สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ Kinlakestars.com จะพาทุกท่านไปพบกับหนึ่งในมื้ออาหารแห่งความประทับใจไปกับ A Michelin-Starred Night to Remember โดย Chris Naylor

เชฟคริส เนย์เลอร์ (Chris Naylor) เป็นเชฟชื่อดังชาวอังกฤษจากร้าน “Vermeer” ร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่งในโรงแรม NH Collection Amsterdam Barbizon Palace เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้รับรางวัลมิชลินในปี ค.ศ. 2011 สไตล์การทำอาหารของเชฟคริสโดดเด่นด้วยความคิดสร้างสรรค์เฉพาะตัวที่พร้อมท้าทายขีดจำกัดเดิมอยู่เสมอ และยังคงให้ความสำคัญกับคุณค่าและรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบ “เมนูของผมอาจจะไม่ได้สวยสะดุดตา แต่ผมเชื่อว่าความงามที่แท้จริงของอาหาร อยู่ในรสชาติที่คุณได้ลิ้มลอง” 

ในโอกาสสุดพิเศษนี้ เชฟคริส ได้บรรจงรังสรรค์เมนูดินเนอร์มื้อพิเศษ 5 คอร์ส เพื่อมอบประสบการณ์ในการลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ Wine pairing course

อุ่นเครื่องกับ Amuse-bouche

SNACK:
               Passion fruit frozen mouse (somewhat sorbet texture with mint + coffee as latent flavors!)

เริ่มต้นด้วยการเปิดต่อมรับรสด้วยเสาวรสที่มีความหวานเปรี้ยวแต่ลดความแหลมให้นุ่มละมุนด้วยรสและกลิ่นกาแฟแต่มีความสดชื่นอย่างโดดเด่นจากมิ้น

               Fine de Claire Oyster marinated with manzanilla, yogurt and cucumber
>> fresh & light taste

ให้รสที่สดชื่นอย่างโดดเด่น หอยนางรมฟินเดอร์แคล์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือเบาๆสดชื่นไม่ครีมมี่ตัวไม่ใหญ่ไม่เล็กไปออกแฟลทนิดๆ มีกลิ่นเขียวๆสไตล์พืชตระกูลแตงจากแตงกวา นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเยี่ยมและล้างปากจากชิ้นก่อนได้ดี

ปลาแมคเคอเรลหมักในแอปเปิ้ล ขิง และน้ำซุปมะกอก

Mackerel marinated in apple and ginger with red pepper and olive bouillon served with Paprika? Puree + Lemon Slice


>> Quite good, pleasant fresh fish odor, best with puree and the lemon slice!

สร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องไปกับรสชาติที่ชวนให้นึกถึงชายทะเล ท่าเรือ ฤดูร้อนของเนเทอร์แลนด์อย่างปลาแมคเคอเรลหมักในแอปเปิ้ล ถ้าเป็นฝั่งเอเชียก็ซาบะดองน้ำส้มสายชูของญี่ปุ่น เนื้อปลามีความหนึบและเป็นก้อนขึ้นจากการหมักกับน้ำแอปเปิ้ลให้ความเปรี้ยวอมหวานนิดๆ ผสานกับความมันเค็มของปลาชวนน้ำลายสอ พิวเร่ปาปิก้ากับขิงช่วยให้สดชื่นและนึกถึงท่าเรือที่มีเรือขนเครื่องเทศกับของต่างๆมาเทียบท่า และที่แปลกสุดๆคือต้องกินคู่ไปกับน้ำซุปมะกอก

หอยเชลล์อบพร้อมขนมปัง เสิร์ฟคู่กับลูกพลัมหมัก

Baked-in-bread scallop, fermented plum and celeriac jus (+seaweed inside)

>> หุ้มรอบๆ scallop ด้วยขนมปัง เพื่อให้อบ scallop ให้ได้ที่ และ ให้กลิ่นหอมของ pulm, jus และ seaweed อยู่ในเนื้อ scallop แถมกลิ่นหอมของขนมปัง

>> ขนมปังหอมที่มีกลิ่นหอมๆกรุ่นแบบพึ่งออกมาจากเตา และเกรียมกำลังดีมากๆ เนื้อแป้ง นุ่มและหวานเมื่อเข้าปากผ่านเอนไซน์ในปาก ขอบร่วนแต่ไม่แข็งสักนิด
>> เนื้อ scallop ดีมากตัวใหญ่ แน่นหนึบ และหวาน ความพิเศษนอกจากรสชาติและวัตถุดิบชั้นเลิศคือมี gimmick ให้ลองเปิดฝา scallop เอง สวยงาม สร้างสรรค์

ปลาตาเดียวกับผักกาดย่างและซอสหอยแมลงภู่ที่ผสมผสานเครื่องเทศ

Sole filet with BBQ cabbage and mussel vadouvan sauce

>> The best! Sole เนื้อดีงามสุด หมักแบบพิเศษที่ chef บอกสูตรไม่ได้ กินคู่กับ BBQ cabbage ที่ย่างออกมาหอม เพิ่ม texture, Sauce ก็เข้ากับรสชาติของอาหารดีมาก (มีเพิ่ม cinnamon กับ paprika ช่วยเพิ่ม appetite)

>> A mouth-watering dish!

  • Roasted and braised veal blade with pumpkin puree and horseradish granola

เนื้อวัวตุ๋น เสิร์ฟพร้อมฟักทองพูเร และฮอร์สแรดิชกราโนล่า

>> เนื้อ veal มาแบบ medium well แต่ยังนุ่ม หนึบ หวานคงรสของเนื้อได้ดี มี pumpkin puree ที่ให้ความหวานและหอมแบบมีเอกลักษณ์ กับ horseradish granola เพิ่ม texture ให้กรุบกรึบอร่อยสนุกในปากมากขึ้น

>>surprise พิเศษจาก chef ด้านล่างเป็นส้มตำ ที่ให้รสหวานเปรี้ยวและความกรอบจากมะละกอดิบ ช่วยทั้งรสชาติที่ลงตัวอย่างเหลือเชื่อและมะละกอดิบยังช่วยเพิ่มการย่อยเนื้อได้ดียิ่งขึ้น

ปิดท้ายด้วยของหวาน พายแอปเปิ้ล เสิร์ฟพร้อมสตรอเบอร์รี่หมักในเหล้าเมซคาล ครีมเลมอน

Chicory apple pie


>> ใช้ Chicory ทึ่คล้ายหัวปลี มาปรุงปรับ texture และ รสชาติออกมาเป็น apple pie กินคู่กับ ไอศกรีมคาราเมล นับว่าแปลกแบบที่ไม่ได้เจอได้ในที่ไหนเสียเท่าไหร่ สองสิ่งดูไม่น่าจะไปกันได้แต่กลับเข้ากันได้อย่างลงตัว จานนี้เชฟทำผักมาใช้ได้อย่างน่าทึ่งจริงๆครับ


Strawberries marinated in mescal, lemon chiboust and lemon sorbet

>> Lemon Chiboust นุ่มมาก รสดี เช่นเดียวกับ lemon sorbet, strawberry หวานเปรี่ยวพอดีมากๆ รวมๆกันแล้วเป็นของหวานที่ปิดท้ายและล้างปากได้ดีมากจริงๆครับ

ล่ำลาก่อนจากลากันด้วย Petit four

มาถึงจุดนี้ก็อิ่มหนำกันเต็มที่ แต่ด้วยธรรมเนียม Fine dining นั้นก็ต้องมี Petit four สำหรับค่ำคืนนี้เป็น Chocolate หลากหลายสไตล์ ชิ้นพอดีคำ จะกินคู่กับชาหรือกาแฟก็ล้วนเข้ากันได้อย่างดิบดี

*Chef เป็น British แต่ได้ Michelin star จากร้าน Vermeer ใน Amsterdam

โดยท่านสามารถเลือกสัมผัสกับดินเนอร์แพ็คเกจ ราคา 4,000++ บาท หรือ ไวน์ดินเนอร์แพ็คเกจ ราคา 5,500++ บาท ต่อท่าน (ราคาไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริการ)

ร่วมสัมผัสรสชาติอาหารระดับมิชลินสตาร์ จากฝีมือเชฟคริส เนย์เลอร์ เพียง 2 คืนเท่านั้น ระหว่างวันที่ 7  – 8  มิถุนายน 2562 เวลา 18.00 น. – 22.00 น. ณ ห้องอาหารเมดิสัน สเต๊กเฮ้าส์ ชั้น 1 โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ (รถไฟฟ้า BTS ราชดำริ) สำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2126 8866 ต่อ 1222 อีเมล [email protected] หรือ เว็บไซต์ siam-bangkok.anantara.com

Story : Dr. Athiwat T.
Photo : Pol.Cap. Kittin A.

michelin star, review, fine dining, anantara, Chris Naylor, Madison

KinlakeStars.com


KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารและการท่องเที่ยว ที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม รวมถึงการท่องเที่ยวและที่พัก ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม เที่ยว พัก ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีส และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง kinlakestars.com – กินแหลกแจกดาว

รูปและเนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของทาง KinlakeStars.com ไม่อนุญาตให้นำไปใช้จนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากทางผู้บริหาร หากฝ่าฝืนผู้บริหารพร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

Comments

Comments are closed.