังกฤษเรียกว่า “peony” โดยมีตำนานเล่าว่า ตั้งตามชื่อของไพอัน (Paean) ศิษย์คนหนึ่งของเอสเคลปิอัส เทพเจ้าแห่งการแพทย์ของกรีกโบราณ ต่อมาเอสเคลปิอัสอิจฉาลูกศิษย์ของตน เทพเซอุสช่วยไพอันให้พ้นภัยโดยสาปให้กลายร่างเป็นดอกโบตั๋น เทศกาลดอกโบตั๋นบาน เมืองลั่วหยาง (ใน 1 ปีมีจัดงานเทศกาลดอกโบตั๋นแค่ครั้งเดียว ช่วงประมาณวันที่ 5 – 25 เมษายน)     ดอกโบตั๋น เป็นดอกไม้ที่มีความหมายพิเศษสำหรับชาวจีน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นหนึ่งในดอกไม้อีกชนิดหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีน เป็นดอกไม้ที่มีความหมายดีๆ เป็นมงคล      ดอกโบตั๋น แตกต่างจากดอกไม้ชนิดอื่น ๆ คือที่ก้านจะมีใบ 3 ใบ และในใบใหญ่แต่ละใบจะแตกออกเป็นใบเล็กอีก 3 ใ บ รวมทั้งหมด 9 ใบ จึงเป็นที่มาของคำเปรียบเปรยว่า “ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้มังกร 9 หัว” กล่าวคือเป็นดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของความมั่งมีศรีสุข มีลาภยศยิ่งใหญ่ จิตรกรจีนมักจะวาดภาพดอกโบตั๋นสีสันสดใส และคนจีนก็นิยมนำไปประดับบ้านโดยเฉพาะที่ห้องรับแขก เพราะเชื่อกันว่าจะนำพามาซึ่งความมั่งคั่ง โชคลาภและความร่ำรวยในสมัยโบราณ ดอกโบตั๋นเป็นที่นิยมเพาะเลี้ยงกันในหมู่ชนชั้นสูง ซึ่งบางครั้งราคาประมูลขายกันแพงมาก จนสุดยอดกวีราชวงศ์ถังท่านหนึ่ง ชื่อ ไป๋จวีอี้ กล่าวไว้ว่า “อี้ฉงเซินเซ่อฮวา สือฮุจงเหรินฝู้” ซึ่งหมายความว่า “โบตั๋นเพียงไม่กี่ดอกยังมีมูลค่ามากกว่าเงินภาษีของชนชั้นกลางสิบคนเสียอีก” มีเรื่องเล่ากันว่าสมัยพระนางบูเช็คเทียน พระองค์เคยโปรดดอกโบตั๋นมาก สมัยนั้นโบตั๋นยังมีแพร่หลายในเมืองฉางอาน เมืองหลวงของจีนในสมัยนั้น หรือซีอานในปัจจุบัน วันหนึ่งในฤดูหนาว พระนางบูเช็คเทียน เกิดอยากชมดอกไม้ขึ้นมา จึงออกคำสั่งให้ดอกไม้บานโดยพร้อมเพรียงกัน มีแค่ดอกโบตั๋นเท่านั้น ที่ไม่ยอมบาน เนื่องจากเห็นว่าไม่ถึงฤดูกาล เมื่อดอกโบตั๋นไม่ยอมบาน พระนางฯ ก็โกรธมาก สั่งเผาอุทยาน แล้วให้ถอนรากถอนโคนดอกโบตั๋น เอาไปทิ้งที่เขาเป่ยหมาง ในเมืองลั่วหยาง แต่ไม่คิดว่าโบตั๋นจะปลูกได้ดีที่นี่ ลั่วหยางก็เลยกลายเป็นแหล่งเพาะปลูกโบตั๋นที่สำคัญไป และจากสาเหตุที่โดนเผา จึงกลายเป็นที่มาว่าทำไมต้นโบตั๋นจึงแห้งและมีสีเข้มเหมือนถูกไฟเผา      ดอกโบตั๋น ในประเทศจีนจะออกดอกและบานในช่วงเดือนเมษายน ดอกโบตั๋นดอกหนึ่งจะมีอายุการผลิบานอยู่ราว 7-10 วัน “เทศกาลดอกโบตั๋นบานเมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน เป็นเทศกาลชมดอกโบตั๋นที่สวยงามที่สุดในประเทศจีน” ความหมายของภาพดอกโบตั๋น ติดที่ห้องไหนถึงจะดี ดอกโบตั๋น เป็นสัญลักษณ์ของความรักใคร่ ความสวยงามของเพศหญิงและความรู้สึกที่เป็นไปด้วยความรักของหนุ่มสาวและใช้เป็นสัญลักษณ์ตกแต่งหลักในศิลปะต่างๆของจีนเพื่อดึงดูดความรักและความมั่งคั่งร่ำรวย ไว้ที่ห้องไหนถึงจะเหมาะสม   1.…

Read More

วิถีชีวิตริมสายน้ำอยู่คู่กับชาวสยามมานานแสนนาน นับตั้งแต่ก่อนจะตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ย้อนไปได้กว่าพันปี​ โรงแรมบันยันทรีกรุงเทพฯขอนำเสนอประสบการณ์สุดพิเศษทุกท่านล่องเรือไหว้พระเป็นมงคลชีวิต ที่เตรียมให้พร้อมทั้งธูปเทียนดอกไม้ พร้อมกับเจ้าหน้าที่บรรยายถึงจุดต่างๆ ที่ควรเข้าสักการะและประวัติศาสตร์อันยาวนาน พร้อมทั้งการดูแลชั้นเลิศจากเจ้าพนักงานโรงแรม พร้อมเครื่องดื่มและของจีนจะเซฟมากฝีมืออย่าง เชฟเรณูแสนอร่อยได้มงคลชีวิตในราคาแสนพิเศษกับทริปไหว้พระกินอาหารเที่ยง Looking Beyond The River ราคา3399 บาท สำหรับ 2 ท่าน ไหว้พระ 3 วัด (วัดกัลยาณมิตร, วัดอรุณ, วัดระฆัง)เซ็ตอาหารกลางวันสำหรับ 2 ท่าน บนเรือ แซฟฟรอน ครูซ (ไม่รวมเครื่องดื่ม)ห้องพักฮอไรซอน (ไม่รวมอาหารเช้า) 1 คืน สำหรับ 2 ท่านมัคคุเทศก์นำชมตลอดเส้นทางดอกไม้ไหว้พระทริปไหว้พระมี เฉพาะวันเสาร์ เริ่มเสาร์ที่ 20 มีค. – เสาร์ที่ 29 พค. ราคาล่องเรือ + อาหารกลางวัน 1755 บาท ต่อท่านเมนูอาหาร BANYAN TREE Looking Beyond The River จานเรียกน้ำย่อยกุ้งย่างยำส้มโอกับดอกไม้Grilled Prawn, Pomelo, Edible Flower Salad, Chili Lime Dressing จานหลักปลากะพงทอดขมิ้นยำแตงอ่อนDeep Fried Marinated Sea Bass Turmeric, Young Cucumber Saladมัสมั่นเนื้อน่องลาย เสิร์ฟกับโรตีSlowcooked Beef Shank in Massaman Curry, Peanut, PotatoServed with Roti ของหวานปากริมสีทอง, แตงมปลาแห้ง, ไอศกรีมมะม่วงพริกเกลือPumpkin Dumpling in Light Coconut Milk,Summer Watermelon, Dried Fish,Crisps Shallot Spicy Mango Ice…

Read More