หากบอกว่าเอาผลไม้มาทานกับข้าวอาจฟังดูแปลกไม่คุ้นชินสำหรับใครหลายคน แต่อันที่จริงแล้วคนไทยในอดีตก็นิยมนำผลไม้มาทานกับข้าว หลายบ้านหากมีตายาปู่ย่าอาจเห็นภาพผู้เฒ่านำมะม่วง ทุเรียน มาทานกับข้าว ในวันนี้กินแหลกแจกดาวขอนำเสนอ 10 รายการอาหารที่นำผลไม้มากินกับข้าวและได้สุขภาพดีจาก นพ.กฤษดา ศิรามพุช

อาหารจานโปรดในวัยผู้ใหญ่มักมีที่มาย้อนไปได้ถึงวัยเด็ก มักเป็นกับข้าวที่ถูกทำรับประทานกันในครอบครัว ซึ่งโดยมากเป็นฝีมือคุณแม่ที่ทำให้เรา “ติดใจ” กันมาจนโต อร่อยเพราะ “คุ้นลิ้น” และ “คุ้นรัก”
เป็นอาหารที่ปรุงมาด้วยความรักในหัวใจแม่จึงทำให้อร่อยติดใจกว่า
จานไหนๆ ซึ่งอาหารการกินสมัยก่อนนั้นน่าทึ่งมากเพราะผู้ใหญ่ท่านต้องใช้ “ฝีมือ” เป็นหลักด้วยเครื่องทุ่นแรงก็มีไม่มาก  ยิ่งถ้าพูดไกลถึงครัวไฟในยุคคุณปู่คุณทวดครั้งกระโน้นยิ่ง “ไม่ง่าย” ไหนจะจุดฟืนก่อไฟและดงข้าวกัน ไหนจะไปเก็บผักหักฟืนอีก ไม่ได้เปิดปุ๊บติดปั๊บเสกได้เหมือนกับสมัยนี้ ยังจำได้ดีถึงอาหารจานโปรด

สมัยเด็กจนแม้กระทั่งตอนนี้ก็ยังชอบนั่นคือ “ไก่จิ้มน้ำปลา” ครับ จำได้ว่าเห็นคุณยายกินมาตั้งแต่เด็ก เมื่อได้ไก่หรือหมูสามชั้นมาก็ได้แล้วต้ม
ให้สุก จากนั้นรินน้ำปลาดีหอมฉุยใส่ถ้วย จากนั้นก็ไม่ต้องพูดพล่าม
ทำเพลงอะไรมาก กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยชื่นใจ

แม้ในตอนเขียนอยู่นี้ก็ยังได้กลิ่นน้ำปลาหอมฉุยลอยมาในหัว
ซึ่งสำรับของคุณยายนั้นก็จะกินไก่หรือหมูจิ้มน้ำปลาดังว่านี้แล้ว บางที
ยังมีเครื่องแนมที่เด็กข้างสำรับอย่างผมตื่นตาอีกนั่นก็คือ “แตงโมสุก”
เป็นแตงโมสีแดงสดคลุกกับข้าว ดูชุ่มฉ่ำทำให้เด็กอย่างผมทึ่งครับ
บางทีก็มีมะม่วงดิบฝานไว้แนม ถ้าช่วงใดมียอดมะขามหรือกระถินอ่อน
งามดีก็จะได้เข้ามาเป็นเครื่องแนมในสำรับด้วย ยายบอกผักพวกนี้ช่วย “เจริญอาหาร” ผมเองก็กินสำรับตรงหน้าไปดูยายกินข้าวไปอย่างไม่เบื่อ เพราะแค่ดูยายเคี้ยวหมุบหมับจับโน่นจิ้มนี่ก็ชวนให้อร่อยแล้ว ครั้นพอโตขึ้นก็ยิ่ง “ทึ่ง” ว่าในบรรดาผลไม้ที่ผู้ใหญ่ท่านเอามากินกับข้าวได้นั้นมันมีประโยชน์ที่เข้า กันได้ดีกับอาหารอีกหลายอย่างในสำรับอย่างน่าทึ่ง ยกตัวอย่าง “ปลาแห้งกับแตงโม” ที่เป็นเมนูเก่าแก่ ในแตงโมมีวิตามินเอสูงซึ่งจะละลายได้ดีในไขมันปลา หรือว่าอย่างกล้วยน้ำว้าที่รับประทานกับข้าวในผู้สูงวัยมากๆ นั้น ก็ถือเป็นอาหารช่วยให้สมองสงบสบายจากสาร “ทริปโตแฟน” ที่มีอยู่ในกล้วยและข้าวนอกจากที่ว่ามายังมีอีกหลายผลไม้ที่เอามาใส่ในสำรับ ของคาวได้อย่างมีสีสันครับและที่สำคัญคืออร่อยด้วย ช่วยให้เจริญอาหารเมื่อได้ลองของแปลกใหม่ ท่านเองก็ลองได้ดังต่อไปนี้ครับ สุขภาพดีในทุกคำ

เมื่อนำผลไม้เข้าสำรับ

1) มะละกอจะกินเป็นของว่างก็ได้อย่างส้มตำไทย หรือในเมนู
กินกับข้าวก็มีอย่าง มะละกอดิบผัดไข่,แกงส้มมะละกอเป็นต้น ซึ่งในมะละกอดิบนั้นมีเอนไซม์ “ปาเปน” เป็นพระเอกหลักที่ช่วยย่อยเศษโปรตีนส่วนเกินในลำไส้ นอกจากนั้นยังมีเส้นใยช่วยกระตุ้นลำไส้ให้ทำงานอย่างมหาศาล ถือเป็นการ “ดีท็อกซ์” ไปในตัวทุกครั้งที่มีมะละกอในสำรับครับ

2) เปลือกแตงโมนอกจากเนื้อจะเอามาจิ้มน้ำปลาดีกินกับข้าวสวย
ได้แล้ว เปลือกแตงโมเมื่อควักเนื้อออกหมดแล้วสามารถเอามา “หั่น” ส่วนอ่อนๆใช้ใส่แกงส้มได้ หรือจะหั่นแล้วใช้ผัดไข่ก็อร่อย โดยสรรพคุณของเปลือกแตงโมคือมีสาร “ซิทรัลลิน(Citrulline)” ที่ช่วยบำรุงหลอดเลือดและสุขภาพทางเพศได้ดี เรียกว่าเป็น “ยาโด๊ป” ธรรมชาติขนานหนึ่งได้ รีบไปหามาแกงดูครับ ก่อนที่จะหมดตลาด(แฮ่)

3) สับปะรดพูดถึงเมนูเด็ดสับปะรดก็ไม่แคล้วแกงคั่ว,ข้าวอบสับปะรดไปจนถึงขนมจีนซาวน้ำแสนอร่อย ซึ่งสับปะรดมีกรดเปรี้ยวที่ช่วย
เจริญอาหารได้ด้วยครับ มีเคล็ดลับคือให้ใส่ “แกน” สับปะรดลงไปด้วยเพราะมีประโยชน์สำคัญจากสารช่วยย่อยอยู่ในนั้นมาก หากรับประทานเนื้อสัตว์เยอะ ได้สับปะรดเข้าไปหน่อยจะช่วยแก้ทางกันดี ในท่านที่มีโรคเหงือกหรือเลือดออกตามไรฟัน รับประทานสับปะรดบ่อยๆ จะช่วยให้วิตามินที่ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรงไม่เปราะครับ

4) ขนุนอ่อน เป็นของดีที่เอามาทำ “กับข้าว” ได้หลายอย่าง
อย่างภาคอีสานเอามาแกงก็แซ่บนัวแท้ หรือภาคเหนือเอามาทำ
“ตำบ่าหนุน” หรือตำขนุน ส่วนภาคกลางเอามาต้มกะทิก็เป็นอีกเมนู
ที่ดึงความอร่อยนุ่มลิ้นจากเนื้อขนุนออกมาได้ ในขนุนอ่อนมีประโยชน์คือ “แทนนิน” เป็นสารฝาดต้านการอักเสบ ช่วยบำบัดอาการท้องเสีย ช่วยบำรุงจอตาและสุขภาพตาเพราะมี “วิตามินเอ” สูง เหมาะกับท่านที่มีปัญหาตามองเห็นจุดดำลอยไปมาหรือว่ามองภาพไม่เต็มชัด

5) แกงองุ่น ดูไม่น่าจะเป็นของคาวได้แต่องุ่นสดก็เอามาทำได้หลายเมนูครับ อย่างส้มตำผลไม้,ยำองุ่น ส่วนแกงองุ่นที่ว่าก็คือ “แกงเผ็ด
เป็ดย่าง” ที่หลายท่านรู้จักกันดีนั่นเอง เพราะความพิเศษของแกงเป็ดนี้
ก็คือต้องมีผักผลไม้เปรี้ยวใส่ลงไปด้วยอย่าง มะเขือเทศและสับปะรด
นี่ได้องุ่นม่วงเข้าไปอีกก็ยิ่งช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระครบเครื่องจาก เปลือกองุ่นและเมล็ดครับ แกงเผ็ดหม้อนี้ตักมาราดข้าวรับประทานร้อนๆออกรสมากครับ

6) ส้มซ่าใส่หมี่กรอบ ใครที่ไม่คุ้นกับส้มซ่าขอให้รู้ว่าส้มซ่าเป็นสมุนไพรสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยเพิ่มรสชาติในสำรับกับข้าวได้ดี
ในหมี่กรอบตำรับชาววังขนานแท้ให้รสชาติที่อร่อยและบำรุงสุขภาพได้ด้วย นอกจากหมี่กรอบแล้วยังมีขนมจีนน้ำพริก,หมูแนม,ปลาแนมที่ใส่ส้มซ่าลงไปได้ ช่วยให้หอมชวนรับประทานมาก ส้มซ่ามีประโยชน์ช่วยลดคลื่นไส้ แก้เลี่ยน ลดเวียนหัว บำรุงเลือด แก้ไอและช่วยขับเสมหะได้ด้วยครับ การรับประทานส้มซ่าจึงเหมาะกับผู้ที่หน้ามืดเป็นลมบ่อยด้วยครับ

7) น้ำพริกสะท้อนผลสะท้อนก็คือ “กระท้อน” นั่นเองครับ ตำรับนี้เหมาะทำในหน้าร้อนอย่างนี้ที่กระท้อนเริ่มออกผลเต็มที่ โดยกระท้อน
ที่เอามาทำนี้ไม่ต้องเป็นแบบหวานมากก็ได้เพราะจะใช้ทั้งเนื้อและปุย
ข้างในเพื่อให้ได้รสฝาดอร่อยเข้ากับเครื่องน้ำพริกอื่นอย่าง กุ้งแห้ง,กะปิ,มะอึกและมะนาว ซึ่งน้ำพริกสะท้อนนี้เป็นน้ำพริกที่โขลกแล้วกินสดก็ได้หรือผัดเข้าไฟหน่อย รับประทานร้อนๆ ก็อร่อยดี กินกับผักสดอย่างยอดกระถิน,ขมิ้นขาว,แตงกวา หรือว่ามะเขือก็เข้ากันดีในกระท้อนมีสารฝาดสมานแก้อาการร้อนในและยังมี “โพแทสเซียม” ช่วยลดความดันด้วยครับ

8) น้ำพริกมะขาม และน้ำพริกมะม่วง เป็น 2 น้ำพริกที่กินแล้ว
กระตุ้นต่อมน้ำลายดีให้ความเผ็ดแบบสดชื่น มะขามให้ความเปรี้ยวแบบชื่นใจกับสารที่ช่วยบำรุงคอลลาเจน เป็นน้ำพริกที่ทำให้ผิวดี ส่วนน้ำพริกมะม่วงนั้นเป็นน้ำพริกที่อุดมด้วยเบต้าแคโรทีนจึงช่วยสุขภาพตา เรียกว่าเป็นน้ำพริกโลกสวยช่วยให้ตาดีก็ได้

9) แกงคั่วหัวตาลหรือแกงลูกตาลอ่อน เป็นอาหารขึ้นชื่อคู่บ้านคู่เมืองเพชรบุรีมานาน ลูกตาลถือเป็นของหวานก็ได้ของคาวก็อร่อยครับ
โดยสูตรแกงลูกตาลอ่อนมีหลายตำรา แต่ว่าหลักๆ คือใช้ส่วนหัวตาลอ่อนที่อยู่ด้านบนสีขาวฝานเป็นชิ้นบางๆ ครับ แล้วแกงใส่เนื้อปลาทูโขลกใส่กะทิเข้าไปเป็นอาหารจานที่ชวนให้กินข้าวได้ อร่อยเพราะมีทั้ง
รสหวาน,ข้นมันและเปรี้ยว หัวตาลหรือส่วนของลูกตาลอ่อนนี้มีฤทธิ์เป็นยาเย็นครับ ช่วยแก้กระหาย ลดอาการเจ็บคอและช่วยเติมน้ำให้ร่างกายชุ่มชื้นสดชื่น ลดความร้อนในร่างกายได้ดีด้วย

10) ยำส้มโอและข้าวยำสมุนไพรใส่น้ำบูดู เป็น 2 ยำที่ทำโดย
ใส่กลีบส้มโอเป็นส่วนประกอบ เป็นอาหารสุขภาพที่ช่วยคุมน้ำหนักตัวได้ดี เพราะส้มโอมีพลังงานต่ำแต่มีใยอาหารช่วยให้อิ่มสูงอยู่ที่เนื้อใสนุ่มนั่นละ ครับ นอกจากนั้นรสเปรี้ยวของส้มโอยังช่วยให้อดบุหรี่ง่ายขึ้นด้วย ส้มโอมีวิตามิน ซี,เบต้าแคโรทีนและเส้นใยสูงมาก เมื่อได้น้ำบูดูที่มีโปรตีนกับแคลเซียมอีกก็ช่วยกันเติมให้ร่างกายได้ วิตามิน “ครบ” ในหนึ่งจานเด็ดนี้ครับ นอกจากนี้ยังมีผลไม้ที่เอามาทำเป็นของคาวได้อีกมากอย่าง ส้มตำกล้วยดิบแซ่บจี๊ด, ปลาอินทรีย์ต้มสละหอมอร่อย, ยำเกสรชมพู่สีสวยหรือว่ายำกะท้อนกระตุ้นต่อมน้ำลาย จัดเป็นภูมิปัญญาไทยที่ไม่มีที่ใดเหมือน ที่สำคัญคือ ช่วยเตือนให้เรารู้ว่าอย่าละเลยผักและผลไม้ ดังจะเห็นว่าคนแต่ก่อนท่านไม่เคยขาดจังหวะที่จะใส่บรรดาผักผลไม้ที่มี ประโยชน์ลงไปในสำรับทุกมื้อ ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้อุตส่าห์มีของดีอยู่ใกล้ตัวทั้งที

ขอบคุณ :
นพ.กฤษดา ศิรามพุช
ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ
American Board of Anti-aging medicine

Comments

Comments are closed.