มะกอก ได้รับการขนานนามว่า “ผลไม้ทองคำ” หรือ “สมบัติแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน” ประโยชน์ของน้ำมันมะกอกมีมากมายไม่เพียงแค่เป็นส่วนประกอบในการทำอาหารเท่านั้น ยังถูกนำมาใช้ในเครื่องสำอางต่างๆ เพราะว่าน้ำมันมะกอกช่วยขจัดสิ่งสกปรกและสารพิษที่สะสมอยู่ในร่างกาย ทำให้ผิวกระจ่างใสชุ่มชื่น แถมน้ำมันมะกอกยังหาซื้อได้ที่ซุปเปอร์มาเก็ตทั่วๆไปได้ง่าย%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%81-helptohealth

น้ำมันมะกอกสกัดเย็นบริสุทธิ์เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันชนิดดี เป็นหนึ่งในตัวช่วยไดเอตแบบ Mediterranean diet หรือวิธีลดน้ำหนักที่เน้นกินผักสด ผลไม้ ปลา น้ำมันมะกอก เนื้อไม่ติดมัน ธัญพืช และไวน์แดง ซึ่งน้ำมันมะกอกที่กินแล้วดีต่อสุขภาพก็คือ น้ำมันมะกอกสกัดเย็นบริสุทธิ์ เพราะเป็นน้ำมันที่อุดมด้วยวิตามินอี วิตามินเค และสารต้านอนุมูลอิสระ ด้วยเหตุนี้จึงถือว่าเป็นน้ำมันที่กินแล้วดีต่อสุขภาพของเรา ช่วยบำรุงสุขภาพของเราได้แทบจะทุกด้าน เช่น ลดการติดเชื้อในร่างกาย ลดระดับไขมันเลว (LDL) ในกระแสเลือด ปรับสมดุลความดันโลหิต และบำรุงหัวใจ เคล็ดลับความงามด้วยน้ำมันมะกอก

 

ควรกินเวลาไหนดี ?

เวลาที่ดีที่สุดสำหรับรับประทานน้ำมันมะกอกคือตอนเช้า การรับประทานน้ำมันมะกอกหนึ่งช้อนซุปในช่วงเวลาเช้าตรู่ก่อนอาหาร คือยาบำบัดรักษาที่ดีเลิศที่สุดสำหรับผู้ที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากเรื่องของตับ การรับประทานน้ำมันมะกอกด้วยวิธีดังกล่าวนอกจากจะช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดอาการเจ็บป่วยภายในใดๆแล้ว ยังช่วยหล่อลื่นทางเดินลำไส้
ช่วยทำให้อาหารที่รวมตัวอยู่ในลำไส้เคลื่อนไปในเส้นทางของมันได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังกระตุ้นให้ตับที่เฉื่อยชาและถุงน้ำดีให้ทำหน้าที่ของมัน ช่วยยับยั้งการก่อตัวและการเพิ่มจำนวนของเชื้อโรคในลำไส้ เห็นประโยชน์มากมายของน้ำมันมะกอกแล้วก็ไม่ควรมองข้ามกันเลยทีเดียว

 

ประเภทของน้ำมันมะกอก กินให้ถูกชนิด!

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า น้ำมันมะกอกนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ก็คือ ประเภท Extra Virgin และอีกประเภทคือ ประเภท Extra Light ซึ่งแต่ละประเภทนั้นก็จะมีวิธีการนำไปใช้ที่แตกต่างกัน แต่ละประเภทจะมีวิธีใช้อย่างไรวันนี้เรานำมาบอกกัน

ประเภท Extra Virgin

เป็นน้ำมันที่สกัดด้วยการบีบเย็นซึ่งไม่ผ่านความร้อน จึงเหมาะกับการทานสด เช่นสลัด หรือนำไปหมักเนื้อสัตว์ต่างๆ ไม่เหมาะแก่การนำไปผ่านกระบวนการที่มีความร้อน อย่างการทอดหรือผัด

ประเภท Extra Light

ผ่านการสกัดโดยการกลั่น ไม่มีกลิ่น เหมาะแก่การนำไปปรุงอาหารที่ความร้อนสูง เช่น การผัด การทอด และยังเหมาะสำหรับการทำขนมอบต่างๆอีกด้วย

แล้วน้ำมันมะกอก กินแล้วอ้วน หรือไม่ ???

เรามักคิดกันว่า อารหารที่ดีต่อสุขภาพด้านหนึ่ง ย่อมดีในทุกๆด้าน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกอย่างมีสองด้านเสมอ

องค์การอาหารและยาของสหรัฐแนะว่า การทานน้ำมันมะกอกวันละ 2 ช้อนชา ช่วยลดอัตราเสี่ยงโรคหัวใจได้ แต่ก่อนที่จะเทน้ำมันลงกะทะ รู้หรือไม่ว่าน้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา มีแคลลอรี่เท่ากับ 120 ซึ่งมากพอๆกับ ถั่วลิสง หรือ น้ำมันมะพร้าว ในปริมาณเท่ากัน เลยทีเดียว


 

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก กับเคล็ดลับความงาม

กินน้ำมันมะกอกวันละ 1ช้อนโต๊ะ

ใช้น้ำมันมะกอกทำน้ำสลัดหรือใช้ทำอาหารจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของคุณ เพราะน้ำมันมะกอกมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งดีกว่ากรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นโทษต่อร่างกายคุณ การกินน้ำมันมะกอกทุกวัน เพียงแค่วันละ 1 ช้อนโต๊ะทุกวัน ประโยชน์ของน้ำมันมะกอกจะช่วยให้ผิวสดชื่นดูเปร่งปรั่ง สุขภาพผิวและร่างกายของคุณจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเชื่อสิ

 

1.ใช้เป็นทรีตเมนท์บำรุงผม

น้ำมันมะกอกนั้นสามารถใช้ในกาารบำรุงเส้นผมของสาวๆให้เงางาม แข็งแรงค่ะ โดยวิธีใช้ง่ายๆคือ ชโลมน้ำมันมะกอกก่อนสระผม หรือจะสรรพคุณโดยการผสมกับไข่แดงแล้วหมักทิ้งไว้ 15 นาที ก็ไม่มีปัญหา

2.หยดลงในอ่างอาบน้ำเพื่อผิวชุ่มชื่น

เคล็บลับนี้ทำได้ง่ายๆค่ะ เพียงผสมน้ำมันมะกอกประมาณ 5 ช้อนชา ลงในอ่างน้ำที่สาวๆแช่ตัว รับรองว่าสาวๆจะต้องไม่เชื่อว่ามันช่วยผิวให้ดีได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยยยย

3.ใช้ทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า

หมดปัญหากับการล้างแปรงแต่งหน้าไม่สะอาด เพียงแค่สาวๆลองใช้น้ำมันมะกอกกับสบู่แอนตี้แบคทีเรีย (ปริมาณ 1 : 2 ส่วน) เพียงแค่นี้สิ่งสกปรกตกค้างในแปรงก็จะหลุดออกมาอย่างง่ายดาย ขอบอกกกก

4.ล้างเครื่องสำอางหมดจด

เพียงสาวๆใช้สำลีจุ่มน้ำมันมะกอก แล้วค่อยๆเช็ดออก เครื่องสำอางจะหลุดออกอย่างง่ายได้ ซึ่งนอกจากน้ำมันมะกอกสามารถเช็ดเครื่องสำอางได้อย่างหมดจดแล้ว ยังเป็นการบำรุงผิวไปในตัวอีกด้วยจ้า

5.บำรุงผมแห้งชี้ฟู

วิธีนี้สาวๆสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้น้ำมันมะกอกเพียงเล็กน้อยถูบนฝ่ามือ แล้วนำไปลูบปลายผมที่แห้งเสีย แต่อย่าใช้เยอะเกินไปล่ะ เดี๋ยวผมจะมันเอาได้

6.รักษาผิวไหม้จากแดด

ผิวไหม้แดดนั้นต้องการการดูแลและความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ เพียงแค่ผสมน้ำมันมะกอกกับน้ำส้มสายชู (ฟังดูจะยิ่งทำให้แสบผิวใช่ไหมล่ะค่ะ แต่เจ้าน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบและบรรเทาอาการแสบของผิวค่ะ) แล้วนวดลงบนผิว น้ำมันมะกอกจะช่วยล็อคความชุ่มชื้นให้อยู่กับผิวค่ะ

7.บำรุงส้นเท้าให้เนียนนุ่ม

ส้นเท้าแตกหยาบเกิดจากหลายสาเหตุค่ะ แต่ก็สามารถรักษาได้ไม่ยากค่ะสาวๆ เพียงนำน้ำมันมะกอกมานวดบริเวณส้นเท้าก่อนนอน แล้วสวมถุงเท้า รับรองตื่นมาจะได้ผิวที่เหมือนเกิดใหม่เลยล่ะ ไม่เชื่อลองดู!

8.เสริมสร้างเล็บให้แข็งแรง

เล็บที่แตกหักง่าย และลอก เป็นอะไรที่เลวร้ายจริงไหม แต่น้ำมันมะกอกน้ำมันมะกอกจะช่วยให้เล็บกลับมามีชีวิตที่ดีอีก ฟังดูน่าทึ่ง แถมวิธีทำก็ไม่ยากเลย เพียงแค่เทน้ำมันมะกอกที่อุ่นในถ้วยใบเล็กๆ แล้วจุ่มเล็บทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที เท่านี้แหละ ง่ายใช่ไหมล่ะ

9.บำรุงขนตาให้หนา

ขนตาหนาขึ้นได้ไม่ยาก แนะนำให้แตะน้ำมันมะกอกบริเวณขนตาก่อนนอนเท่านั้น! อ้อ ใช้กับคิ้วก็ได้ด้วยนะ

10.ให้ผิวสวยสุขภาพดี

สงสัยใช่ไหม ว่าดารานางแบบมีเคล็บลับอะไรให้ผิวหน้าดูโกลวสุขภาพดี โดยทุกท่านแค่ใช้น้ำมันมะกอกบนใบหน้าก่อนนอน หลังล้างหน้า หรือก่อนแต่งหน้าเพียงเล็กน้อย ย้ำ! เล็กน้อยเท่านั้น รับรองจะได้ผิวโกลวสวยแน่นอน

มีรายงานว่าในอียิปต์โบราณราชินีคลีโอพัตราผู้เลอโฉมนางใช้น้ำมันจากพืชพันธุ์มาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางของนาง อย่างเช่นนางใช้ขี้ผึ้งผสมสีเพื่อทำเป็นลิปสติกทาริมฝีปาก หรือน้ำมันมะกอกผสมกับหินศิลาแลงเพื่อให้ได้เป็นลิปสติกสีแดง ส่วนสีสันที่นำมาใช้ทาตานั้นจะทำมาจากน้ำมันมะกอกผสมกับผงถ่านเพื่อทำบริเวณรอบดวงตา
สาวอินเดียจะใช้น้ำมันมะกอกหยดลงบนสำลี แล้วนำมานวดเบาๆที่ใบหน้า จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำอุ่นประมาณ ๑๐ นาทีเพื่อให้น้ำมันที่นวดไปถูกล้างออกให้หมด จะทำให้ใบหน้านุ่มสดใส

น้ำมันมะกอก ประโยชน์ และ ศาสนา

นอกจากประโยชน์ด้านความงามแล้ว น้ำมันมะกอกยังมีคุณอนันต์ด้านการบริโภคอีกด้วย เพราะการรับประทานน้ำมันมะกอกเป็นประจำจะช่วยทำให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น เนื่องจากน้ำมันมะกอกเป็นอาหารที่มีธาตุร้อนจึงสามารถกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานได้ดี 

ในแต่ละศาสนาต่างก็ให้ความสำคัญกับน้ำมันมะกอก และนับว่ามะกอกคือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้าประทานมาให้ อาทิเช่นชาวฮิบบรูใช้น้ำมันมะกอกนวดตัวและทาตัวในพิธีทางศาสนา คัมภีร์ไบเบิลของคริสต์ศาสนากล่าวถึงการทำความสะอาดบาดแผลจากการสู้รบด้วยน้ำมันมะกอก คัมภีร์ไบเบิลกล่าวถึงน้ำมันมะกอกมากกว่า 250 ครั้ง ทั้งในแง่เป็นน้ำมันหรือเป็นส่วนประกอบของน้ำมันหอม  ในศาสนาอิสลาม มีรายงานจากท่านศาสดามูฮัมมัดว่า “ท่านทั้งหลายจงรับประทานน้ำมันมะกอกเถิด เพราะแท้จริงมันจะบำบัดน้ำดี ขับเสมหะ บำรุงประสาท ทำให้มีมารยาทงดงาม ทำให้ลมหายใจหอมสดชื่นและขจัดความทุกข์กังวลใจ”
น้ำมันมะกอกจัดอยู่ในอาหารที่มีธาตุร้อน แต่ไม่เหมาะสำหรับคนธาตุร้อนที่จะทานน้ำมันมะกอกในปริมาณมาก ในศาสนาอิสลามแนะนำให้ทานน้ำมันมะกอกร่วมกับน้ำส้มสายชูหมัก บรรดาแพทย์แผนโบราณน้ำมันมะกอกจะทำให้เกิดสภาวะผิดปกติของน้ำดี (ทำให้มีอารมณ์ฉุนเฉียว) จึงจำเป็นต้องมีสิ่งอื่นมาปรับปรุงคุณสมบัติของน้ำมันมะกอก สิ่งที่ดีที่สุดในการปรับปรุงคุณสมบัติของน้ำมันมะกอกก็คือน้ำส้มสายชูหมัก น้ำมันมะกอกมีส่วนช่วยในการขจัดกลิ่นปากและทำให้ผิวพรรณสดใสอีกด้วย เพราะน้ำมันมะกอกคืออาหารที่ช่วยขับสารพิษออกจากตับได้ดี ความสดใสของผิวพรรณก็เกี่ยวข้องกับการทำงานของตับด้วยเช่นกัน น้ำมันมะกอกมีสาระสำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกายคือ ไฮดรอกซีไทโรโซล และกรดไขมันโอเลอิค หรือโอเมก้า ๙ มีส่วนช่วยให้ร่างกายคงความอ่อนเยาว์ ชะลอวัย จากสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้น้ำมันมะกอกยังได้รับการยอมรับในด้านโภชนาการทั่วโลกว่า ช่วยในการป้องกันและลดความรุนแรงของโรคที่สืบ
เนื่องมาจากการบริโภคอาหารหวานและมันจากไขมันสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดัน และไขมันในเส้นเลือด

 

และในบทความต่อไปเราจะพาทุกท่านไปพบกับสุนทรียภาพ การดื่มด่ำ การจับคู่ การเลือกน้ำมันมะกอกกัน !


 

Kin Healthy

KinlakeStars.com กินแหลกแจกดาว สื่ออาหารที่นำเสนอเกี่ยวกับ อาหาร และ การกินดื่ม ทั้งในส่วนของ รีวิว อาหาร สถานที่ กิน ดื่ม ผ่อนคลาย ในทุกประเภทหมวดหมู่ โปรโมชั่น ส่วนลด เมนูใหม่ กิจกรรมพิเศษ ที่เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม บทความที่เกี่ยวกับการ กินดื่ม ไม่ว่าจะเป็น บทความกินดื่มทั่วๆไป อาทิ วิธีการ กินชีว และการดื่มไวน์ บทความการกินเพื่อสุขภาพ บทความการกินตามเทศกาล บทความสาธิตและสอนทำอาหาร สูตรทำอาหาร ข่าวสารในแวดวง การกิน ดื่ม คลิปและวีดิโอ เกี่ยวกับการ กิน ดื่ม ท่านสามารถค้นหาร้านอาหารผ่านแถบค้นหาด้านบนสุดของเวปได้เพียงพิมพ์ชื่อร้าน หรือประเภทอาหาร และย่าน คิดถึงเรื่อง กิน ดื่ม คิดถึง kinlakestars.com – กินแหลกแจกดาว

A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B A B

Comments

Comments are closed.